“ปกรณ์” ลั่นล้างบางโกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วัน ปิดทุกช่องทุจริต-เชือดคนไร้จริยธรรม กำจัดออกจากระบบ พร้อมจับตาผู้สอบผ่านกว่า 15,000 รายที่พบคะแนนผิดปกติ รอข้อมูลจากมหาดไทยก่อนชงนายกฯ สั่งการรอบแรก 15
“ปกรณ์” ลั่นล้างบางโกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วัน ปิดทุกช่องทุจริต-เชือดคนไร้จริยธรรม กำจัดออกจากระบบ พร้อมจับตาผู้สอบผ่านกว่า 15,000 รายที่พบคะแนนผิดปกติ รอข้อมูลจากมหาดไทยก่อนชงนายกฯ สั่งการรอบแรก 15
เวลา 09.50 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น ในการสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ในการบรรจุนัดแรก ทางนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งตั้งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม และเราก็ประชุมวันนี้นัดแรก เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนและรีบดำเนินการ โดยมีกรอบเวลาดำเนินการ 30 วัน และเนื่องจากเดือนนี้มีวันหยุดเยอะเราจึงประชุมกันเร็ว เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าต้องทำอะไร มีการวางแนวกำหนดวันและเร่งดำเนินการเลย โดยช่วงแรกจะรายงานนายกรัฐมนตรีวันที่ 15 กรกฎาคม ส่วนช่วงที่สองจะเป็นประมาณวันที่ 27 กรกฎาคม ซึ่งนี่เป็นกระบวนการทำงานตามระยะเวลาที่ต้องทำงานกัน ส่วนกระบวนการทำงานวันนี้คณะกรรมการได้มาประชุมตกลงกันว่าเราจะมีการตั้งคณะทำงาน เนื่องจากในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทางตำรวจสอบสวนกลางและ ปปท.ได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ก็จะให้เป็นหัวหน้าทีมคณะทำงาน
โดยเรื่องนี้เราไม่ได้ประชุมกันเร็ว เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร ไม่ต้องคุยกันนาน ไม่เสียเวลาประชุม ซึ่งขณะนี้ทีมก็กำลังทำงานอยู่ ตนขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจที่พวกเราเรียกร้องกัน แต่ก็ต้องโปร่งใสชัดเจน ใครที่ทำไม่ดีก็ต้องมีการจัดการให้พ้นจากระบบไป ซึ่งนี่เป็นเจตนาที่เราทำ
ในเรื่องของการดำเนินคดีอาญา ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องวินัยทางมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ ในส่วนที่เรารับผิดชอบก็จะดูในกรอบของกระบวนการว่ามีกับตรงไหนและเราต้องปิดตรงไหน รวมถึงการประพฤติผิดจริยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติผิดจริยธรรมของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และทางท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่คิดว่าเราจะต้องกำจัดคนที่ขาดคุณธรรมจริยธรรมให้ออกไปจากระบบ ไม่ให้เข้าสู่ระบบมากที่สุด ถือเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำในเรื่องนี้ โดยกระบวนการทั้งหมดมีกับตรงไหนบ้าง ส่วนผู้เกี่ยวข้องเขาจะไปจัดการกันเอาเอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ไปปิดกับให้หมดจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก รวมทั้งการเสนอกฎหมายต่างๆ ว่าควรจะมีหรือไม่ ซึ่งเมื่อวานพรรคภูมิใจไทยก็เห็นว่าจะเสนอกฎหมายฉบับนึง
เมื่อถามว่าเรื่องจริยธรรมจะดำเนินการอย่างไรต่อ เนื่องจากในส่วนของอาญาก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว นายปกรณ์ กล่าวว่า ในเรื่องของจริยธรรมถือเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ผิดจริยธรรมร้ายแรงเข้าสู่กระบวนการการเมืองไม่ได้ เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราคิดว่าจะต้องหยิบมาดู และวันนี้ตนได้มอบหมายให้ปลัดสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นกรรมการของคณะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพราะการกระจายอำนาจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากคนที่สุจริต ฉะนั้นการที่ไม่ให้คนสุจริตเข้ามาในระบบจึงเป็นเรื่องสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกันตนมอบหมายให้เลขาธิการ กพ. ไปดูตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมว่าสามารถที่จะทำอะไรได้บ้างในการจัดการกับคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้
เมื่อถามถึงกรณี 15,000 คน ที่เจอผลคะแนนไม่ตรงกับชีท ต้องออกจากข้าราชการเลยหรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งวันนี้ได้ทำหนังสือไปขอข้อมูลเหล่านี้มาแล้ว อาจนำมาประกอบการพิจารณาของเรา แต่คงไม่มีอำนาจไปวินิจฉัยตรงนั้น เพราะเป็นอำนาจของ ก.สถ. ที่จะต้องไปดูว่าหากเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นควรต้องทำอย่างไร ซึ่งเมื่อเจออะไรเรา
“ปกรณ์” ลั่นล้างบางโกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วัน ปิดทุกช่องทุจริต-เชือดคนไร้จริยธรรม กำจัดออกจากระบบ พร้อมจับตาผู้สอบผ่านกว่า 15,000 รายที่พบคะแนนผิดปกติ รอข้อมูลจากมหาดไทยก่อนชงนายกฯ สั่งการรอบแรก 15 ก.ค.นี้
เวลา 09.50 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น ในการสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ในการบรรจุนัดแรก ทางนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งตั้งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม และเราก็ประชุมวันนี้นัดแรก เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนและรีบดำเนินการ โดยมีกรอบเวลาดำเนินการ 30 วัน และเนื่องจากเดือนนี้มีวันหยุดเยอะเราจึงประชุมกันเร็ว เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าต้องทำอะไร มีการวางแนวกำหนดวันและเร่งดำเนินการเลย โดยช่วงแรกจะรายงานนายกรัฐมนตรีวันที่ 15 กรกฎาคม ส่วนช่วงที่สองจะเป็นประมาณวันที่ 27 กรกฎาคม ซึ่งนี่เป็นกระบวนการทำงานตามระยะเวลาที่ต้องทำงานกัน ส่วนกระบวนการทำงานวันนี้คณะกรรมการได้มาประชุมตกลงกันว่าเราจะมีการตั้งคณะทำงาน เนื่องจากในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทางตำรวจสอบสวนกลางและ ปปท.ได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ก็จะให้เป็นหัวหน้าทีมคณะทำงาน
โดยเรื่องนี้เราไม่ได้ประชุมกันเร็ว เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร ไม่ต้องคุยกันนาน ไม่เสียเวลาประชุม ซึ่งขณะนี้ทีมก็กำลังทำงานอยู่ ตนขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจที่พวกเราเรียกร้องกัน แต่ก็ต้องโปร่งใสชัดเจน ใครที่ทำไม่ดีก็ต้องมีการจัดการให้พ้นจากระบบไป ซึ่งนี่เป็นเจตนาที่เราทำ
ในเรื่องของการดำเนินคดีอาญา ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องวินัยทางมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ ในส่วนที่เรารับผิดชอบก็จะดูในกรอบของกระบวนการว่ามีกับตรงไหนและเราต้องปิดตรงไหน รวมถึงการประพฤติผิดจริยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติผิดจริยธรรมของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และทางท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่คิดว่าเราจะต้องกำจัดคนที่ขาดคุณธรรมจริยธรรมให้ออกไปจากระบบ ไม่ให้เข้าสู่ระบบมากที่สุด ถือเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำในเรื่องนี้ โดยกระบวนการทั้งหมดมีกับตรงไหนบ้าง ส่วนผู้เกี่ยวข้องเขาจะไปจัดการกันเอาเอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ไปปิดกับให้หมดจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก รวมทั้งการเสนอกฎหมายต่างๆ ว่าควรจะมีหรือไม่ ซึ่งเมื่อวานพรรคภูมิใจไทยก็เห็นว่าจะเสนอกฎหมายฉบับนึง
เมื่อถามว่าเรื่องจริยธรรมจะดำเนินการอย่างไรต่อ เนื่องจากในส่วนของอาญาก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว นายปกรณ์ กล่าวว่า ในเรื่องของจริยธรรมถือเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ผิดจริยธรรมร้ายแรงเข้าสู่กระบวนการการเมืองไม่ได้ เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราคิดว่าจะต้องหยิบมาดู และวันนี้ตนได้มอบหมายให้ปลัดสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นกรรมการของคณะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพราะการกระจายอำนาจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากคนที่สุจริต ฉะนั้นการที่ไม่ให้คนสุจริตเข้ามาในระบบจึงเป็นเรื่องสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกันตนมอบหมายให้เลขาธิการ กพ. ไปดูตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมว่าสามารถที่จะทำอะไรได้บ้างในการจัดการกับคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้
เมื่อถามถึงกรณี 15,000 คน ที่เจอผลคะแนนไม่ตรงกับชีท ต้องออกจากข้าราชการเลยหรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งวันนี้ได้ทำหนังสือไปขอข้อมูลเหล่านี้มาแล้ว อาจนำมาประกอบการพิจารณาของเรา แต่คงไม่มีอำนาจไปวินิจฉัยตรงนั้น เพราะเป็นอำนาจของ ก.สถ. ที่จะต้องไปดูว่าหากเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นควรต้องทำอย่างไร ซึ่งเมื่อเจออะไรเราจะรายงานนายกรัฐมนตรีและให้มีข้อสั่งการไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง