‘เท้ง’ หวั่นประเทศเจ๊ง หนี้ท่วมแต่รายได้ฮวบ บี้ส่ง 3 กม. รื้อระบบงบ 70
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธานเปิดกิจกรรม "Hack งบ 70" ณ อาคารรัฐสภา ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมกล่าวปาฐกถาตีแผ่โครงสร้างงบประมาณปี 2570 และเสนอแนวทางปฏิรูประบบงบประมาณแผ่นดิน
นายณัฐพงษ์ ได้หยิบยกตัวอย่างโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด โดยชี้ว่ารัฐบาลมีความพยายามตีความเงินบางส่วนที่ให้สถานประกอบการใช้ลงทุนทำธุรกิจ เพื่อให้เข้าเกณฑ์รายจ่ายลงทุนตามกฎหมายงบประมาณที่กำหนดไว้ต้องมีไม่ต่ำกว่า 21% ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่นำงบภาษีสร้างอนาคตของประเทศมาแปรเปลี่ยนเป็นงบแจกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นแทน
นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์งบปี 2570 ในส่วนของรายหัวประชากร จะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน โดยงบประมาณกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร สูงถึง 22,493 บาทต่อคน ขณะที่ภาคอีสานได้รับต่ำสุดเพียง 5,517 บาทต่อคนเท่านั้น ปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยพุ่งสูงถึง 64.5% แต่รายรับต่อ GDP กลับมีเพียง 15.70% สวนทางกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ที่เน้นรายได้หลักจากภาษีเงินได้ ต่างจากรัฐไทยที่ยังพึ่งพาภาษีมูลค่าเพิ่มจากคนตัวเล็กตัวน้อย
“บ้านเรายิ่งเดินไป ความเหลื่อมล้ำยิ่งกว้างขึ้นเกี่ยวข้องกับโครงสร้างงบประมาณ เดินหน้าไปรัฐไม่ได้มีรายได้ตาม ติดเรื่องหนี้ เงินเหลือน้อย กู้ไปแจกประเทศยิ่งไม่มีอนาคต และยังไงประเทศก็เจ๊งหากเดินแบบนี้ต่อ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาชน ได้จำแนกงบปี 2570 ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย:
งบบุคลากร: เทไปที่ส่วนกลางเป็นหลัก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และกลาโหม ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้ว งบเยียวยาครูและหมอจะกระจายไปอยู่ที่ส่วนท้องถิ่น
งบลงทุนก่อสร้าง: เช่น กระทรวงคมนาคม เกษตรฯ และมหาดไทย
งบส่งต่อและเงินอุดหนุน: เช่น กระทรวง อว. และมหาดไทย
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่าพยายามทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) แล้ว แต่ความเป็นจริงพบว่า 95% ยังคงเป็นโครงการซ้ำเดิมจากปีเก่า ๆ
เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน พรรคประชาชนเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่
พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ (กฎหมายปฏิรูปงบประมาณ - Budget Reform)
พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง
พ.ร.บ.ยกระดับการทำงานของสำนักงบประมาณรัฐสภา
เป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเปิดเผยคำของบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายใหม่จะบังคับให้รัฐบาลไม่ได้มองแค่ฝั่งรายจ่ายอย่างเดียว หากรัฐจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ หรือมีนโยบายที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ รัฐบาลจำเป็นต้องกลับมารายงานต่อรัฐสภา เพื่อให้ประชาชนและสาธารณชนร่วมกันตรวจสอบได้ทันที