ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดผสม จับตารายงานประชุมเฟด-วอนเกาหลีใต้เริ่มซื้อขาย 24 ชั่วโมง
ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก เปิดซื้อขายทั้งบวกและลบในวันจันทร์ นักลงทุนจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ พร้อมประเมินหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่เกาหลีใต้เริ่มซื้อขายเงินวอนตลอด 24 ชั่วโมง และราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผสมหลัง OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิต
6 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก เปิดซื้อขายเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและแดนลบ
โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเปิดทรงตัว ขณะที่ดัชนี Topix ปรับขึ้น 0.2%
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับขึ้น 0.61% ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Kosdaq ลดลง 1%
ด้านดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 0.23%
ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเคลื่อนไหวที่ 161.54 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากอ่อนค่าทำระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เงินวอนของเกาหลีใต้อ่อนค่าราว 0.25% มาอยู่ที่ 1,532.82 วอนต่อดอลลาร์ หลังเริ่มเปิดซื้อขายเงินวอนตลอด 24 ชั่วโมง
นักลงทุนจับตาการซื้อขายในตลาดเอเชีย-แปซิฟิกอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ โดยให้ความสำคัญกับรายงานการประชุมเดือนมิถุนายนของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธ และเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Fed นาย Kevin Warsh
เอ็ด ยาร์เดนี นักวิเคราะห์ตลาด ระบุว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยของ Fed สะท้อนว่าตลาดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมประมาณ 1.5 ครั้งในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากการคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยที่ครอบงำตลาดตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
เขาระบุว่า รายงานการประชุม Fed จะสะท้อนว่าคณะกรรมการเห็นด้วยกับการประเมินใหม่ของตลาดมากน้อยเพียงใด
บริษัท Quantum Strategy ระบุในบันทึกเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นจีนมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังเสร็จสิ้นการศึกษาวิจัยใหม่ในภาคส่วนดังกล่าว
บริษัทระบุว่า กำลังลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ และเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นจีนที่ได้รับประโยชน์จากการนำ AI ไปใช้งาน
ในคำแนะนำพอร์ตการลงทุนล่าสุด Quantum Strategy ระบุว่า "ลดการลงทุนในหุ้น AI ทั้งหมด (ยกเว้นจีน) และหุ้น Magnificent 7" พร้อมแนะนำให้นักลงทุนเข้าลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการใช้งาน AI โดยให้ความสำคัญกับตลาดจีนเป็นพิเศษ
ด้านราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผสมในช่วงเช้าวันจันทร์ หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบจากการที่กลุ่ม OPEC+ ตกลงเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนสิงหาคม
สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกันยายนทรงตัวที่ 72.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.20% อยู่ที่ 68.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
OPEC+ ตกลงเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม หลังช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
Westpac ระบุในรายงานว่า การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ OPEC+ ฟื้นกำลังการผลิตกลับมาแล้วราว 940,000 บาร์เรลต่อวัน นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการเพิ่มกำลังการผลิต
Westpac ยังระบุว่า การเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 จะช่วยให้ตลาดน้ำมันโลกมีอุปทานเพียงพอ โดยเฉพาะหากการหยุดยิงและความพยายามสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป
อ้างอิง : cnbc.com