โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พิมพ์ใจ’ ฟื้น กรอ.ขับเคลื่อน ศก. คอร์รัปชั่นฝังราก ‘เอกชน-รัฐ’ ต้องช่วยกันแก้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล

สัมภาษณ์

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ปัญหาสินค้านำเข้าทะลัก รวมถึงข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการทำธุรกิจ “นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งหมาด ๆ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ได้ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การสร้าง “ความร่วมมือ” ระหว่างภาครัฐและเอกชนให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

อีก 1 เดือน กรอ.คัมแบ็ก

หนึ่งในกลไกสำคัญที่เราพยายามผลักดัน คือ การฟื้น“คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน” หรือ กรอ. เพราะกลไกนี้หายไปนานถึง 11 ปี เราจำได้ว่าในอดีตตอนที่ภาครัฐกับเอกชนได้นั่งคุยหารือกันจริง ๆ รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของเอกชน และพยายามแก้ปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน มันทำให้หลายเรื่องเดินหน้าได้ เชื่อว่าเวทีลักษณะนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โครงสร้างอุตสาหกรรม รวมถึงปัญหาคอร์รัปชั่นที่ฝังรากอยู่ในระบบราชการไทยมายาวนาน

ต้องขอบคุณท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมจัดตั้ง กรอ.ขึ้นมาใหม่ คงใช้เวลาประมาณ 1 เดือนน่าจะเริ่มเห็นรูปแบบชัดเจน ทั้งบทบาท หน้าที่ และประเด็นที่จะหารือร่วมกัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมากต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในภาวะที่ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน

กรอ.ไม่ใช่เวทีประชุมธรรมดา แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงที่บริบทโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องมานั่งคุยกันว่าไทยควรวางเป้าหมายประเทศอย่างไร จากนั้นต้องตั้งทีมเลขานุการหรือฝ่ายทำงานต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนมีบทบาทและความรับผิดชอบ สำหรับรูปแบบการประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป

แต่สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลเปิดพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจมากขึ้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง สำหรับเอกชนมันเป็นสัญญาณที่ดีมาก เราเชื่อว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ อย่างเรื่องการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถ้ารัฐไม่ฟังเอกชนก็คงเดินมาไม่ถึงจุดนี้ เพราะภาคธุรกิจเสนอว่าควรนำงบประมาณไปใช้ด้านใดบ้าง ถึงจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ทั้งการช่วยเหลือผู้ประกอบการ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน จนสามารถผลักดันมาตรการออกมาได้

รัฐ-เอกชนร่วมมือแก้คอร์รัปชั่น

อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คือ เรื่องที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจหน่วยงานรัฐที่ถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องการเรียกรับสินบน จากโครงการ Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นปัญหาในระบบราชการไทย สะท้อนว่าระบบยังมีจุดบกพร่อง แต่สิ่งสำคัญกว่าการเปิดเผยรายชื่อ คือ การร่วมกันหาทางแก้ไข หลังจากนี้เราจะจัดการอย่างไรต่อ กรณีที่หลายหน่วยงานรีบออกมาชี้แจง หรือบางแห่งเลือกใช้วิธีตอบโต้ด้วยการเตรียมฟ้องร้องภาคเอกชน เราไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง เพราะเอกชนกับภาครัฐต้องทำงานด้วยกัน สิ่งที่ควรทำคือ ร่วมมือกันแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างโปร่งใสมากขึ้น

สิ่งที่ภาครัฐควรเร่ดำเนินการ คือ การนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามาลดขั้นตอนการอนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และทำให้ทุกกระบวนการสามารถตรวจสอบได้ หน่วยงานไหนใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีขั้นตอนชัดเจนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก็จะช่วยลดข้อครหาว่ามีการคอร์รัปชั่นหรือเรียกรับสินบน ไม่ว่ารัฐหรือเอกชนเองก็ควรเปิดเผยกระบวนการอนุญาตต่าง ๆ ให้ชัดเจน ทั้งระยะเวลา ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถติดตามได้

ยอมรับว่าหลังจากมีการเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนเรื่องรับสินบน ก็ทำให้หลายหน่วยงานถูกสังคมมองในแง่ลบ แต่เป้าหมายของการสำรวจไม่ใช่การกล่าวโทษ มั่นใจว่าวัตถุประสงค์ของโพลอยากสะท้อนปัญหาเพื่อให้เกิดการปรับปรุง ตอนนี้เราต้องเข้าไปคุยกับหน่วยงานเหล่านั้น ชี้แจงให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของโพล เพราะตอนนี้เราไม่ได้กำลังบอกว่าใครผิดใครถูก หรือข้อมูลถูกหรือผิด เราอาจจะใช้กลุ่มตัวอย่างน้อยไปแค่ 300 คน ถ้าใช้หลัก 10,000 คนเป็นกลุ่มตัวอย่างจะทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

อย่างไรก็ตามเราจะใช้โอกาสนี้ในการปรับจูนการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้ระบบโปร่งใสมากขึ้น

ผลักดันนโยบาย 5I – MiT

การที่มานั่งตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ครั้งนี้หลายคนถามว่าทำไม ซึ่งตอบได้เลยว่าต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ อยากให้เศรษฐกิจไทยไปต่อให้ได้และดีขึ้น ประเทศเรายังมีโอกาสอีกมาก หลายอุตสาหกรรมของเราเก่งและโตมาก แต่ก็ยังไม่ถูกผลักดัน ก่อนนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ คือ ส่งออกอันดับ 1 ตามมาคือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป แต่ตอนนี้อุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชรพลอยกลับเติบโตมาก แซงขึ้นมาติด Top 3 และช่างฝีมือของไทยเก่งที่สุดในโลก มูลค่าส่งออกระดับแสนล้านบาท ถ้าผลักดันจะไปไกลได้ถึงล้านล้านบาท ติดเรื่องเดียวคือ การสร้างแบรนด์ ถ้ายิ่งเราทำตรงนี้ได้เราจะเป็นประเทศที่งานเครื่องประดับดีที่สุดในโลก

ส่วนนโยบาย 5I (5 ไอ) ก็จะมีเรื่อง Intelligent Industry (อุตสาหกรรมอัจฉริยะ) Innovation & Creativity Industry (อุตสาหกรรมนวัตกรรมและสร้างสรรค์) International Alliance & Network (พันธมิตร และการเชื่อมโยงสากล) Industrial Infrastructure Reform (ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม) Inclusive Sustainability (ความยั่งยืนที่ครอบคลุม) ยากที่สุดจริง ๆ คือ ตัว I4 เรื่อง Infrastructure โครงสร้างพื้นฐาน เพราะเราต้องทำให้รัฐบาลเห็นภาพร่วมกัน อย่างเรื่องพลังงานและแผน PDP (แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า) เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน เ

พราะหากไทยยังมีต้นทุนพลังงานสูงประเทศจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ต่อให้ I1 I2 I3ทำเต็มที่ แต่ถ้าโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมยังไงก็หนัก ดังนั้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และระบบอุตสาหกรรม จะเป็นตัวกำหนดอนาคตเศรษฐกิจไทยในระยะยาว รวมถึงช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ

อีกโจทย์ใหญ่ที่ให้ความสำคัญ คือ ทุนมนุษย์ หรือ Human Capital ในยุคที่ AI และระบบอัตโนมัติกำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกอุตสาหกรรม เราต้องเตรียมคนให้พร้อมทำงานกับ AI ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ หรือแม้แต่ควบคุม Humanoid ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และเราก็ยังคงกังวลต่อสถานการณ์สินค้านำเข้าที่ไหลทะลักเข้ามาแข่งขันในไทย จนหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ

ตอนนี้ไทยเหมือนเป็นที่รองรับสินค้าจากต่างประเทศ เราจึงต้องเร่งผลักดันเรื่อง Regulation และการคุ้มครองสินค้าไทย เราเข้าไปทำงานกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อผลักดันมาตรฐาน MiT หรือ Made in Thailand ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น

เพราะในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การรักษาเม็ดเงินในประเทศสำคัญมาก ถ้าคนไทยเชื่อมั่นสินค้าไทย ซื้อสินค้าไทย มันจะช่วยเศรษฐกิจทั้งระบบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พิมพ์ใจ’ ฟื้น กรอ.ขับเคลื่อน ศก. คอร์รัปชั่นฝังราก ‘เอกชน-รัฐ’ ต้องช่วยกันแก้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...