โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลให้ประกัน "คนขับรถไฟ - คนคุมราง" ติดกำไล EM - ห้ามออกนอกประเทศ

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

18 พ.ค. 2569 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน นำตัว นายสยมพร อายุ46 ปี พนักงานขับรถไฟขนส่งสินค้า และนายอุเทน อายุ 46 ปี เจ้าพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่กั้นถนนบริเวณทางรถไฟ มายื่นฝากขังต่อศาลอาญา ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาเหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย

พฤติการณ์แห่งคดีคือ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 เวลา 15.36 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีรถไฟเฉี่ยวชนกับรถโดยสารประจำทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บบริเวณรางรถไฟสถานีไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ มักกะสัน พบว่าเป็นอุบัติเหตุระหว่างรถไฟบรรทุกสินค้าต้นทางแหลมฉบัง มุ่งหน้าปลายทางบางซื่อ ทราบชื่อผู้ขับขี่นายสยมพร กับรถโดยสารประจำทางสาย 206 ทราบชื่อผู้ขับขี่นายลาภิศ ได้ขับขี่รถโดยสารคันดังกล่าวมาตามถนนอโศกดินแดง ทิศทางจากแยกถนนพระราม 9

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ในขณะที่รถโดยสารจอดอยู่ในลักษณะคร่อมทางรถไฟ ได้มีรถไฟของนายสยมพร ได้ขับขี่มาจากทางด้านซ้ายของรถโดยสารและชนเข้าที่ด้านซ้ายของรถโดยสาร เป็นเหตุให้รถโดยสารเสียหลักไปชนกับรถคันอื่นที่จอดอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้มีทรัพย์สินเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิต

ต่อมาจากการสอบสวนพบว่า นายอุเทน เป็นพนักงานกั้นถนน ประจำอยู่กับเครื่องกั้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่ได้ทำการกั้นถนนเพื่อแสดงสัญญาณห้ามขบวนรถที่จะเดินทางมา ทำให้พนักงานขับรถไฟไม่เห็นสัญญาณอนุญาตให้หยุดขบวนรถ จึงทำให้ชนกับรถประจำทางที่จอดอยู่ในจุดเกิดเหตุ

พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาแล้วว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของนายสยมพร นายลาภิศ และนายอุเทน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 คน เหตุเกิดที่ บริเวณรางรถไฟ แอร์พอร์ตเรล ลิงก์ มักกะสัน ถนนอโศก - ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน "กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59,291,300,390

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบยังทำการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบพยาน 30 ปาก ผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยเหตุดังกล่าว จึงของหมายขังระหว่างวันที่ 18 - 29 พ.ค. หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวน,ผู้เสียหาย,พยานสำคัญในคดี ขอคัดค้าน เนื่องจากเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วเกรง ว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว นายอุเทน ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง โดยใช้ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาเป็นหลักประกัน

โดยศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติกรรมแห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหาตามคำร้องขอฝากขัง เป็นความผิดอันเป็นการกระทำโดยประมาท ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งผลจากรายงานประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวอยู่ในระดับต่ำมาก

กรณียังไม่มีหลักฐานส่อแสดงว่าผู้ต้องจะหาหลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กับห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามกระทำการใดอันอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 150,000 บาท และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้ง ทำสัญญาประกัน ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเมื่อสัญญาประกันสิ้นสุด กับแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนปล่อยตัว

สำหรับนายสยมพร ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติกรรมแห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหาตามคำร้องขอฝากขังเป็นความผิดอันเป็นการกระทำโดยประมาท ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งผลจากรายงานประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวอยู่ในระดับต่ำมาก กรณียังไม่มีหลักฐานส่อแสดงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมวางเงินประกัน 100,000 บาท หากผิดสัญญาประกัน ปรับ 150,000บาท ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกบอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ห้ามกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน กับให้ผู้ต้องทามารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...