โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยขาดดุลการค้า เดือนเม.ย.สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้นำเข้าจะพุ่งร้อยละ 23.1

JS100

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
ไทยขาดดุลการค้า เดือนเม.ย.สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้นำเข้าจะพุ่งร้อยละ 23.1

ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนเม.ย.69 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย พบว่า การส่งออกไทย มีมูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23.1% จากเดือนเดียวกันปีก่อน โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 41,604 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ในเดือนเม.ย.นี้ ไทยขาดดุลการค้า 10,021 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าและการขาดดุลการค้าในเดือนเม.ย.นี้ ถือว่ามียอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากไทยมีการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป (เช่น แผงวงจรไฟฟ้า, แผงวงจรพิมพ์) ตลอดจนสินค้าทุนมากขึ้น (เช่น เครื่องจักรกล) เพื่อนำมาผลิตและส่งออกยังต่างประเทศ จากผลของวัฎจักรการเติบโตในสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีของโลก ขณะเดียวกัน ในแง่ของการนำเข้าสินค้ากลุ่มเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดิบ มีมูลค่าสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

"ตัวเลขนำเข้าที่สูงขึ้นนั้น ส่วนที่ 1 มาจากสินค้าวัตถุดิบ และสินค้าทุน เกี่ยวกับการนำเข้ามาใช้ และการผลิตเพื่อส่งออก ส่วนที่ 2 ที่นำเข้าสูงขึ้น คือ เชื้อเพลิง เนื่องจากราคาพลังงานสูงขึ้น ตัวเลขเดือนเม.ย. มูลค่านำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นถึง 128.6% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง สะท้อนจากมูลค่านำเข้าพลังงานที่สูง ถ้ามองในแง่การส่งออกที่สูงขึ้นจากสินค้าเทคโนโลยี และมีการนำเข้าสูงจากสินค้าที่เป็นส่วนประกอบของเทคโนโลยี ในส่วนนี้ไม่น่ากังวล แต่การนำเข้าสิ่งที่น่ากังวล สะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจโลก จากที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงที่มีมูลค่าสูงขึ้น ที่โตถึง 128.6%"

สำหรับในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) การส่งออกของไทย มีมูลค่า 127,752 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 147,250 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ ไทยขาดดุลการค้า 19,497 ล้านดอลลาร์

กระทรวงพาณิชย์ คงเป้าการส่งออกของไทยปีนี้ในช่วง -3 ถึง 8% ที่มูลค่าราว 329,446 - 366,805 ล้านดอลลาร์

การส่งออกสินค้าแยกรายกลุ่ม

- กลุ่มสินค้าเกษตร มีมูลค่า 2,880 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.9% โดยเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 9 เดือน สำหรับสินค้าเกษตร ที่การส่งออกขยายตัวดี ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง, เครื่องเทศ และสมุนไพร และ ไก่แปรรูป

- กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 1,924 ล้านดอลลาร์ หดตัว 8.9% ซึ่งเป็นการกลับมาหดตัว หลังจากขยายตัวได้ในเดือนก่อน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ที่การส่งออกยังขยายตัวดี ได้แก่ สิ่งปรุงรสอาหาร และ อาหารสัตว์เลี้ยง

- กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 25,937 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 27.5% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังส่งออกได้ดี ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ), เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ, แผงวงจรไฟฟ้า, ผลิตภัณฑ์ยาง, รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ

โดยตลาดส่งออกสำคัญของไทยในเดือนเม.ย.นี้ ที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทวีปออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 53.2% อันดับ 2 สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 44.2% อันดับ 3 อาเซียน (5) เพิ่มขึ้น 34.3% อันดับ 4 ลาตินอเมริกา เพิ่มขึ้น 26.8% และ อันดับ 5 ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 23.4%

*คาดส่งออกปีนี้โตต่อเนื่อง มองกรณีฐานโต 3% ดีสุดโต 8%

นายนันทพงษ์ กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกไทยในปี 69 คาดว่า จะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าปีนี้การส่งออกไทยในกรณีฐาน (Base case) จะโตได้ 3% และในกรณีดีสุด (Best case) จะโตได้ 8% จากการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วของผู้ประกอบการส่งออก และสายเรือขนส่งสินค้า ที่ประเมินความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และเร่งปรับตัวเพื่อรับกับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ โดยมีภาครัฐร่วมสนับสนุนในการแก้ไขอุปสรรคทางการค้า และผลักดันการเปิดตลาด

"ในกรณีฐาน ที่คาดว่าการส่งออกไทยปีนี้จะโตได้ 3% นั้น มูลค่าการส่งออก ทั้งปีจะอยู่ที่ 349,824 ล้านดอลลาร์ โดยมูลค่าส่งออกเฉลี่ยในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีนี้ (พ.ค.-ธ.ค.) จะต้องทำให้ได้อย่างน้อย 27,758 ล้านดอลลาร์/เดือน" ผู้อำนวยการ สนค. กล่าว

ส่วนปัจจัยลบในระยะข้างหน้า อาจเกิดขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ และปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญ ที่อาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์เร่งเดินหน้า 5 นโยบายหลักรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลค่าครองชีพ ยกระดับเกษตร เสริมแกร่ง SMEs กระจายตลาดส่งออก เพิ่มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการปลดล็อกกฎระเบียบด้านการค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศต่อไปในอนาคต

#ส่งออกเมษายน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...