โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ประกอบการเบนเข็มสู่ตลาดแมส หลังยอดจองคอนโดใหม่ร่วงเหลือ 24.3%

Khaosod

อัพเดต 12 มิ.ย. เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. เวลา 04.41 น.

ไนท์แฟรงค์ เผยไร้คอนโดเปิดตัวใหม่ใน CBD ตลอดไตรมาสแรก ขณะที่กว่า 68% ของโครงการใหม่ที่อยู่รอบใจกลางเมืองราคาต่ำกว่า 80,000 บาท/ตร.ม. สะท้อนการปรับกลยุทธ์รับกำลังซื้อจริงในตลาด

นางพจมาน วรกิจโภคาทร หุ้นส่วน - หัวหน้าส่วนงานบริหารงานขายโครงการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของกลยุทธ์ผู้พัฒนาโครงการ โดยผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) มากขึ้น หลังอัตราการจองของโครงการเปิดใหม่ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 24.3% จาก 43.8% ในไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายและใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้น

โดยข้อมูลจาก ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย พบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมประมาณ 6,174 ยูนิต โดยไม่พบการเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เลยแม้แต่โครงการเดียว ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่กระจุกตัวอยู่ในทำเลรอบใจกลางเมือง (City Fringe) คิดเป็น 58% และพื้นที่ชานเมืองอีก 42%

ในด้านระดับราคา พบว่าอุปทานใหม่กว่า 68% อยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 80,000 บาท/ตร.ม. สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้พัฒนาโครงการที่มุ่งเน้นตลาดระดับราคากลางถึงล่างมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อในช่วงราคา 1.5-3 ล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นฐานกำลังซื้อหลักของตลาดในปัจจุบัน

“ภาพรวมตลาดในช่วงนี้สะท้อนว่าความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ในตลาด แต่ผู้ซื้อมีความระมัดระวังมากขึ้นในการเลือกโครงการและตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้อัตราการจองของโครงการเปิดใหม่ปรับตัวลดลง ขณะเดียวกันผู้พัฒนาโครงการเองก็ปรับกลยุทธ์ไปสู่ segment ที่มีผู้ซื้อจริงรองรับมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับราคาที่เข้าถึงได้”

แม้อัตราการจองโครงการใหม่จะปรับตัวลดลง แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเพิ่มขึ้นประมาณ 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ อาทิ การผ่อนคลายเกณฑ์ Loan-to-Value (LTV) และการลดค่าธรรมเนียมการโอน สะท้อนว่าความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ในตลาด แม้การฟื้นตัวจะยังไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึงในทุกกลุ่มราคา

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปทานคงค้าง (Unsold Inventory) ที่อยู่ในระดับสูงประมาณ 350,000 ยูนิต ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ประมาณ 60,000 ยูนิตต่อปี ส่งผลให้ตลาดอาจต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 ปีในการระบายอุปทานส่วนเกิน ภายใต้สมมติฐานที่ไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดในระดับสูง

“ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า เราคาดว่าผู้พัฒนาโครงการจะยังคงเลือกเปิดตัวโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง และมุ่งเน้นทำเลหรือระดับราคาที่มีอุปสงค์รองรับชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อจะยังคงมีอำนาจต่อรองสูงในด้านราคา โปรโมชั่น และเงื่อนไขการชำระเงิน ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังคงสูงในตลาด” นางพจมาน กล่าว

อย่างไรก็ดี ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย มองว่า ทิศทางของตลาดในปัจจุบันสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันในตลาดระดับบนสู่การพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับกำลังซื้อจริงมากขึ้น โดยผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การรักษาสภาพคล่อง และการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อในตลาดมากกว่าการขยายการลงทุนเชิงรุกเช่นในอดีต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ประกอบการเบนเข็มสู่ตลาดแมส หลังยอดจองคอนโดใหม่ร่วงเหลือ 24.3%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...