โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กสทช. เปิดประชาพิจารณ์ 4 ร่างปรับเกณฑ์บินโดรน หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 มิ.ย. เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. เวลา 07.34 น. • The Bangkok Insight

กสทช. เดินหน้าจัดประชาพิจารณ์ 4 ร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับการบินโดรน ปลดล็อกบินนอกระยะสายตา หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ความปลอดภัยบนน่านฟ้า

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการคลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค กสทช. เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ กสทช. ได้ออกประกาศให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับโดรนในรูปแบบการจดแจ้งขึ้นทะเบียน โดยให้ใช้เฉพาะคลื่นความถี่ที่อนุญาตให้มีการใช้งานเป็นการทั่วไป (Unlicensed Band) ส่งผลให้การควบคุมโดรนถูกจำกัดอยู่ในระยะมองเห็นด้วยสายตา (Line of Sight) เท่านั้น

บินโดรน

แต่ปัจจุบันการใช้งานโดรนในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายภาคส่วน จึงได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อรองรับการใช้งานผ่านร่างประกาศทั้ง 4 ฉบับ ได้แก่

1. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

2. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับวิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

3. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับเครื่องวิทยุคมนาคมสถานีภาคพื้นดินบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในกิจการเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม

4. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมที่อนุญาตให้มีการใช้งานเป็นการทั่วไป

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ

สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในครั้งนี้ ครอบคลุมเทคโนโลยี 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย

1. การขยายคลื่นความถี่ทั่วไป (Unlicensed Band): เปิดเพิ่มย่าน 72 - 72.475 MHz และ 920 - 925 MHz เพื่อขยายขีดความสามารถและลดความหนาแน่นจากย่านเดิม (433.05 - 434.79 MHz, 2400 - 2500 MHz และ 5725 - 5850 MHz)

2. การปลดล็อกบินไกลไร้ขีดจำกัด (BVLOS): อนุญาตให้ควบคุมโดรนระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วยสายตา (Beyond Visual Line of Sight: BVLOS) ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT) ที่จัดสรรแล้วทุกย่าน (ยกเว้นย่าน 2600 MHz) และผ่านระบบดาวเทียมที่จัดสรรแล้วเฉพาะย่าน 1518 - 1559 MHz (Downlink) และ 1610 – 1660.5 MHz (Uplink) เพื่อรองรับ เช่น การขนส่งสินค้า การเกษตรอัจฉริยะ การบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น

3. ระบบเรดาร์ป้องกันการชน (Anti-Collision Radar): เปิดเพิ่มคลื่นความถี่ย่านสูงเพิ่มเติม คือ 57 - 64 GHz และ 76 - 77 GHz จากเดิมที่มีเพียงย่าน 24.05 - 24.25 GHz เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับและหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ยกระดับความปลอดภัยบนน่านฟ้า

4. ป้ายทะเบียนดิจิทัล (Remote ID): กำหนดคลื่นความถี่ให้โดรนสามารถส่งสัญญาณระบุตัวตนและพิกัดบินแบบ Real-time เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัย ป้องกันภัยคุกคาม และช่วยให้เจ้าหน้าที่รวมทั้งประชาชนทั่วไปร่วมตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้งานยังคงต้องได้รับอนุญาตทำการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยที่สำนักงาน กสทช. เป็นผู้รับแจ้งและอนุญาตการครอบครองโดรน เช่นเดิม

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการใช้งานโดรนที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น สำนักงาน กสทช.จึงได้ปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแล โดยกำหนดให้โดรนที่มีศักยภาพในการบินแบบ BVLOS ต้องแจ้งขออนุญาตครอบครองก่อนการใช้งานและต้องมีระบบ Remote ID เพื่อให้สามารถตรวจสอบติดตามระหว่างการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ข้อคิดเห็นที่ได้รับในวันนี้ สำนักงาน กสทช.จะรวบรวมโดยเฉพาะมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแล เพื่อประสานงานร่วมกับ กพท. และกองทัพที่มีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง เพื่อปรับปรุงแก้ไขประกาศดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...