โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับลึกรอสวน VS รุกดุดันสามผสาน : วิเคราะห์ก่อนเกมล้มยักษ์ ฝรั่งเศส ปะทะ โมร็อกโก

SIAMSPORT

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วิเคราะห์แท็กติกก่อนเกม! ฝรั่งเศส ดวล โมร็อกโก รอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2026 ส่องระบบรุกสามผสานของเดส์ชองส์ ท้าชนบล็อกรับลึก 5-4-1 ของโมฮาเหม็ด วาห์บี และสงครามเพื่อนซี้ เอ็มบัปเป้ ปะทะ ฮาคิมี่

เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนเวียนมาบรรจบกันอีกครั้งในรอบ 4 ปี ภาพจำจาก กาตาร์ เมื่อปี 2022 ยังคงชัดเจนในความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลก

ครั้งนั้น โมร็อกโก สร้างเทพนิยายด้วยการเป็นทีมจากแอฟริกาชาติแรกที่ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะพ่ายให้ ฝรั่งเศส ไป 0-2

แต่ใน ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ "สิงโตแห่งแอตลาส" ไม่ได้มาเพื่อเขียนนิทานรักโรแมนติกอีกต่อไป แต่พวกเขามาในฐานะเครื่องจักรฟุตบอลที่พร้อมจะโค่นบัลลังก์แชมป์เก่า 2 สมัยอย่างทัพ "ตราไก่" ในศึกรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ทั่วโลกจับตามอง

นี่คือบทวิเคราะห์เจาะลึกแท็กติกและสถานการณ์ล่าสุดของสองยักษ์ใหญ่แห่งยุค ร่วมติดตามไปพร้อมกันที่ SIAMSPORT

"ตราไก่" ในระบบนิเวศของ เดส์ชองส์

ทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยังคงรักษามาตรฐานความโหดไว้ได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขายิงไปแล้ว 14 ประตูจากการลงสนาม 6 นัด

โดยมี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมตัวเก่งเป็นหัวใจหลัก แม้ก่อนเกมจะมีประเด็นดราม่านอกสนามจากนักการเมืองปารากวัย แต่ เดส์ชองส์ ยืนยันชัดเจนว่าเอ็มบัปเป้ มีสภาพจิตใจที่แกร่งเกินกว่าจะมาสนใจเรื่องแบบนี้

และพร้อมจะลงล่าตาข่ายเพื่อสร้างสถิติแซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ ในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก

ส่วนแผนการเล่น ฝรั่งเศส มักจะเซตระบบ 4-2-3-1 ที่มีความยืดหยุ่นสูง

จุดเด่นคือการใช้เกมรุกที่ดุดันจากสามผสานอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้, อุสมาน เดมเบเล่ และ ไมเคิล โอลิเซ่

โมร็อกโกในเวอร์ชัน 34 นัดไร้พ่าย

สิ่งที่ทำให้ โมร็อกโก ชุดนี้ดูน่ากลัวกว่าปี 2022 คือความสม่ำเสมอ พวกเขาพกสถิติ ไม่แพ้ใครติดต่อกันยาวนานถึง 34 นัด

ภายใต้การนำของ โมฮาเหม็ด วาห์บี พวกเขาไม่ได้มีดีแค่เกมรับลึก แต่มีระบบการกดดันที่ซับซ้อน

โมร็อกโก จะเปลี่ยนรูปทรงจาก 4-2-3-1 ในขณะครองบอล เป็น 5-4-1 เมื่อต้องเล่นเกมรับ ระยะห่างระหว่างไลน์กองหลังและกองกลางจะถูกรักษาไว้ที่ 8-10 เมตรอย่างเพื่อปิดพื้นที่การเล่นระหว่างไลน์ ซึ่งเป็นจุดที่ฝรั่งเศสมักจะใช้ประโยชน์

สมรภูมิแดนกลาง

อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญของเกมนี้อยู่ที่แดนกลาง

ฝรั่งเศส กำลังลุ้นหนักกับอาการบาดเจ็บที่ต้นขาของ ชูอาเมนี่ ซึ่งหากเขาลงไม่ได้ หน้าที่นี้จะตกเป็นของ มานู โคเน่ ที่แม้จะขยันแต่ยังขาดการคุมจังหวะที่เด็ดขาดเท่

ในทางกลับกัน โมร็อกโกมี อัซเซดีน อูนาฮี ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิต

ความสามารถในการพลิกบอลภายใต้ความกดดันของเขาจะเป็นตัวกำหนดว่า โมร็อกโก จะสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน

นี่คือ "Battle of the Match" การดวลกันระหว่างสองเพื่อนซี้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เอ็มบัปเป้ และ อัชราฟ ฮาคิมี่

สถิติชี้ให้เห็นว่า โมร็อกโก มักจะทิ้งพื้นที่ฝั่งขวาไว้ค่อนข้างเยอะเนื่องจาก ฮาคิมี่ ชอบเติมเกมสูง ซึ่งนี่คือกับดักหรือไม่ก็ช่องโหว่ ที่ เดส์ชองส์ ต้องแก้โจทย์ว่าจะทำยังไงกับพื้นที่หลังไลน์

หาก โมร็อกโก ปิดพื้นที่นี้ไม่ได้ ความเร็วของ เอ็มบัปเป้ จะลงโทษพวกเขาอย่างแน่นอน

ฝรั่งเศส อาจดูเหนือกว่าในเรื่องของคุณภาพผู้เล่นรายบุคคลและการจบสกอร์ที่เด็ดขาด แต่ โมร็อกโก ในเวอร์ชัน 2026 คือทีมที่มีวินัยแท็กติกสูงที่สุดทีมหนึ่งในโลก

อย่างไรก็ตาม การขาดหายไปของ อิสมาเอล ไซบารี กองหน้าตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง อาจทำให้เขี้ยวเล็บของทีมสิงโตแอตลาสลดทอนประสิทธิภาพลงไปบ้าง

เกมนี้จะสู้กันด้วยความอดทน ฝรั่งเศส จะพยายามนวดด้วยเกมรุกที่หลากหลาย ขณะที่ โมร็อกโก จะรอคอย "ทริกเกอร์" เพื่อสวนกลับ

สุดท้ายแล้ว เกมจะเป็นอย่างไร? ต้องติดตามไปพร้อมกันที่ MONOMAX ค่ำคืนนี้

ตัน กวาร์ดิโอล่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...