โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

43 ล้านคนเฮ ลุ้น ครม.เคาะวันนี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดลงทะเบียนคนละครึ่ง 30 ล้าน-บัตรคนจน 13 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ลุ้น ครม. อนุมัติวันนี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” อัดฉีดบัตรสวัสดิการ-คนละครึ่งโฉมใหม่ 60:40 รวม 43 ล้านคน ดีเดย์เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 19 พ.ค. 69 มีการจับตาการประชุม ครม. นัดสำคัญ โดยกระทรวงการคลัง เข็นแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ขึ้นมาปั๊มหัวใจเศรษฐกิจฐานราก ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยในแผนนี้ จะมีโครงการ "คนละครึ่ง” ซึ่งปรับเป็นโฉมใหม่คือ 60:40 รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% ให้คนละ 2,000 บาท เบื้องต้นคาดว่าจะครอบคลุมประชาชน 25-30 ล้านคน พร้อมอุ้มกลุ่มเปราะบางอีก 13 ล้านคน รวมทั้งสิ้น 43 ล้านคน เพื่อให้เปิดลงทะเบียนพร้อมกัน 25 พ.ค. เริ่มใช้จริง 1 มิ.ย. นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ย้ำว่า ในการประชุม ครม. กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าสู่การพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นเกราะป้องกันและรับมือกับวิกฤติค่าครองชีพ รวมถึงวิกฤติปากท้องของประชาชน โดยเม็ดเงินทั้งหมดจะขับเคลื่อนผ่านการออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับใหม่ วงเงิน 400,000 ล้านบาท

กางเงื่อนไขแจกเงิน "2+2 เดือน" รอบละ 2,000 บาท

โครงสร้างของมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก รวมทั้งสิ้น 43 ล้านคน โดยมีรูปแบบการรับเงินแบ่งเป็น 2 รอบ (รอบละ 2 เดือน) ได้รับวงเงินรอบละ 2,000 บาท (รวมสูงสุดคนละ 4,000 บาท) มีเงื่อนไขและวิธีรับสิทธิ์ที่แตกต่างกันชัดเจน ดังนี้

1. กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (เป้าหมาย 13 ล้านคน)

  • รอบแรก (2 เดือนแรก) : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันจะ ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที วงเงิน 2,000 บาท โดยสามารถนำไปใช้จ่ายได้เลยเต็มจำนวน ไม่ต้องมีเงินสมทบ (ไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายร่วม) เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569
  • รอบหลัง (2 เดือนถัดไป) : จะต้อง ลงทะเบียนทบทวนสิทธิใหม่ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองคุณสมบัติในรอบใหม่นี้เท่านั้น จึงจะได้รับเงินโอนเพิ่มอีก 2,000 บาท ในรอบที่สอง

2. กลุ่มลงทะเบียนคนละครึ่งโฉมใหม่ 60:40 (เป้าหมายคาดว่า 25-30 ล้านคน)

  • รูปแบบการช่วยจ่าย : รัฐบาลปรับเกณฑ์ใหม่เพื่อลดภาระให้ประชาชนมากขึ้น โดย รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนจ่ายให้ถึง 60% และประชาชนควักจ่ายเองเพียง 40%
    • เงื่อนไขการรับเงิน : จะต้องรอระบบเปิดลงทะเบียนผ่าน แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนทันและได้รับสิทธิ จะได้รับวงเงินครอบคลุมยาวไปทั้ง 2 รอบทันที (รอบแรก 2,000 บาท และรอบสองอีก 2,000 บาท)
    • ปักหมุดไทม์ไลน์สำคัญ : เปิดลงทะเบียนวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และ เริ่มเปิดใช้สิทธิ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป (ลากยาวรวม 4 เดือน)

ควบรวมร้านค้า "ธงฟ้า+คนละครึ่ง" กว่า 1 ล้านแห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและกระตุ้นยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยอย่างสูงสุด กระทรวงการคลังเตรียม ควบรวมระบบร้านค้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ร้านธงฟ้า) และร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง เข้าด้วยกัน รวมแล้วมากกว่า 1 ล้านแห่งทั่วประเทศ มาตรการนี้จะทำให้ร้านค้าทั้งหมดในระบบสามารถเปิดรับการใช้จ่ายได้ทั้งจากวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง 60:40 ได้พร้อมๆ กันทันที ช่วยให้เม็ดเงินกระจายตัวลงสู่ร้านค้าคนตัวเล็กในท้องตลาดและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจากสถิติครั้งก่อนพบว่ามีร้านค้ากระจายอยู่ต่างจังหวัดสูงถึง 85% มีอยู่ในกรุงเทพฯ เพียง 15% เท่านั้น

“ไทยช่วยไทยพลัส คือคนไทยมาช่วยกัน ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย คนในท้องตลาด เม็ดเงินรอบนี้จึงจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและหมุนเวียนเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ได้ทันที หากวันนี้เราไม่ทำอะไรเลย จะเจอวิกฤติจนกระทบต่อกำลังซื้อและโครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคตได้” นายเอกนิติ กล่าว

เม็ดเงินกู้ 4 แสนล้าน พ่วงปฏิรูปโครงสร้าง "เกษตร-ขนส่ง"

นอกเหนือจากเงินอัดฉีดด้านการบริโภคของภาคประชาชนแล้ว รมว.คลัง ย้ำว่า เงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทนี้ จะถูกแบ่งไปใช้ในมาตรการพุ่งเป้าเฉพาะเจาะจงเพื่อปรับตัวในภาคการผลิตและคมนาคมในระยะยาว ประกอบด้วย

[* **โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง** **:** ออกมาตรการช่วยเหลือและยกระดับพี่น้องเกษตรกรไทยในการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่หลายประเทศกำลังให้ความกังวล , * **ลุยโปรเจกต์ "หัวลากไฟฟ้า" \(EV\) :** เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อออกมาตรการปรับตัวภาคขนส่ง จูงใจให้กลุ่มรถขนส่งและรถหัวลากหันมาเปลี่ยนใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ตามโมเดลประเทศจีน เพื่อลดต้นทุนและตัดวงจรการพึ่งพาน้ำมันดิบที่เป็นต้นตอหลักของปัญหาเงินเฟ้อ ]
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...