ทรัมป์บอก MOU จบแล้ว อิหร่านย้ำสหรัฐฯ ละเมิด MOU
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายปูทางไปสู่การยุติสงครามนั้น “จบลงแล้ว” หลังเกิดเหตุโจมตีตอบโต้กันหลายระลอกทั่วตะวันออกกลาง
โดยทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตว่า “การรับมือกับพวกเขาเป็นเรื่องเสียเวลา” คำกล่าวดังกล่าวนับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่การลงนาม MOU ว่า ข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้ล้มเหลว
ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นหลังจาก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรน และคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ทรัมป์ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีอิหร่าน โดยเรียกว่าเป็น “คนชั่วร้ายและป่วย” พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านเป็น “ผู้เล่นที่สกปรก” จากการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยรัฐบาลวอชิงตันกำลังเสียเวลาไปกับการเจรจากับอิหร่าน และต้องการ "จัดการธุระของเรา" มากกว่าการเดินหน้าทางการทูต
ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ต้องกำจัดมะเร็งของพวกเขา และคุณรู้ไหมว่าต้องทำอย่างไร คุณต้องตัดมะเร็งออกตั้งแต่ระยะแรก
โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ประณามอย่างรุนแรงต่อ “การโจมตีที่ก้าวร้าวและการละเมิด MOU อย่างร้ายแรงโดยสหรัฐฯ” หลังจากการโจมตีทางทหารในภาคใต้ของอิหร่าน
ทางกระทรวงระบุว่า เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (8 กรกฎาคม) กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย ได้ละเมิดมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน โดยได้กระทำการรุกรานทางทหารต่อศูนย์ตรวจสอบและเฝ้าระวังหลายแห่งบนชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน และการโจมตีเหล่านี้เป็นการละเมิดวรรค 1 ของ MOU ว่าด้วยการยุติสงครามอย่างชัดเจน ซึ่งกำหนดให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร
นอกจากนี้ พันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศของรัฐบาลทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของอ่าวเปอร์เซียในการป้องกันไม่ให้ฝ่ายผู้รุกรานใช้ดินแดนและสิ่งอำนวยความสะดวกของตนในการกระทำการรุกรานต่ออิหร่าน การร่วมมือใดๆ ในการก่ออาชญากรรมรุกรานอิหร่าน ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิดและการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมนั้น
ขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและเลขาธิการสหประชาชาติถึงความรับผิดชอบของพวกเขา โดยกองทัพอิหร่าน จะปกป้องบูรณภาพดินแดน อธิปไตยแห่งชาติ และความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านจากการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะมุ่งเป้าไปที่ต้นเหตุของการรุกราน
ขณะที่นักการทูตอาวุโสของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ประณามการโจมตีของอิหร่านต่อรัฐในอ่าวเปอร์เซีย
อันวาร์ การ์กาช นักการทูตอาวุโสของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเป็เรือพาณิชย์ของกาตาร์และซาอุดีอาระเบียในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีบาห์เรนและคูเวตซ้ำ ๆ แสดงให้เห็นว่า อิหร่านยังคงไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของการลดความตึงเครียดและเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามได้
การ์กาช ที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวในโพสต์บน X วันนี้ว่า รัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถเป็นเป้าหมายของอิหร่าน ที่เปลี่ยนไปมาระหว่างการเพิ่มความตึงเครียดและเส้นทางแห่งความมีเหตุผล เสถียรภาพ และสันติภาพได้อีกต่อไป
ขณะที่สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้แจ้งเตือนสายการบินต่างๆ ว่าไม่ควรทำการบินในน่านฟ้าของอิหร่านและอิรักจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
คำเตือนก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดในวันที่ 8 กรกฎาคม ได้เตือนครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย นอกจากนี้ยังขอให้สายการบินต่าง ๆ ใช้ความระมัดระวังในน่านฟ้าของบาห์เรน คูเวต อิสราเอล จอร์แดน กาตาร์ โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ตอบโต้ที่เรือพาณิชย์ถูกโจมตี
- “สีหศักดิ์” เยือนฮาวายพบ ผบ.USPACOM แลกเปลี่ยนความเห็นสถานการณ์โลก
- ร่างของ “คาเมเนอี” เดินทางถึงเมืองกอม จัดพิธีศพต่อในเมืองศักดิ์สิทธิ์นี้
- อิหร่านเดินหน้าเจรจาญี่ปุ่น ส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้ง ด้านผู้ซื้อในญี่ปุ่นขอรับประกันความปลอดภัย
- อิหร่านเริ่มพิธีศพ อยาตอลลาห์อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดนาน 7 วัน ผู้นำโลก-ประชาชนหลายล้านเข้าร่วม