“ทนายอั๋น”ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาล รธน.เบรก กกต.ทำหน้าที่ คดีฮั้ว สว.
"ทนายอั๋น" ยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ ของ กกต.ในคดีฮั้ว สว. ชี้ท้าทายสายตาประชาชนตั้งแต่เริ่มกระบวนการตรวจสอบ
วันนี้ (17 มิ.ย.69) ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ทนายอั๋น กล่าวว่า วันนี้ตนเองมายื่นผู้จัดการแผ่นดินเพื่อขอศาลรัฐธรรมนูญตีความเพิ่มเติมในการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ชุดนี้ว่ามีส่วนได้เสียโดยตรงส่อว่าจะขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยหามาตรการ ที่จะเบรกหรือสกัด ให้กกต.ชุดนี้ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการตัดสินคดีฮั้วเลือกตั้งสว. ให้เกิดความเป็นธรรม
เนื่องจาก คดีเลือกตั้งสว.ท้าทายสายตาประชาชนตั้งแต่เอาระเบียบอะไรก็ไม่รู้ เราเห็นว่าไม่ได้ยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากแต่เป็นการรับลูกเฉพาะสภาสูงสภาเท่านั้นเองและที่สำคัญคนกลุ่มนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจากคณะอนุกรรมการไต่สวนของกกต.ชุดที่ 26 ประเด็นที่สอง คือบุคคลนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและไม่มีใครมาร่วมลงชื่อเลย
ความท้าทายประการที่สาม คือคนพวกนี้ไปตั้งองค์กรอิสระมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่ตนเองมีมลทิน และท้าทายการสุดท้ายและกำลังจะเกิดขึ้นคือคนที่ถูกตั้งในนั้นก็คือ 3 คนของกกต. ในองค์กรอิสระมากมายแต่วันนี้ที่ต้องการมาเบรกให้ได้ คือ 3 คนที่ถูกเลือกมาจากมติของที่ประชุมวุฒิสภาก็แน่นอนที่สุดว่า 138 คนเป็นเสียงส่วนใหญ่เพียงพอที่จะทำให้องค์กรอิสระหรือกกต.สามคนมานั่งปฏิบัติหน้าที่ก็เลยบอกว่านี่คือความท้าทาย
ทนายอั๋น ย้ำว่า ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามา จึงมายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคำร้องของตนเอง ในฐานะเป็นผู้เสียหายประชาชนเป็นผู้เสียหายทำเรื่องนี้มาโดยตลอดเดินทางมาหลายร้อย กิโลร่วม 2 ปีที่ผ่านมาเพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกกต. หรือดีเอสไอหน่วยงานอื่นๆดำเนินการจัดการคดีฮั้วเลือกตั้งให้ได้เสียที เห็นว่าการกระทำขององค์กรอิสระหากดำเนินการไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรม ส่อว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั่นทำให้กระทบสิทธิเสรีภาพของผมตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 213 กำหนด
ทนายอั๋น ยัง กล่าวอ้างถึงข้อกฎหมายที่มารับรองคือองค์กรอิสระจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากอคติ ตรงไปตรงม าวันนี้เราก็เห็นว่าอาจจะมีผลประโยชน์ขัดแย้งกันหรือไม่เพราะอย่างที่ได้เรียนไปว่า กกต. 3 คนจาก 7 คนถูกตั้งโดยสว.ชุดปัจจุบันที่อยู่ในกระบวนการขั้นตอนของการตรวจสอบในคดีฮั้ว สว.และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกกต. อยู่ เปรียบเสมือนว่า กกต. 3 ท่าน ที่ว่ามาไม่ต่างอะไรกับท่านเป็นผู้ติดหนี้บุญคุณของสว.ทั้งหลายและผู้ติดหนี้บุญคุณของสว.ทั้งหลาย จะพิจารณาคดีของผู้มีพระคุณได้อย่างไรเพราะตัวเองเป็นหนี้บุญคุณเขาอยู่
จึงกระทบต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 215 ที่บอกว่าองค์กรอิสระต้องวางตัวเป็นกลางตรงไปตรงมาและยังไปแตะกับพรป.ป.ป.ช. มาตรา 126 ที่บอกว่าองค์กรอิสระทั้งหลายจะต้องปฏิบัติหน้าที่ปราศจากอคติและต้องแสดงความซื่อสัตย์และความกล้าหาญ
ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญออกแรง และหวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน จะทำความเห็นส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเหมือนคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews