โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรเธนเบิร์กลั่นบอลโลก 94 ปลุกมะกันคลั่งลูกหนัง

Soccersuck

เผยแพร่ 12 มิ.ย. เวลา 10.28 น. • Soccersuck

อลัน โรเธนเบิร์ก อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐฯ ย้อนความหลังถึงภารกิจสุดหินในการทำให้ชาติที่แทบไม่อินกับฟุตบอล หันมาหลงเสน่ห์เกมลูกหนังผ่านฟุตบอลโลก 1994 ที่กลายเป็นจุดเริ่มสำคัญของกระแสบอลในแดนลุงแซม

ย้อนกลับไปซัมเมอร์ปี 1990 โรเธนเบิร์กเพิ่งได้รับเลือกให้คุมยูเอสเอสเอฟ โดยมีทีมงานเต็มเวลาเพียง 6 คน และต้องเตรียมประเทศให้พร้อมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในอีก 4 ปี ทั้งที่ลีกสูงสุดอาชีพหายไปตั้งแต่เอ็นเอเอสแอลล่มสลาย แถมทีมชาติสหรัฐฯ ยังพลาดฟุตบอลโลก 9 จาก 10 ครั้งก่อนหน้า

"สหพันธ์ไม่ได้ถูกบริหารแบบมืออาชีพ มันแทบจะเป็นองค์กรอาสาสมัครเสียมากกว่า" โรเธนเบิร์ก เริ่มกล่าว

เวลานั้นหลายฝ่ายมองว่าฟีฟ่าเลือกผิด หลังสหรัฐฯ ชนะ "แซมบ้า" บราซิล และ "สิงโตแอตลาส" โมร็อกโก ในการโหวตเจ้าภาพ ถึงขั้นมีตัวแทนบราซิลเหน็บว่า การเอาฟุตบอลโลกไปสหรัฐฯ ก็เหมือนเอาเวิลด์ซีรีส์ไปจัดที่บราซิล แต่โรเธนเบิร์กเชื่อว่าคนอเมริกันชอบงานใหญ่ และต้องทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นอีเวนต์ที่ห้ามพลาด

"แรงบันดาลใจคือการทำให้คนอเมริกันเชื่อว่านี่คืองานที่พวกเขาพลาดไม่ได้ ถ้าทำได้ เราจะสร้างความตื่นตัว คนดูมหาศาล และรายได้ก้อนโต" อดีตบอสยูเอสเอสเอฟ กล่าวเสริม

แผนนั้นได้ผลแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตั้งแต่การจับสลากที่ลาสเวกัสซึ่งใส่ความบันเทิงและคนดังเข้าไป ไปจนถึงพิธีเปิดที่มีโอปราห์ วินฟรีย์ และช็อตดังของไดอาน่า รอสส์ ก่อนทัวร์นาเมนต์จะโกยยอดขายตั๋วเกือบ 3.6 ล้านใบ มากสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แม้จำนวนเกมน้อยกว่ายุคหลังหลายสมัย

ในสนาม ทีมชาติสหรัฐฯ หรือ "พญาอินทรี" เองก็ไม่ขายหน้า เมื่อคว้าชัยฟุตบอลโลกนัดแรกในรอบ 44 ปี ด้วยการชนะโคลอมเบีย ก่อนลิ่วเข้ารอบน็อกเอาต์ และพ่ายบราซิลแชมป์ท้ายทัวร์นาเมนต์แบบเฉือน 1-0 ซึ่งเพียงพอให้คนทั้งประเทศเริ่มมองฟุตบอลต่างจากเดิม

ความสำเร็จปี 1994 กลายเป็นเชื้อไฟให้เกิดเอ็มแอลเอส แม้ช่วงแรกลีกต้องลองผิดลองถูก ทั้งการดวลชู้ตเอาต์ตัดสินเกมเสมอและนาฬิกานับถอยหลัง 45 นาที แต่เมื่อทีมชาติสหรัฐฯ ทะลุถึงรอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2002 กระแสก็พุ่งขึ้นอีกระลอก ก่อนพรีเมียร์ลีกเริ่มถ่ายทอดจริงจังในปี 2013 และช่วยมัดใจแฟนรุ่นใหม่

"ตอนพรีเมียร์ลีกเริ่มถ่ายทอดอย่างจริงจังในปี 2013 มันเปลี่ยนทุกอย่าง คนอเมริกันได้ติดตามประสบการณ์ชมฟุตบอลระดับสูงสุดเป็นครั้งแรก" โรเจอร์ เบนเน็ตต์ แห่ง Men In Blazers กล่าว

ปัจจุบันฟุตบอลแซงเบสบอลขึ้นเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ตามผลสำรวจล่าสุดของเดอะ อีโคโนมิสต์ ขณะที่เอ็มแอลเอสมีคนดูรวมเกิน 11 ล้านคนทั้งฤดูกาล 2024 และ 2025 เพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในรอบทศวรรษ และโรเธนเบิร์กเชื่อว่าฟุตบอลโลกหนนี้จะพาเกมลูกหนังในอเมริกาขยับขึ้นไปอีกขั้น

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก Sky Sports Football

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...