โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CLICX ลุยดูดเงินฝาก ADVANC ธุรกิจคึกคัก

ทันหุ้น

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#CLICX #ทันหุ้น – CLICX เวอร์ชวลแบงก์แห่งแรก เปิดสูตรดูดเงินฝาก เน้นได้สิทธิประโยชน์ออมเงิน เช่น ออมแล้วได้เน็ต ได้กาแฟ ได้น้ำมัน จองบัญชีล่วงหน้า 2 มิถุนายน เริ่มบริการ 19 มิถุนายนนี้ ชูฐานลูกค้ารวมกว่า 50 ล้านคน ไม่เร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อทดสอบระบบ และให้ลูกค้าได้ค่อยๆ เรียนรู้ เน้นกลุ่มอาชีพอิสระ ด้านโบรกมองธุรกิจหลักของ ADVANCKTBOR จะได้ประโยชน์

นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ เวอร์ชวลแบงก์รายแรกของประเทศไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์หลักของCLICX ไม่ได้เน้นการสู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้น “ความคุ้มค่า” ในชีวิตประจำวัน ซึ่งธนาคารต้องปรับตัวเข้าหาลูกค้า โดยออกแบบให้เชื่อมโยงกับพฤติกรรมจริง ดังนั้นผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่นี้จึงถูกนำเสนอในลักษณะ “ออมเงินแล้วได้สิทธิประโยชน์” ยกตัวอย่างเช่น การออมเงินเพื่อรับอินเทอร์เน็ตฟรี ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพความแข็งแกร่งของAIS เข้ามาช่วย รวมถึงการออมเงินเพื่อรับกาแฟหรือน้ำมันฟรี ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกับเครือข่ายของ OR ที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วประเทศ

ทั้งนี้CLICX จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถจองเลขบัญชีที่ต้องการได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผ่านทางแอปพลิเคชัน My AIS หรือแอป เป๋าตัง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมและสามารถเลือกเลขที่เป็นมงคลได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยที่ลูกค้าสามารถ “เลือกเลขที่บัญชีเองได้” ถึง 7 หลัก เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและตรงใจผู้ใช้งานและจะวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการเปิดบัญชีเงินฝากรวมถึงให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 19 มิถุนายน 2569

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือไรเดอร์ ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินในปัจจุบันได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านเอกสาร ซึ่งมีฐานลูกค้าทั้ง3 บริษัท ทั้งกรุงไทย , AIS, OR รวมกันประมาณ 50 ล้านคน โดยธนาคารกรุงไทย จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและระบบดิจิทัลขนาดใหญ่, AIS มีความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานยุคดิจิทัล และ OR มีเครือข่ายที่ครอบคลุมและใกล้ชิดกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วประเทศ

@ทยอยปล่อยสินเชื่อ

นอกจากนี้ในปีแรก CLICX จะยังไม่เน้นปริมาณการปล่อยสินเชื่อที่มากเกินไป แต่จะเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าให้เข้ามาเปิดบัญชีเงินฝากและใช้งานแอปพลิเคชันก่อน เพื่อให้ระบบเกิดความเสถียร โดยทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ๆ ออกมาในแต่ละเดือนหลังจากนั้น เพื่อป้องกันระบบล่มในช่วงแรก และให้ลูกค้าได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน รวมถึงเพื่อศึกษาพฤติกรรมลูกค้า ก่อนที่จะขยายขนาดการให้บริการ ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและกำหนดกรอบการปล่อยกู้ให้เหมาะสมกับแต่ละราย โดยจะมีการประกาศความชัดเจนอีกครั้งเมื่อผลิตภัณฑ์พร้อมให้บริการ และมีนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน และมีการนำข้อมูลใหม่ๆ รวมถึงนำ Alternative Data มาใช้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองและป้องกันการเกิดหนี้เสีย(NPL) ได้แม่นยำขึ้น

ปัจจุบันคนไทยกว่า 63% ยังอยู่ในกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างไม่เต็มศักยภาพ และยังมีคนไทยอีกกว่า 80% ที่มีเงินสำรองฉุกเฉินในการดำรงชีพได้ไม่เกิน 6 เดือน หากเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือรายได้หยุดชะงักกะทันหัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิตในปัจจุบัน

@ผลกระทบเชิงธุรกิจ

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าVirtual Bank ที่เกิดขึ้นเป็นการมองเห็น“ช่องว่างทางการตลาด” โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนทางการเงินสูงถึง 10-18% ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงสามารถกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยเพียง 3% ดังนั้นการเข้ามาของVirtual Bank จะช่วยใช้ข้อมูลธุรกรรมและพฤติกรรมลูกค้ามาวิเคราะห์ความเสี่ยง ทำให้สามารถปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า10% ได้ ขณะที่การ“ระดมเงินฝาก” ผ่านการสร้างแรงจูงใจด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้ และการมอบสิทธิพิเศษ เช่น ฟรีอินเทอร์เน็ต, กาแฟ หรือน้ำมันฟรี ซึ่งเป็นการนำงบประมาณการตลาดมาปรับใช้ในรูปแบบของ CRM และNetwork Effect เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระบบ

นายกิจพณ มองว่าการแข่งขันนี้ ดังนั้นอาจไม่กระทบธนาคารพาณิชย์เดิมโดยตรง เนื่องจากแบงก์ส่วนใหญ่ยังไม่มีช่องทางหาลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า 10% อย่างจริงจัง แต่จะเป็นการไปทับซ้อนและแย่งชิงฐานลูกค้ากับกลุ่มผู้เล่นในแพลตฟอร์ม E-commerce เช่น Shopee, Lazada หรือLine ที่มีบริการให้สินเชื่อแก่ร้านค้าและผู้ใช้งานอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนผลกระทบ ADVANC-OR-KTB มองว่าจะได้รับประโยชน์จากธุรกิจหลัก ช่วยให้เกิดความเคลื่อนไหวในระบบนิเวศของแต่ละบริษัทมากขึ้น เช่นADVANC อาจเห็นการย้ายค่ายลดลง ส่วนการบริหารงบการตลาด แทนที่จะโฆษณาผ่านช่องทางปกติ ก็นำงบมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ระหว่างกัน ซึ่งช่วยสร้าง Traffic ให้กับกลุ่ม อย่างไรก็ดีนักลงทุนอาจต้อง “ลดความคาดหวัง” เรื่องกำไรของ Virtual Bank ในช่วงปีแรกๆ เนื่องจากมีโอกาสเห็นผลขาดทุน(Equity Loss) จากการลงทุนเริ่มต้น แต่ผลกระทบจริงอาจน้อยกว่าที่เห็นในงบ เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งจะหมุนเวียนกลับมาสู่ธุรกิจหลักผ่านการใช้บริการในเครือข่าย สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC ปัจจุบันราคาเคลื่อนไหวทรงตัว โดยมีอัตราผลตอบแทนจากปันผล (Yield) อยู่ที่ประมาณ 4% กว่า ซึ่งมองว่ายังไม่ดึงดูดใจเท่าปีที่ผ่านมา หากราคาอ่อนตัวลงมาแตะระดับ 300 บาทต้นๆ จะเป็นจุดที่เริ่มน่าสนใจในการเข้าลงทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...