สาวผวา! ถูกคนขับแอปฯ ลวนลาม ตามคุกคามถึงโรงแรม
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 21 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsสาวผวาหนัก! ร้องถูกคนขับแอปฯ ดังลวนลามกลางทาง ก่อนตามคุกคามถึงโรงแรม วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความเล่าประสบการณ์สุดเลวร้าย หลังใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันในพื้นที่เมืองพัทยา โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวและกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก เนื่องจากถูกคนขับแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างให้บริการ
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับหญิงสาวเจ้าของคลิป ซึ่งขอใช้นามสมมติว่า “เมย์” อายุ 27 ปี โดยเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางพร้อมเพื่อนและแฟนของเพื่อนจากย่านถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ เพื่อกลับที่พัก โดยว่าจ้างรถผ่านแอปพลิเคชันให้ไปส่งเพื่อนก่อน จากนั้นตกลงเพิ่มค่าจ้างเพื่อให้คนขับไปส่งตนเองต่อยังโรงแรมอีกแห่ง
ผู้เสียหายเล่าว่า หลังจากเพื่อนลงจากรถแล้ว คนขับเริ่มมีพฤติกรรมผิดปกติ ทั้งการล็อกประตูรถ พยายามสัมผัสร่างกายโดยไม่ได้รับความยินยอม และอ้างว่าต้องการดูรอยสักตามร่างกายของเธอ ตลอดเส้นทางผู้เสียหายพยายามตั้งสติและหาทางเอาตัวรอดจนกระทั่งเดินทางถึงที่พัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงโรงแรม คนขับยังไม่ยอมปลดล็อกประตูในทันที พร้อมขอแลกเบอร์โทรศัพท์ ทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจให้ข้อมูลไปเพื่อความปลอดภัยและหวังให้เหตุการณ์ยุติลงโดยเร็ว
แต่เหตุการณ์กลับบานปลาย เมื่อเธอสังเกตเห็นว่ารถของผู้ก่อเหตุยังคงจอดอยู่บริเวณลานจอดรถของโรงแรมนานเกือบ 1 ชั่วโมง พร้อมโทรศัพท์เข้ามาหลายครั้ง ก่อนจะอ้างว่าลืมสิ่งของไว้และพยายามเข้ามาพบถึงห้องพัก โชคดีที่ในขณะนั้นพี่สาวของผู้เสียหายเดินทางมาถึงและสามารถบันทึกคลิปวิดีโอไว้ได้ ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบเดินกลับไปขึ้นรถและขับออกจากพื้นที่ทันที
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุถึงที่สุด พร้อมนำคลิปเหตุการณ์ออกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเตือนภัยผู้ที่ใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องเดินทางเพียงลำพังในช่วงเวลากลางคืน
ผู้เสียหายยังฝากถึงผู้ให้บริการแอปพลิเคชันให้เพิ่มมาตรการคัดกรองและตรวจสอบประวัติคนขับอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร พร้อมย้ำว่า การแต่งกายหรืออาชีพของผู้โดยสาร ไม่อาจเป็นข้ออ้างให้ใครกระทำการคุกคามหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่นได้
ขณะที่ชาวโซเชียลจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำกับผู้โดยสารรายอื่นในอนาคต