การกลับมาของ “พญาแร้ง” เหนือผืนป่าห้วยขาแข้ง หลังหายไปจากระบบนิเวศกว่า 30 ปี
ห่างออกไปไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นกรงฟื้นฟูประชากรพญาแร้ง ทีมข่าวไทยพีบีเอสพูดคุยกับ ชัยอนันต์ โภคสวัสดิ์ หัวหน้าโครงการพญาแร้งคืนถิ่น ถึงเบื้องหลังและความหวังในการพาพญาแร้งกลับคืนสู่ป่า
หัวหน้าโครงการพญาแร้ง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความหวัง จากการที่มีพญาแร้งอยู่ในการดูแลขององค์การสวนสัตว์ แต่แทนที่จะปล่อยให้แก่ตายไปในสถานที่เลี้ยง เขากลับมองว่า มีศักยภาพที่จะช่วยฟื้นฟูประชากรให้สามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ จึงเกิดเป็นความร่วมมือ ในการนำพญาแร้งเหล่านี้กลับมาทำหน้าที่ของพวกมันในป่าอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมพญาแร้งถึงหายไปจากเมืองไทย ?
ชัยอนันต์ กล่าวว่า ในอดีตเรามีแร้งประจำถิ่น 3 ชนิด คือ พญาแร้ง แร้งเทาหลังขาว และแร้งสีน้ำตาล ซึ่งตอนนี้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ สำหรับพญาแร้ง ฝูงสุดท้ายอยู่ที่ห้วยขาแข้ง เมื่อราว 30 ปีก่อน สาเหตุเกิดจากนายพรานต้องการหนังเสือ จึงใส่ยาเบื่อลงในซากเก้งเพื่อดักเสือ แต่กลายเป็นว่า ฝูงพญาแร้งลงมากินซากนั้นก่อน ทำให้พวกมันตายยกรวมกันหมดป่า นับตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยเจอพญาแร้งในธรรมชาติอีกเลย
อีกอย่าง คนไทยมักติดภาพว่าแร้งอยู่กับซากศพ ความตาย แต่ในความเป็นจริง พวกมันคือ “นักบุญแห่งป่า” หรือ “เทศบาลแห่งผืนป่า” แร้งเป็นนกนักล่าที่ไม่ฆ่าสัตว์อื่น แต่จะรอให้สัตว์ตายเองหรือรอซากจากผู้ล่าตัวอื่น
หน้าที่สำคัญของพวกมันคือ การกำจัดซากสัตว์ที่อาจติดเชื้อโรค หากไม่มีแร้ง เชื้อโรคจากซากเหล่านั้นอาจชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ และส่งผลกระทบต่อชุมชนได้ นอกจากนี้ แร้งยังเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของป่า เพราะถ้ามีแร้ง ย่อมหมายความว่ามีสัตว์กินพืช และมีผู้ล่าอย่างเสือโคร่งที่ทิ้งซากไว้ให้แร้งกินนั่นเอง
สำหรับการฟื้นฟูประชากรพญาแร้ง หัวหน้าโครงการฯ ระบุว่า แบ่งการทำงานเป็น 2 พื้นที่หลัก คือที่สวนสัตว์นครราชสีมา ซึ่งเปรียบเสมือน “ธนาคาร” สำหรับผลิตลูกนก และที่ห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ฟื้นฟูในธรรมชาติจริง ซึ่งตอนนี้เรามีพญาแร้งเพียง 8 ตัวที่อยู่ในการฟื้นฟู
การฟื้นฟูประชากร จึงเหมือนการทำงานแข่งกับเวลา เรานำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ มาจับคู่ โดยการสร้างกรงขนาดใหญ่ในป่าห้วยขาแข้ง (กว้าง 20 เมตร สูง 20 เมตร ยาว 40 เมตร) หรือสูงประมาณตึก 6 ชั้น กว้างเท่าสนามฟุตซอล เพื่อให้พวกมันได้ปรับสภาพ และเพาะขยายพันธุ์ในพื้นที่จริง วิธีนี้จะช่วยลดขั้นตอนการปรับตัวก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ
เมื่อถามว่า เราสามารถเร่งการขยายพันธุ์และรีบปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้หรือไม่
ขัยอนันต์บอกว่า พญาแร้งสัตว์ที่ขยายพันธุ์ยาก พวกมันจะวางไข่เพียง ฤดูกาลละ 1 ใบ เท่านั้น แถมยังอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมสูง ถ้าปัจจัยไม่พร้อม เช่น มีภัยคุกคาม หรืออาหารไม่พอ พวกมันจะไม่ทำรังวางไข่เลย ซึ่งในช่วงเฟสแรก โครงการประสบความสำเร็จในการได้ลูกนกมา 2 ตัว ตอนนี้กำลังเข้าสู่เฟสที่ 2 ของโครงการ
เราตั้งเป้าหมายว่า จะปล่อยพญาแร้งคืนสู่ธรรมชาติประมาณ 2-4 ตัว ภายในปี พ.ศ.2572 หรืออีกประมาณ 3 ปี ถึงแม้ว่าตอนนี้นกจะยังอยู่ในกรง แต่นี่คือกรงในบ้านที่แท้จริงของพวกมัน และความคาดหวังสูงสุดคือการได้เห็นพญาแร้งกลับมาโบยบิน ทำรัง และหาอาหารเองได้ตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาการให้อาหารจากเราอีกต่อไป และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ของห้วยขาแข้ง
ภาพ : ปัญญา อินสะอาดผล ช่างภาพข่าว ไทยพีบีเอส
รายงาน : พรพิศิษฐ แดนนาเฟือง ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวภาคกลาง-ตะวันออก ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
ราคาน้ำมันลดทุกกลุ่ม ส.อ.ท.ชี้ช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ หนุนเศรษฐกิจไทยฟื้น
จนท.ติดตั้งเพิ่มเซนเซอร์บริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ยังไม่พบทรุดตัวเพิ่ม
สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนตกหนัก กทม.มีฝนตกร้อยละ 60ของพื้นที่