โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จิตวิทยาคนโง่ (The Psychology of Stupidity) “..ความโง่ไม่ใช่เรื่องของไอคิว...แต่คือการไม่ใช้ความคิด..”

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต

“ณ ขณะที่เราใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัย หรือในแต่ละช่วงขณะ เราต่างหวังว่า เราจะยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงได้ ด้วยพลังการรับรู้ในจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวตนของเรา…! หลายๆเหตุการณ์ อาจสื่อสำแสดงถึงความเป็นเบ้าหลอมแห่งอาการของชีวิตว่า ไป 'คล้ายดั่งคนโง่'.. แต่อันที่จริงมันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่..

ภายใต้หลืบลึกแห่งการแสดงออก … การพลาดพลั้งผิดพลาดในบางที อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่ของการลองผิดลองถูกในชีวิตเพื่อที่จะเติบโต สู่โอกาสของชีวิตต่อๆไป ..มันไม่ใช่เรื่องที่จะเจาะจงไปที่ 'ไอคิวของชีวิต'…แต่เพียงอย่างเดียว แต่มันอาจจะเป็นตราประทับแห่งสัจจะ ของการไม่ใช้ความคิด หรือรู้จักใช้ความคิดในขณะนั้น..ล้วนๆ! นั่นคือแบบเรียนของบริบทแห่งศรัทธา ที่ค่อยๆสอนสั่งจิตวิญญาณ ให้รู้ค่าของการตีความ ในประเด็นฝังลึกที่ย้อนแย้ง..ระหว่างความโง่งมกับความฉลาดเฉลียวฉลาดที่จะดำรงชีวิตอยู่โดยแท้จริง..!

..ความโง่ไม่ได้วัดกันที่ระดับไอคิว ไม่ใช่เรื่องของสติปัญญา แต่มันมักเกิดจาก..อคติทางความคิด (Cognitive Bias) และการตัดสินใจอันผิดพลาดจากหัวสมอง..ที่ขี้เกียจคิดวิเคราะห์”

“จิตวิทยาคนโง่” (The Psychology of Stupidity)..หนังสือที่สื่อสำนึกถึงด้านในที่เร้นซ่อนของของชีวิต มันมีประเด็น ความหมายที่หลากหลายอันชวนให้ ต้องทบทวนและตีความสู่รายละเอียดอันซับซ้อนและมีคุณค่าด้านใน… ..ผลงานอันเหลื่อมซ้อนมิติคิดโดย “ฌ็อง ฟร็องซัว มาร์มียง” (Jean-François Marmion)..นักจิตวิทยาและบรรณาธิการผู้โด่งดัง..โดยได้รวบรวมประเด็นมุมมองอันแตกต่างหลากหลาย รวมทั้ง เหล่างานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยา และบรรดานักคิดในหลายต่อหลายท่าน.. ..ทั้งหมดได้ให้คำอธิบายถึงนัยแห่งความโง่..เหตุผลที่ไม่สมเหตุผลแห่งการกระทำของมนุษย์ ตลอดจน อคติในแง่มุมต่างๆทางความคิด.. โดยได้เน้นย้ำให้เรา..มองความโง่อย่างเข้าใจและเห็นใจในความเป็นคุณธรรมและมนุษยธรรม..ให้มากขึ้น ด้วยการไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับวังวนของการทำลายศักดิ์ศรีของคนโง่..!

“เพราะบางครั้ง ความโง่ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล …แต่อยู่ที่บริบทที่คนคนนั้น กำลังเผชิญอยู่ต่างหาก!!”

“ฌ็อง” ในฐานะนักจิตวิทยาชื่อดังชาวฝรั่งเศส มีความเชื่ออย่างมุ่งมั่นว่า.. “ความโง่ดำรงอยู่ได้นานกว่าเรา..นานกว่าชีวิตของเรา!” กระทั่งมองว่าคนโง่นั้น มีหลากรูปแบบ ทั้งโง่น่าสมเพช โง่บ้าบิ่น โง่ระดับตำนาน โง่แบบบ้องตื้น โง่แบบหัวขี้เลื่อย โง่สันดานหยาบ โง่อย่างงุ่มง่าม สมองดับ โง่เปิ่น โง่งุ่มง่าม โง่หัวแข็ง โง่ขั้นสุด โง่กระจอก โง่วางก้าม โง่เพ้อเจ้อ โง่เวิ่นเว้อ รวมทั้งพวกที่โง่ แถมยังพูดจาน่ารำคาญอีก

*ฌ็อง “..ได้นำพาเราไปสู่โลก of ความโง่เขลาในทุกแง่มุม ภายใต้การสำรวจเชิงลึกด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมา และมีอารมณ์ขัน ซึ่งก็มีส่วนให้การทำความเข้าใจพฤติกรรมที่แสนจะไร้เหตุผลเป็นเรื่องน่าสนุก แทนที่จะรู้สึกอับอาย.. “จิตวิทยาคนโง่ จะทำให้คุณเข้าใจว่า..ความโง่คืออะไร และจะไม่เผลอทำอะไรโง่ๆ ..รู้วิธีหลีกเลี่ยง 'คนโง่' หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็สามารถที่จะเรียนรู้ วิธีการอยู่ร่วมกับคนโง่อย่างมีความสุขได้!!”

ว่ากันว่า..ความโง่นั้นเหมือนหมุนอยู่รอบตัวเรา เราเห็น เราพานพบ เราอ่าน เราดูเรื่องราวของความโง่เขลาแทบทุกวัน ในขณะที่ตัวของเราก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปัญหาเหล่านั้น ..ครั้นเมื่อเราต้องการอยู่ห่างไกลจากวงจรของความโง่เขลา เราก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจมันให้ได้เสียก่อน…

*มันสมองอันแสนขี้เกียจมักจะทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด!

*การเถียงกับคนโง่ก็เสมือนว่าเรากำลังติดอยู่ในกับดัก

*ทำไมคนฉลาดถึงเชื่อในเรื่องราวที่ไร้สาระ

หนังสือเล่มนี้ จึงเท่ากับว่าเป็นการรวบรวมคำอธิบายของบุคคลที่เก่งที่สุดในโลกแต่ละคน อาทิ… Aaron James / Dan Ariely / Ryan Holiday / หรือ Howard Gardner /..ซึ่งพวกเขาทั้งหมดได้พยายามที่จะหาเหตุผลอธิบายว่า.. “ทำไมในบางครั้ง คนฉลาดถึงได้ 'ตัดสินใจพลาด'….”

นั่นเป็นเพราะ..การเกิดความมั่นใจเกินเหตุ (Overconfidence) ที่มี “อัตตา” (Ego) เป็นต้นตอสำคัญ มันทำให้ตัวเราเชื่อมั่นว่า ตัวเราเองถูกต้องอยู่เสมอ ซึ่งถือเป็นการปิดกั้นการรับฟัง อีกทั้ง ยังไม่ยอมรับความผิดพลาดเสียอีก..! และ…เนื่องเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงมีพลังคล้อยตาม (Conformity) เกิดขึ้นกับชีวิตเสมอ โดยเรามักจะทำตามคนส่วนใหญ่และหลงเชื่อข่าวปลอม (Fake News) อย่างง่ายดาย เพียงเพราะแค่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม จึงทำให้ขาดการตรวจสอบในข้อเท็จจริง!

มีอยู่หลายๆขณะที่คนเรามักจะคิดว่า..“เราเหนือกว่าคนอื่น” นั่นคือสภาวะแห่งภาพลวงตาที่ทั้งหลอกตาและหลอกใจเรา..(Dunning-Kruger Effect)..อันหมายถึง สภาวะที่คนเรามักประเมินความสามารถของตนเองไว้สูงเกินจริง.. ในขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญตัวเองด้านต่างๆ จะประเมินความสามารถของตนเองเอาไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง และมีความกังวลกลุ้มกังวลมากกว่า..

“การอ่านหนังสือเล่มนี้ จึงเปรียบได้กับการส่องกระจก เพื่อให้เราตระหนักรู้ เท่าทันความผิดพลาดทางความคิดของตนเองและลดการตัดสินผู้อื่นอย่างรุนแรง..ต่อๆไป!”

แง่มุมทางการรับรู้จากหนังสือเล่มนี้ ล้วนเป็นทางสว่างของชีวิตที่ล้ำค่า..มันสอนให้เราเข้าใจแง่มุมของตัวตนที่ควรจะเป็น อย่างหยั่งลึกและมีทิศทางในหลายทิศทาง! หากเราจมอยู่กับข้อมูลที่ล้นเกิน เราจะกลายเป็น 'คนโง่แบบมีความรู้' เพราะในทุกวันนี้ เป็นยุคที่มีข้อมูลมากมายจนล้นทะลัก ซึ่งก็มีส่วนทำให้ผู้คนทั่วไป กลายเป็นคนรู้เยอะ แต่กลับไม่ใส่ใจที่จะแยกแยะและคิดวิเคราะห์ ที่สุด..จึงกลายสภาพเป็นเพียงแค่..“ผู้บริโภคข้อมูลที่เต็มไปด้วยความสับสน”

นั่นคือสิ่งที่ย้ำแสดงว่า “ความโง่คือสภาพที่เราทุกคนมีอยู่ในบางเวลา” ซึ่งก็บ่งชี้ให้เห็นถึงว่า “ไม่มีใครที่จะฉลาดอยู่ตลอดเวลา” ซึ่งการตระหนักรู้ในประเด็นสำคัญนี้ ..ถือเป็น “ก้าวแรกในการก้าวสู่ความเข้าใจและเติบโตของชีวิต”..ต่อๆไป! สิ่งที่สำคัญที่สุด ในวงจรของการเรียนรู้ถึง “ความโง่” ก็คือ..อย่าไปหัวเราะเยาะคนโง่ ..เพราะการกระทำเช่นนั้น “อาจทำให้เรากลายเป็นคนโง่เสียเอง”

การคิดดูถูกคนอื่นคือการปิดกั้นโอกาสอันดีงามของตัวเอง และถือเป็น “การแสดงอัตตาที่พองโต” ซึ่งก็อย่างที่รู้กัน “อัตตาคือต้นตอของความโง่งม” ที่ทำให้ชีวิตจมดิ่งอยู่กับความหลงตัวอย่างติดแน่น..จนไม่ฟังใคร!!

บทสรุปในบทเริ่มต้นแห่งการสร้างสรรค์หนังสือเล่มนี้ของ “ฌ็อง” คือการยอมรับในประเด็นหลักที่ว่า..เมื่อเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความโง่ “เราจะไม่มีทางรอดใดๆ” นี่คือคำให้การในการยอมรับวิถีแห่งความเป็นจริงอันขมขื่นและขื่นขัน..ในคราวเดียวกัน ดังนั้น ..เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้นัยของมันอย่างเข้าใจและหัวเราะอย่างสาแก่ใจไปกับมันให้ได้..!

ความโง่อาจถือเป็น “สิ่งที่มนุษย์กลัวที่จะเผชิญหน้า” กับมัน แต่กับปัจจัยของการหลงใหล และคิดว่าตัวตนของตัวเองเลิศล้ำ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดึงให้ชีวิตของมนุษย์โน้มต่ำลงอย่างไม่รู้ตัว..! ..การไม่เรียนรู้ในการมองเห็นเนื้อในแห่งความเป็นชีวิตของเราอย่างถ่องแท้ ”จะทำให้ชีวิตของเรายึดติดอยู่กับความมืดมนอย่างสาหัส..!“ ..จะไม่แสวงหาแสงฉายของสติปัญญาด้วยคุณค่าแห่งสำนึกที่ดีงาม ตรงกันข้าม ..กลับผูกพันอยู่กับจริตมายาของการหลงตัวคิดว่า..ตัวเองฉลาดเฉลียวเหนือคนอื่น จนกลืนกินสถานะอันผ่องแผ้วและดีงามของตนเองไปจนหมดสิ้น..

“พรรษรัตน์ พลสุวรรณา” แปลและถอดความสำนึกคิดของหนังสือเล่มนี้ออกมา อย่างเห็นแง่มุม ที่ลึกซึ้ง..ต่อการนำไปพัฒนาโครงสร้างของชีวิต..ที่เป็นคุณ! และ…นี่คือหนังสือแห่งใจที่เปิดรับ โลกกว้างแห่งความเป็นไปในท่าทีแห่งกลไกของชีวิตในด้านกลับ..ระหว่างและท่ามกลาง..ประจุแห่งการรับรู้และตระหนักรู้ ที่ทายท้าต่อการตอบสนองจิตวิญญาณแห่งการใคร่ครวญต่อ “ชีวิตของสรรพชีวิต” อย่างแท้จริง!!!

“..ถ้าเราเชื่ออย่างสนิทใจว่า…เราฉลาดกว่าคนทั่วไป ..นั่นหมายถึงว่า..เรากำลังตกสู่ 'หลุมพราง' ของความโง่งมแล้ว…!”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...