โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ตะวันออกกลาง’ ฟื้นเที่ยวบินรับดีมานด์หนีร้อน ‘ททท.’ คาดปี 69 ยอดทัวริสต์แตะ 6 แสนคน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” สงบ ไม่มีความรุนแรง คาดการณ์ว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ “600,000 คน” ลดลงราว 25% จากปี 2568 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง 806,000 คน โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-23 มิ.ย. 2569 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยจำนวนสะสม 193,800 คน ลดลง 31% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

“นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เป็นไฮซีซันของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่ง ททท. มีแผนอัดแคมเปญทางการตลาด และจัดกิจกรรม B2B ต่อเนื่องเพื่อเร่งและกระตุ้นตลาดให้เดินทางหนีร้อนมาเจอบรรยากาศร่มรื่นและเขียวสดใสของประเทศไทย”

ทั้งนี้ ททท. เดินหน้าขยายฐานตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือกับสายการบิน “ฟลายดูไบ” (flydubai) ในการส่งเสริมตลาด จากการเปิดเส้นทางบินใหม่ ดูไบ-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพจำนวนที่นั่งเครื่องบิน (Seat Capacity) เข้าสู่ประเทศไทย เริ่มให้บริการเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 ด้วยความถี่วันละ 1 เที่ยวบิน และมีแผนเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป โดยใช้เครื่องบินรุ่น Boeing 737 MAX ให้บริการในเส้นทางดังกล่าว

การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มจำนวนที่นั่งใหม่เข้าสู่ประเทศไทยในช่วงฤดูร้อน (ก.ค.-ส.ค. 2569) ได้มากถึง 10,292 ที่นั่ง ช่วยกระตุ้นการเดินทางและรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเปิดเส้นทางบินไปจนถึงก่อนเข้าสู่ไฮซีซันปลายปี ช่วยตอกย้ำบทบาทของ“ประเทศไทย” ในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

หลังการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ ททท.เตรียมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 40 รายเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ในวันที่ 7 ก.ค. 2569 ณ เมืองดูไบ และวันที่ 8 ก.ค. 2569 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและสร้างการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจจากทั้ง 2 เมืองรวมไม่น้อยกว่า 900 นัดหมาย

ฐาปนีย์ เล่าเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางโดยเฉพาะ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (UAE) ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อและนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศหลายครั้งต่อปี โดยประเทศไทยยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาว UAE จากความพร้อมของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับสากล ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้อย่างครบถ้วน

โดยนักท่องเที่ยวจาก UAE มีการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อทริป พำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 10-12 คืน นิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตหรู รวมถึงมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Re-visit) สูงถึง 65% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวและบริการของไทย อีกทั้งยังเป็นตลาดที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี

ด้านรายงานข่าวจากสายการบินเอมิเรตส์ระบุว่า “เอมิเรตส์” เปิดตัวเที่ยวบินรายวันเที่ยวที่ 3 ของเส้นทางดูไบ-ภูเก็ต ให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A350 รุ่นใหม่ล่าสุด เพิ่มตัวเลือกให้แก่ผู้เดินทางด้วยการขยายบริการสำหรับห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) ระดับรางวัลในประเทศไทย

การเพิ่มบริการเที่ยวบินสำหรับภูเก็ตของเอมิเรตส์เป็น 3 เที่ยวต่อวันในครั้งนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันสายการบินเอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินภูเก็ตรวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินรุ่น Boeing 777 และ Airbus A350 โดยช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เพื่อตอบสนองต่อกระแสการท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง หรือกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ (GCC) ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...