โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี 2 กลุ่มอาชญากรในบราซิลเป็นกลุ่มก่อการร้าย

JS100

อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 00.37 น. • JS100:จส.100
สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี 2 กลุ่มอาชญากรในบราซิลเป็นกลุ่มก่อการร้าย

สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นบัญชีกลุ่มอาชญากรชาวบราซิล 2 กลุ่มเป็นองค์กรก่อการร้าย มีผลตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการสานต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการลดความแตกต่างระหว่างการก่อเหตุในทางอาญากับการก่อการร้าย

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า กลุ่มอาชญากรชื่อ พรีมิโร โคมานโด ดา แคปิตอล (Primeiro Comando da Capital :PCC) และ โคมานโด แวเมลู (Comando Vermelho) ซึ่งเป็นเครือข่ายอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งในบราซิล ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ก่อการร้ายระดับโลกที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) มีผลให้ปิดกั้นการเข้าถึงทรัพย์สินของกลุ่มที่อยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งนายรูบิโอ กล่าวว่าเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อรับประกันความปลอดภัยของพลเมืองสหรัฐฯ ทั้งยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์จะใช้เครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อปกป้องประเทศชาติและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ไม่ให้ยาเสพติดผิดกฎหมายแพร่กระจายไปตามท้องถนน และขัดขวางแหล่งรายได้ที่สนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายยาเสพติด

นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งในทำเนียบขาวเป็นสมัยที่ 2 ประธานาธิบดีทรัมป์มีการประกาศให้เครือข่ายอาชญากรรมในละตินอเมริกาหลายแห่งเป็นกลุ่มก่อการร้าย ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นข้ออ้างเพื่อขยายอิทธิพลทางทหาร ของสหรัฐฯ ทั่วซีกโลกตะวันตก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "หลักการดอนโร" ของทรัมป์ ซึ่งเป็นการนำนโยบายขยายอำนาจในศตวรรษที่ 19 ที่รู้จักกันในชื่อหลักการมอนโรมาปรับใช้

#กลุ่มก่อการร้าย

#บราซิล

#สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...