ผวา! พบ ‘โดรนพลีชีพ-กับดักระเบิดซ้อน’ ชายแดนสระแก้ว
ผวา! พบ ‘โดรนพลีชีพ-กับดักระเบิดซ้อน’ ชายแดนสระแก้ว EOD เตือนห้ามจับเด็ดขาด
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเร่งสำรวจและเคลียร์พื้นที่เสี่ยงบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนสามารถกลับเข้าใช้พื้นที่และประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ
เจ้าหน้าที่ EOD ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ไร่นาของชาวบ้าน พบว่ายังคงมีทุ่นระเบิด เครื่องกระสุนปืนใหญ่ กระสุนปืนครก รวมถึงวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (UXO) กระจายอยู่ในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตรหลายจุด
โดยล่าสุดยังตรวจพบซากอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ตกอยู่ในแปลงเกษตรของชาวบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวยังมีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องดำเนินการเก็บกู้อย่างละเอียดรอบคอบ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าภารกิจครั้งนี้มีความยากและอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากตรวจพบทุ่นระเบิดหลายชนิด โดยเฉพาะ ทุ่นระเบิด PMN และ MN-79 ซึ่งถือเป็นวัตถุระเบิดอันตรายที่ยังหลงเหลือจากความขัดแย้งในอดีต และยังคงเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
สำหรับ PMN เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดกดระเบิด เมื่อมีแรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำงานได้ทันที มีอานุภาพรุนแรงจนทำให้ผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิตได้
ขณะที่ MN-79 นอกจากจะเป็นทุ่นระเบิดที่มีความอันตรายสูงแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบการวางในลักษณะพิเศษ โดยใช้ 2 ทุ่นวางซ้อนกัน ทุ่นหนึ่งตั้งตรงตามปกติ ส่วนอีกทุ่นวางนอนราบชิดอยู่ด้านข้าง เพื่อเพิ่มอำนาจการทำลายและใช้เป็นกับดักสำหรับผู้ที่พยายามเก็บกู้
เจ้าหน้าที่อธิบายว่า เมื่อมีการเปิดหน้าดินหรือเคลื่อนย้ายทุ่นหลัก แรงกระทำอาจไปกดแป้นรับแรงของทุ่นที่ซ่อนอยู่ด้านข้าง ส่งผลให้ทุ่นระเบิดทำงานทันที ลักษณะดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่เก็บกู้อย่างมาก จึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือเฉพาะทาง และปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังตรวจพบ กระสุนปืนครกขนาด 82 มิลลิเมตร กระสุนปืนใหญ่ และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (UXO) อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งบางส่วนตกอยู่ใกล้หมู่บ้าน พื้นที่ทำกินของเกษตรกร และเส้นทางสัญจร ทำให้หลายพื้นที่ยังไม่สามารถเปิดให้ประชาชนกลับเข้าใช้งานได้อย่างปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ EOD ระบุว่า การปฏิบัติงานยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องตรวจจับโลหะ อุปกรณ์ค้นหาทุ่นระเบิด และเทคนิคการเก็บกู้ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกำจัดวัตถุระเบิดได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งมอบพื้นที่คืนให้ประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดน รวมถึงเกษตรกรที่ต้องเข้าไปทำไร่ทำนา ให้เพิ่มความระมัดระวัง หากพบวัตถุต้องสงสัยที่มีลักษณะคล้ายทุ่นระเบิด ลูกระเบิด หรือเครื่องกระสุน ห้ามจับ ห้ามเคลื่อนย้าย ห้ามขุด และห้ามเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเองโดยเด็ดขาด ให้จดจำตำแหน่งที่พบและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อให้ชุด EOD เข้าตรวจสอบและดำเนินการทำลายอย่างถูกต้องตามหลักความปลอดภัย
แม้เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ภัยจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างยังคงเป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยจึงเร่งปฏิบัติภารกิจเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความสูญเสีย สร้างความมั่นใจ และคืนความปลอดภัยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในพื้นที่ชายแดนได้อย่างปกติ