โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ผ้าอนามัยแบบสอด" ใส่ได้นานกี่ชั่วโมง? เปิดเคสหญิงลืมใส่ซ้อน 1 สัปดาห์ เตือนภัยไม่ใช่เรื่องเล็ก

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หญิงลืมแผ่นอนามัยแบบสอดไว้นาน 1 เดือน สูตินรีแพทย์เตือน “ใส่สบายจนลืม” อันตรายกว่าที่คิด

หญิงลืมแผ่นอนามัยแบบสอดไว้นาน 1 เดือน สูตินรีแพทย์เตือน “ใส่สบายจนลืม” เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง

ผลิตภัณฑ์รองรับประจำเดือนแบบสอดใส่ ไม่ว่าจะเป็นผ้าอนามัยแบบสอด แผ่นอนามัยทรงดิสก์ หรือถ้วยอนามัย ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวก ลดความอับชื้น และเมื่อใส่ได้ถูกตำแหน่ง ผู้ใช้อาจแทบไม่รู้สึกว่ามีผลิตภัณฑ์อยู่ภายในร่างกาย

แต่ความสบายที่หลายคนชื่นชอบอาจกลายเป็นจุดเสี่ยง หากผู้ใช้ลืมนำผลิตภัณฑ์ออกหรือใส่อันใหม่ซ้อนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ล่าสุด สูตินรีแพทย์ชาวไต้หวันเผย 2 กรณีชวนตกใจ ทั้งการลืมแผ่นอนามัยแบบดิสก์ไว้นานถึงหนึ่งเดือน และการใส่ผ้าอนามัยแบบสอดชิ้นใหม่ทับชิ้นเดิมจนเกิดกลิ่นผิดปกติ

ลืม menstrual disc ไว้หนึ่งเดือน เพิ่งรู้ตัวเมื่อประจำเดือนรอบใหม่มา

พญ.เซี่ย เสี่ยวอวิ๋น สูตินรีแพทย์ประจำแผนกเวชศาสตร์สตรี โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไถจง ประเทศไต้หวัน เล่าเรื่องผ่านเพจให้ความรู้ด้านสุขภาพสตรี หลังพบโพสต์จากหญิงรายหนึ่งที่ลืมนำ menstrual disc หรือแผ่นอนามัยทรงดิสก์ออกจากช่องคลอดนานประมาณหนึ่งเดือน

หญิงรายดังกล่าวเล่าว่า หลังใส่ผลิตภัณฑ์แล้วแทบไม่รู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอม จึงลืมไปว่ายังไม่ได้เอาออก กระทั่งประจำเดือนรอบถัดไปมาและหาแผ่นดิสก์ชิ้นใหม่ไม่พบ เมื่อลองตรวจดูจึงพบว่าชิ้นเดิมยังคงอยู่ภายในร่างกาย โดยกรณีนี้เป็นเรื่องที่แพทย์พบจากโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ใช่ผู้ป่วยที่แพทย์ตรวจรักษาด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ menstrual disc แตกต่างจากผ้าอนามัยแบบสอด เพราะมีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมยืดหยุ่น วางอยู่บริเวณสูงใกล้ปากมดลูกและทำหน้าที่รองรับเลือดประจำเดือน ไม่ได้ดูดซับเลือดเหมือนผ้าอนามัยแบบสอด ผู้ใช้จึงต้องอ่านคำแนะนำของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด เพราะระยะเวลาใช้งานและวิธีทำความสะอาดอาจแตกต่างกัน

อีกเคสเมาแล้วใส่ผ้าอนามัยแบบสอดซ้อน ทิ้งไว้หนึ่งสัปดาห์

แพทย์หญิงรายนี้ยังเล่าถึงผู้ป่วยที่เคยพบในคลินิก หลังหญิงสาวดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนขาดความระมัดระวัง และลืมว่ามีผ้าอนามัยแบบสอดชิ้นเดิมอยู่ภายใน ก่อนใส่ชิ้นใหม่เพิ่มเข้าไป

ผ้าอนามัยแบบสอดชิ้นเดิมจึงตกค้างอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ จนผู้ป่วยเริ่มมีช่องคลอดอักเสบและมีกลิ่นผิดปกติ จึงตัดสินใจไปพบแพทย์และพบต้นเหตุในที่สุด

แพทย์ระบุว่า ทั้งสองกรณีถือว่าโชคดีที่ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อที่ลุกลามเข้าสู่อุ้งเชิงกราน หรือกลุ่มอาการช็อกจากสารพิษของเชื้อแบคทีเรีย หรือ Toxic Shock Syndrome ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ของที่ลืมไว้ในช่องคลอด อาจทำให้เกิดอาการอะไร?

ผ้าอนามัยแบบสอดหรือสิ่งแปลกปลอมที่ตกค้างในช่องคลอดอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญผิดปกติ เกิดการระคายเคือง การอักเสบ และการติดเชื้อได้ อาการที่พบบ่อยคือกลิ่นแรงผิดปกติ ตกขาวเปลี่ยนสีหรือมีปริมาณมากขึ้น อาการคัน บวม แดง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณช่องคลอด

หากมีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ ใจเต้นเร็ว อ่อนเพลียมาก หรืออาการแย่ลงหลังนำผลิตภัณฑ์ออก ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ต้องได้รับการตรวจและรักษา

ผ้าอนามัยแบบสอดควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA แนะนำให้เปลี่ยนผ้าอนามัยแบบสอดทุก 4–8 ชั่วโมง และไม่ควรใส่นานเกิน 8 ชั่วโมง ควรเลือกความสามารถในการดูดซับต่ำที่สุดที่เพียงพอกับปริมาณประจำเดือน และใช้เฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนเท่านั้น

คำแนะนำนี้ใช้กับผ้าอนามัยแบบสอดโดยเฉพาะ ส่วน menstrual disc และถ้วยอนามัยอาจออกแบบให้ใช้งานได้นานกว่า แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก และต้องนำออก ล้าง หรือเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรนำระยะเวลาใช้งานของผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิดหนึ่ง

Toxic Shock Syndrome คืออะไร ทำไมต้องระวัง?

Toxic Shock Syndrome หรือ TSS เป็นภาวะที่เกิดจากสารพิษของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด แม้พบได้ไม่บ่อย แต่สามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายต่อหลายระบบของร่างกาย การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดนานเกินกำหนด โดยเฉพาะชนิดที่ดูดซับสูง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะนี้ แต่ TSS สามารถเกิดจากการติดเชื้อในบริเวณอื่นได้เช่นกัน

อาการเตือนที่ควรระวัง ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียนหรือท้องเสีย เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม ผื่นแดงทั่วตัว ความดันโลหิตต่ำ หรือรู้สึกป่วยหนักอย่างรวดเร็ว หากมีอาการเหล่านี้ระหว่างใช้ผลิตภัณฑ์แบบสอด ควรนำผลิตภัณฑ์ออกและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

3 วิธีป้องกัน “ใส่แล้วลืม” ตามคำแนะนำของแพทย์

1. ตั้งเวลาเตือนทุกครั้งที่ใส่

หลังใส่ผ้าอนามัยแบบสอด แผ่นดิสก์ หรือถ้วยอนามัย ควรตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ทันที โดยกำหนดเวลาให้สอดคล้องกับคำแนะนำบนฉลากของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด ไม่ควรอาศัยเพียงความรู้สึกว่าประจำเดือนเต็มหรือเริ่มรั่วแล้วจึงค่อยเปลี่ยน

2. ตรวจนับก่อนใส่ชิ้นใหม่และหลังประจำเดือนหมด

ก่อนใส่ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ ควรทบทวนให้แน่ใจว่าได้นำชิ้นเดิมออกแล้ว เมื่อประจำเดือนหมดควรตรวจสอบอีกครั้งว่าไม่มีผลิตภัณฑ์หลงเหลือ โดยเฉพาะในวันที่เร่งรีบ อ่อนเพลีย นอนน้อย หรืออยู่ในภาวะที่สติและความจำลดลง

3. อย่าปล่อยผ่านกลิ่นและตกขาวผิดปกติ

หากพบกลิ่นแรง ตกขาวผิดปกติ คัน บวม ปวดท้องน้อย หรือมีไข้ ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์แบบสอดและตรวจดูว่ายังมีสิ่งใดตกค้างอยู่หรือไม่ หากนำออกไม่ได้ ไม่แน่ใจว่ามีผลิตภัณฑ์อยู่ภายใน หรือมีอาการติดเชื้อ ไม่ควรใช้ของมีคมหรืออุปกรณ์อื่นพยายามคีบออกเอง แต่ควรไปพบแพทย์

ใช้ผลิตภัณฑ์แบบสอดอย่างไรให้ปลอดภัย?

  • ล้างมือก่อนและหลังใส่หรือนำผลิตภัณฑ์ออก
  • อ่านฉลากและปฏิบัติตามระยะเวลาใช้งานของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
  • ผ้าอนามัยแบบสอดไม่ควรใช้เกิน 8 ชั่วโมงต่อชิ้น
  • เลือกผ้าอนามัยแบบสอดที่มีระดับการดูดซับพอดีกับปริมาณประจำเดือน
  • ไม่ใส่ผ้าอนามัยแบบสอดไว้ล่วงหน้าในวันที่ยังไม่มีประจำเดือน
  • ไม่ใส่ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่จนกว่าจะแน่ใจว่านำชิ้นเดิมออกแล้ว
  • ทำความสะอาดผลิตภัณฑ์แบบใช้ซ้ำตามคำแนะนำของผู้ผลิตทุกครั้ง
  • หากเคยเป็น TSS ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์แบบสอด

สรุป ความสบายไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องไม่ลืมเวลา

ผลิตภัณฑ์รองรับประจำเดือนแบบสอดใส่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย หากเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ ใส่อย่างถูกวิธี รักษาความสะอาด และนำออกภายในเวลาที่กำหนด

สิ่งสำคัญคือไม่ควรเหมารวมว่าผ้าอนามัยแบบสอด menstrual disc และถ้วยอนามัยใช้ได้นานเท่ากัน เพราะแต่ละชนิดมีตำแหน่งการใส่ วิธีรองรับประจำเดือน และคำแนะนำในการใช้งานแตกต่างกัน

หากไม่แน่ใจว่านำผลิตภัณฑ์ออกแล้วหรือยัง มีกลิ่นหรือตกขาวผิดปกติ นำออกเองไม่ได้ หรือเริ่มมีไข้และปวดท้องน้อย ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการรุนแรง เพราะสิ่งที่ถูกลืมไว้เพียงชิ้นเดียวอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่อันตรายได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...