ยะลาปะทะเดือด! วิสามัญฯ แนวร่วม จชต. ดับ 1 ราย
(26 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ล่าสุดภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้นพบผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย
จากการตรวจสอบบุคคลสายข่าวและหลักฐานระบุตัวตน พบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายไซดี (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จังหวัดยะลา ตรวจสอบพบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ 347/2562 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2562 ในข้อหาร้ายแรงหลายกระทง ประกอบด้วย ร่วมกันก่อการร้าย โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอันใดก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย ร่วมกันเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย รวมถึงครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยหมายจับดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่บ้านตะโล๊ะสะโต ตำบลสะเอ๊ะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562
จากการสืบสวนและฐานข้อมูลด้านการข่าวของเจ้าหน้าที่ พบว่า นายไซดี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างยาวนาน โดยเริ่มจากการเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแนวร่วม ฝ่ายเยาวชน มีประวัติตามลำดับดังนี้
ปี 2558: เคยถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา (ช่วงวันที่ 14–16 มิถุนายน 2558) ซึ่งในขณะนั้นให้การยอมรับว่าทำหน้าที่สำรวจเส้นทาง ร้านค้า และจุดเป้าหมาย เพื่อวางแผนการก่อเหตุให้สะดวกและปลอดภัยที่สุด
ปี 2568: ตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย ในพื้นที่บ้านบันนังดามา อำเภอกาบัง ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2568
ปี 2569 (ล่าสุด): มีข้อมูลเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บันนังดามา อำเภอกาบัง เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างขยายผลทางคดี
หลังเสร็จสิ้นการปะทะ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน พร้อมทั้งได้เชิญตัว นายซานูซี (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนและซักถามข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อนำข้อมูลมาประกอบสำนวนคดีอย่างรอบด้าน
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อตรวจเก็บวัตถุพยาน ร่องรอยเขม่าดินปืน อาวุธปืน เครื่องกระสุน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวและขยายผลไปยังบุคคลหรือเครือข่ายร่วมขบวนการที่ยังคงหลบหนีต่อไป โดยทางเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า การปฏิบัติการทั้งหมดเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก