โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกเดือดเร็วกว่าคาด! “ดร.เสรี” ชี้ 1.5 องศาฯ มาเร็วกว่าคาด 4 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ดร.เสรี” เตือนเตือนช่วง 22-24 มิ.ย. ไทยเผชิญอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะภาคอีสานตอนล่าง แนะหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงบ่ายเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเตือนว่าโลกอาจเข้าสู่ภาวะอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 1.5°C อย่างถาวรเร็วกว่าคาดถึง 4 ปี จากปี 2576 เป็นปี 2572 ไทยและทั่วโลกจะเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้น ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และภัยพิบัติที่เกิดบ่อยและรุนแรงกว่าเดิม จึงเสนอให้ประชาชน ธุรกิจ และภาครัฐเร่งปรับตัว ทั้งยกระดับทักษะ บริหารความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ และขับเคลื่อนนโยบายสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อความอยู่รอดในอนาคต

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับ ฉากทัศน์โลก 1.5 องศามาเร็วกว่าคาด 4 ปี! 3 ภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวเพื่ออยู่รอดในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า มหาวิทยาลัยรังสิต โดยศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ ได้ติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พบว่าในช่วงวันที่ 22–24 มิถุนายน ประเทศไทยจะเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เช่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ จึงควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงบ่ายเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ในระยะยาว ข้อมูลจากรายงาน IPCC ปี 2567 คาดการณ์ว่าโลกจะก้าวเข้าสู่ฉากทัศน์ “We Survive – เราอยู่รอด” ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสอย่างถาวรในเดือนกรกฎาคม ปี 2576 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจาก ECMWF เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ชี้ว่าโลกอาจแตะระดับดังกล่าวเร็วกว่าที่คาดถึง 4 ปี หรือในเดือนมกราคม ปี 2572 สะท้อนว่าทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่กำลังรุนแรงขึ้น

การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดควรเริ่มจากการปรับกระบวนทัศน์และพฤติกรรมใน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่

1. ภาคประชาชน : จาก “ผู้บริโภค” สู่ “ผู้ตระหนักรู้”

ประชาชนควรพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ใหม่ผ่านการ Upskill และ Reskill ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดขยะ สนับสนุนสินค้ารักษ์โลก รวมถึงเรียนรู้ทักษะการรับมือและเอาตัวรอดจากภัยพิบัติที่รุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น

2. ภาคธุรกิจ : จาก “กำไรสูงสุด” สู่ “ความยั่งยืนสูงสุด”

ภาคธุรกิจควรมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนพื้นฐานของความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ไปจนถึงการบูรณาการการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Management) เข้าไว้ในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ

3. ภาครัฐ : จาก “ผู้กำกับดูแล” สู่ “ผู้นำการเปลี่ยนผ่าน”

ภาครัฐควรดำเนินบทบาทเชิงรุก (Proactive Governance) ด้วยการใช้การจำลองฉากทัศน์อนาคตเพื่อสร้างความพร้อมรับมือทุกความเสี่ยง มุ่งสู่การเป็น Resilient Government พร้อมเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว สนับสนุนมาตรการจูงใจทางภาษี และผลักดันการบังคับใช้ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

การมาถึงของโลกที่ร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเร็วกว่าที่คาด ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นสัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน และการปรับตัวตั้งแต่วันนี้คือกุญแจสำคัญสู่ความอยู่รอดของสังคมไทยในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...