โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์บอก MOU จบแล้ว อิหร่านย้ำสหรัฐฯ ละเมิด MOU

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายปูทางไปสู่การยุติสงครามนั้น “จบลงแล้ว” หลังเกิดเหตุโจมตีตอบโต้กันหลายระลอกทั่วตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายปูทางไปสู่การยุติสงครามนั้น “จบลงแล้ว” หลังเกิดเหตุโจมตีตอบโต้กันหลายระลอกทั่วตะวันออกกลาง

โดยทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตว่า “การรับมือกับพวกเขาเป็นเรื่องเสียเวลา” คำกล่าวดังกล่าวนับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่การลงนาม MOU ว่า ข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้ล้มเหลว

ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นหลังจาก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรน และคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ทรัมป์ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีอิหร่าน โดยเรียกว่าเป็น “คนชั่วร้ายและป่วย” พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านเป็น “ผู้เล่นที่สกปรก” จากการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยรัฐบาลวอชิงตันกำลังเสียเวลาไปกับการเจรจากับอิหร่าน และต้องการ "จัดการธุระของเรา" มากกว่าการเดินหน้าทางการทูต

ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ต้องกำจัดมะเร็งของพวกเขา และคุณรู้ไหมว่าต้องทำอย่างไร คุณต้องตัดมะเร็งออกตั้งแต่ระยะแรก

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ประณามอย่างรุนแรงต่อ “การโจมตีที่ก้าวร้าวและการละเมิด MOU อย่างร้ายแรงโดยสหรัฐฯ” หลังจากการโจมตีทางทหารในภาคใต้ของอิหร่าน

ทางกระทรวงระบุว่า เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (8 กรกฎาคม) กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย ได้ละเมิดมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน โดยได้กระทำการรุกรานทางทหารต่อศูนย์ตรวจสอบและเฝ้าระวังหลายแห่งบนชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน และการโจมตีเหล่านี้เป็นการละเมิดวรรค 1 ของ MOU ว่าด้วยการยุติสงครามอย่างชัดเจน ซึ่งกำหนดให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร

นอกจากนี้ พันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศของรัฐบาลทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของอ่าวเปอร์เซียในการป้องกันไม่ให้ฝ่ายผู้รุกรานใช้ดินแดนและสิ่งอำนวยความสะดวกของตนในการกระทำการรุกรานต่ออิหร่าน การร่วมมือใดๆ ในการก่ออาชญากรรมรุกรานอิหร่าน ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิดและการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมนั้น

ขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและเลขาธิการสหประชาชาติถึงความรับผิดชอบของพวกเขา โดยกองทัพอิหร่าน จะปกป้องบูรณภาพดินแดน อธิปไตยแห่งชาติ และความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านจากการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะมุ่งเป้าไปที่ต้นเหตุของการรุกราน

ขณะที่นักการทูตอาวุโสของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ประณามการโจมตีของอิหร่านต่อรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

อันวาร์ การ์กาช นักการทูตอาวุโสของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเป็เรือพาณิชย์ของกาตาร์และซาอุดีอาระเบียในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีบาห์เรนและคูเวตซ้ำ ๆ แสดงให้เห็นว่า อิหร่านยังคงไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของการลดความตึงเครียดและเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามได้

การ์กาช ที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวในโพสต์บน X วันนี้ว่า รัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถเป็นเป้าหมายของอิหร่าน ที่เปลี่ยนไปมาระหว่างการเพิ่มความตึงเครียดและเส้นทางแห่งความมีเหตุผล เสถียรภาพ และสันติภาพได้อีกต่อไป

ขณะที่สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้แจ้งเตือนสายการบินต่างๆ ว่าไม่ควรทำการบินในน่านฟ้าของอิหร่านและอิรักจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

คำเตือนก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดในวันที่ 8 กรกฎาคม ได้เตือนครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย นอกจากนี้ยังขอให้สายการบินต่าง ๆ ใช้ความระมัดระวังในน่านฟ้าของบาห์เรน คูเวต อิสราเอล จอร์แดน กาตาร์ โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...