โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครั้งแรกของโลก! นักฟิสิกส์สร้างเอกภพจำลอง พิสูจน์ทฤษฎีเวลาเดินช้า-เร็วได้ด้วยตัวเอง

SPACEMAN

อัพเดต 15 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

จะเป็นอย่างไรหากความรู้สึกถึงการไหลไปของเวลาแทบจะไม่มีอยู่จริงหากมองจากมุมมองภายนอกจักรวาล? ล่าสุดนักฟิสิกส์ได้ทำการทดลองสร้างเอกภพจำลอง (Mini-universe) ในห้องปฏิบัติการเป็นครั้งแรก เพื่อพิสูจน์ว่า "เวลา" ที่เราสัมผัสอยู่นั้นถือกำเนิดขึ้นมาจากภายในระบบที่ปิดสนิทได้อย่างไร

งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Research เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดย โจวานนี บารอนตินี (Giovanni Barontini) นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักร เขาได้นำกลุ่มหมอกอะตอมเย็นจัดมาสร้างเป็นสถานะโบส-ไอน์สไตน์คอนเดนเสต (Bose-Einstein Condensate) ซึ่งเป็นสถานะของสสารที่ก่อตัวขึ้นใกล้ระดับศูนย์องศาสัมบูรณ์ ทำให้อะตอมนับพันเคลื่อนที่ช้าลงจนเกือบหยุดนิ่งและหลอมรวมพฤติกรรมเป็นวัตถุควอนตัมชิ้นเดียว ระบบดังกล่าวถูกแยกตัวออกจากสิ่งแวดล้อมโดยสมบูรณ์ เปรียบเสมือน เอกภพ (Universe) ที่ไม่มีอิทธิพลภายนอกและไม่มีนาฬิกาใด ๆ มากำหนดเวลาให้กับมัน

การทดลองของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ในการดักจับและลดอุณหภูมิของอะตอมรูบิเดียม (rubidium atoms) ลงจนใกล้จุดศูนย์สัมบูรณ์ (absolute zero) ซึ่งเป็นก้าวแรกสู่การสร้างจักรวาลจิ๋ว (mini-universe)

(เครดิตภาพ: มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม)

บารอนตินีได้แบ่งระบบนี้ออกเป็นสองส่วนด้วยแผ่นเลเซอร์บาง ๆ โดยเขาสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดเพียงฝั่งเดียวที่เรียกว่า "พื้นที่สว่าง" และจงใจละทิ้งการรับรู้ใน "พื้นที่มืด" อีกฝั่ง เมื่ออะตอมไหลข้ามกำแพงกั้นเข้ามาในพื้นที่สว่าง เขาเปรียบปรากฏการณ์นี้ว่าเหมือนการเกิดบิกแบง (Big Bang) และเมื่ออะตอมไหลกลับออกไปก็เปรียบเสมือนบิกครันช์ (Big Crunch) หรือทฤษฎีการหดตัวกลับของจักรวาล สิ่งสำคัญที่เขาติดตามคือการแลกเปลี่ยนเอนโทรปี (Entropy) หรือการวัดความไร้ระเบียบของการกระจายพลังงานระหว่างสองพื้นที่ แทนที่จะใช้นาฬิกาปกติในห้องทดลอง เขาได้สร้าง "เวลาเอนโทรปิก" ขึ้นมาเป็นตัววัด ซึ่งกำหนดจากปริมาณเอนโทรปีที่ไหลไปมาระหว่างสองฝั่ง

ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เพราะเวลาภายในระบบนี้เดินสอดคล้องกับลำดับเหตุการณ์ แต่ไหลด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน เมื่อเอนโทรปีหลั่งไหลข้ามพื้นที่อย่างรวดเร็ว เวลาภายในจะเดินเร็วขึ้น เมื่อการแลกเปลี่ยนช้าลง เวลาก็จะเดินช้าตามไปด้วย และเมื่อทั้งสองส่วนเข้าสู่สมดุลจนไม่มีเอนโทรปีไหลอีกต่อไป นาฬิกาภายในระบบก็หยุดนิ่งลงอย่างสมบูรณ์ บารอนตินีชี้ให้เห็นว่าทิศทางของเวลาที่เดินไปข้างหน้านั้น อาจเกิดจากการที่ผู้สังเกตสูญเสียข้อมูลบางส่วนไป ซึ่งการที่เขาเลือกจะไม่สังเกตพื้นที่มืดและยอมสูญเสียความรู้ในส่วนนั้นไป ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของสิ่งที่เรียกว่า "เวลา" ในอีกฝั่งหนึ่ง

การค้นพบครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการใช้ระบบควอนตัม (Quantum System) เพื่อทดสอบสมมติฐานทางฟิสิกส์จักรวาลวิทยาที่ค้างคาใจนักวิทยาศาสตร์มานานกว่า 60 ปี ในอนาคต ทีมวิจัยคาดหวังว่าจะสามารถปรับแต่งเครื่องมือชุดนี้เพื่อจำลองปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น การจำลองสภาวะแวดล้อมของหลุมดำ หรือเงื่อนไขของเอกภพในยุคแรกเริ่ม ซึ่งอาจช่วยไขความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของธรรมชาติว่าแท้จริงแล้วมิติแห่งกาลเวลาทำงานอย่างไร

👨‍🚀 ข้อมูลอ้างอิง: Live Science

  • Physicist demonstrates a key theory of time by building a 'mini-universe' in his lab
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...