โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ที่แรกในโลก! ตะลุย 6 สถานี MRKREME The FURRYWAYS ก่อนทัวร์เอเชีย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นี่ไม่ใช่เพียงนิทรรศการ Art Toy ทั่วไป แต่คือการเปิดประตูสู่ Kooky World โลกคู่ขนานที่สร้างขึ้นจากหัวใจและจิตวิญญาณของ แอนดี้ - วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ หรือที่รู้จักในนาม MRKREME (มิสเตอร์ครีม)

ศิลปินหนุ่มไทย-ฮ่องกง อายุ 33 ปี ดีกรี Industrial Design จากนิวยอร์ก ผู้พลิกวิกฤตช่วงโควิดที่ทำให้เขาต้องทิ้งโอกาสงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อเมริกา กลับบ้านเกิดประเทศไทยมาสร้างสรรค์ผลงานคาแรคเตอร์จนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก

MRKREME หรือ แอนดี้ - วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ กับคาแรคเตอร์ Mushkin ขนาดยักษ์ในนิทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour

ล่าสุด แอนดี้จับมือกับ ARTXP (อาร์ตเอ็กซ์พี) คอมมูนิตี้ศิลปะผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านแนวคิด Art + Experience ร่วมกันสร้างสรรค์ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour นิทรรศการศิลปะในรูปแบบ Multi-Sensory Art Experience เป็นที่แรกในโลก ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

ภายใต้การสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และความร่วมมือจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ก่อนออกเดินทางสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย

Kooky World ผลงานสร้างสรรค์ของ MRKREME

ย้อนรอยจุดเริ่มต้น MRKREME

แอนดี้เริ่มสนใจงาน Street Art และ Graffiti ตั้งแต่อายุ 13 ปี และเป็นที่มาของชื่อ MRKREME ที่เขาตั้งขึ้นเพราะอยากได้ชื่อที่ฟังดูตลกเหมือนไอศกรีมละลาย มากกว่าชื่อที่ดูเท่

“ตอนนั้นผมยังแยกไม่ออก Graffiti กับ Street Art คือยังไง เราแค่รู้คร่าวๆ ว่ามันต้องมีชื่อที่เป็นนามปากกา ก็เลยคิดชื่อนี้มา เพราะรู้สึกว่าทำไมคนส่วนใหญ่ที่พ่น(สี)ชอบเลือกชื่อเท่ๆ แต่ผมอยากจะพ่นอะไรที่ตลกๆ ก็ เลยนึกถึงคาแรคเตอร์ที่เป็นครีม แล้วพ่นให้มันละลายด้วย เหมือนไอศครีมที่อยู่ข้างนอก” แอนดี้ กล่าว

ประวัติการศึกษาและการทำงานของแอนดี้มีเส้นทางที่น่าสนใจจากการผสมผสานระหว่างงานดีไซน์และศิลปะร่วมสมัย

หลังจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ แอนดี้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาเดียวกันที่ Pratt Institute นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ช่วงรอยต่อระหว่างปริญญาตรีและโท เขาเคยทำงานในบริษัทผลิตของเล่นเด็กในประเทศไทยประมาณ 1 ปี

แอนดี้เริ่มสร้างสรรค์คาแรคเตอร์และทำ Art Toy ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีชั้นปีที่ 3-4 และเริ่มจริงจังในปี 2561 ซึ่งในตอนแรกเขามองว่าเป็นเพียงงานอดิเรก

คาแรคเตอร์โรซาโด

จนกระทั่งได้ลองนำ Rosado (โรซาโด) สัตว์ประหลาดขนฟูคาแรคเตอร์แรก ที่เขาออกแบบไปออกงานอาร์ตทอยที่ Fortune ก็ได้รับการติดต่อเซ็นสัญญากับบริษัทในไต้หวันทันที และทำให้เขาเริ่มเข้าใจกลไกของอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

ขณะศึกษาที่อเมริกา เขาได้รับข้อเสนอเข้าทำงาน (Job Offer) จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกถึง 2 แห่ง คือ Apple (ในทีม Vision Pro) และ Dyson

แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาต้องตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ และเมื่อเรียนจบ วีซ่านักเรียนของเขาก็หมดอายุลง ทำให้ไม่ได้กลับไปรับตำแหน่งที่ได้รับข้อเสนอไว้

แอนดี้ตัดสินใจสานต่อความฝันขอทำงานศิลปะเต็มตัว โดยนำพื้นฐานด้าน Industrial Design มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์โครงสร้างคาแรคเตอร์ตัวต่อๆ มา

ความหมายและแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ใต้ขนปุกปุย

คาแรคเตอร์ โรซาโด เป็นสัตว์ประหลาดขนฟูสีชมพู-ม่วง ปลูก ‘เห็ดเวทมนตร์’ เพื่อประทังชีวิต แอนดี้กล่าวว่าเขาตั้งใจให้คาแรคเตอร์นี้เป็นตัวแทน ความไร้เดียงสาของเด็ก ที่อาจทำอะไรไปเพราะความไม่รู้หรือไม่เข้าใจโลก มักใช้คาแรคเตอร์นี้เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของเด็กที่อาจจะแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมาเพียงเพราะ “ความไม่เข้าใจ” หรือ “ความสดใสตามวัย”

หลังให้กำเนิด ‘โรซาโด’ แอนดี้ออกแบบสัตว์ประหลาดขนฟูอีกหลายคาแรคเตอร์จนกลายเป็นอาณาจักรที่เขาให้ชื่อว่า Kooky World ทุกตัวล้วนขนฟูปุกปุย อาทิ Mushkin (มัชกิน) ไดโนเสาร์มังสวิรัติผู้ตามหาขนสีขาว

มัชกินหนีหนาวมาจากเทือกเขาแอลป์ ด้วยความหิวจะเผลอกินเห็ดเวทมนตร์ของโรซาโด ส่งผลให้ขนเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ

แม้ไม่ชอบรสชาติเห็ด แต่ Mushkin ก็พยายามกินต่อไป หวังว่าสักวันขนจะกลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์เหมือนเดิม ขนสีขาวของมัชกินคือการสะท้อน ตัวตนในวัยเด็ก ของศิลปินอีกเช่นกัน

คาแรคเตอร์คอร์กิน

อีกหนึ่งคาแรคเตอร์หลักคือ Corkin (คอร์กิน) มอนสเตอร์ขนฟูรูปร่างลึกลับที่มีนิสัย “ร้ายๆ หน่อย” ฉายา ‘ยมทูตล่าวิญญาณเห็ด’ คอยตามเก็บดวงวิญญาณเห็ดเวทมนตร์ที่ถูก ‘มัชกิน’ กินเข้าไป

ความร้ายนี้ไม่ได้หมายถึงความชั่วร้ายสุดขั้ว แต่เป็นตัวละครที่เขาเลือกหยิบมาใช้เมื่อต้องการเล่าเรื่องราวที่มี “สองมุมมอง” หรือมีแง่มุมที่ซับซ้อนมากกว่าด้านเดียว

จุดกำเนิดของ ‘คอร์กิน’ เกิดขึ้นในช่วงที่ศิลปินเริ่มเข้าสู่โลกของศิลปะอย่างเต็มตัวมากขึ้น ได้สัมผัสกับสังคมและคอมมูนิตี้ที่มีการแข่งขันหรือการ “Keep up” (การพยายามตามคนอื่นให้ทันหรือแข่งขันกัน) เขาจึงถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นคาแรคเตอร์คอร์กิน เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความจริงอีกด้านหนึ่งที่เขาได้เจอ

กล่าวได้ว่า ‘คอร์กิน’ ทำหน้าที่เป็นเหมือนคู่ปรับหรือขั้วตรงข้ามของ ‘โรซาโด’ เพราะเป็นตัวละครที่สะท้อนถึงด้านที่โตกว่า มีความซับซ้อนและมีความเป็น “สายแข่งขัน” มากกว่า เป็นแรงบันดาลใจที่มาจากโลกแห่งความจริงนั่นเอง

คาแรคเตอร์โอเดย์

นอกจากนี้ยังมี Odey (โอเดย์) มอนสเตอร์ตัวกลมป้อมขนฟูฟ่อง ตัวแทนความอบอุ่น ความปลอดภัยและจินตนาการไร้ขีดจำกัด Gally (แกลลี) หนอนยักษ์สีสันสดใส มีขาจำนวนมาก ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนและพาหนะหลักของ Kooky World

“ผมมองว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวในโลกของผมคือการสะท้อน ความรู้สึกภายใน (Inside out) ของตัวผมเอง แต่ละตัวจะทำหน้าที่บอกเล่าอารมณ์หรือแง่มุมที่แตกต่างกันไปตามเนื้อหาที่ผมอยากจะสื่อสารในขณะนั้น”

แอนดี้ หรือ MRKREME กล่าวว่า ไม่ได้วางโครงเรื่องหรือ Setting ให้ตัวละครอย่างเคร่งครัด แต่เลือกให้เป็นแบบ “Freeform” สัตว์ประหลาดเหล่านี้เหมือนเป็น “นักแสดงในสังกัด” ที่จะเลือกหยิบตัวที่มีจุดเด่นเหมาะสมมาเล่า Content ที่ต้องการ

“MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour

วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ หรือ MRKREME ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและรายละเอียดของนิทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour ว่า The Furryways เป็นชื่อสายของรถไฟที่จะนำพามนุษย์ไปพบกับเหล่าสัตว์ประหลาด (Monsters) ขณะเดียวกันเหล่าสัตว์ประหลาดก็เดินทางมาหาเราด้วย

Night Mode ทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour

นิทรรศการออกแบบให้มี 2 บรรยากาศหลักคือ Day Mode เปรียบเสมือนช่วงเวลาที่เรากำลังขึ้นรถไฟเพื่อออกเดินทางไปหาเหล่าสัตว์ประหลาด และ Night Mode เป็นช่วงเวลาที่สื่อว่าเราได้เดินทางมาถึง Kooky World ซึ่งเป็นโลกของเหล่าสัตว์ประหลาด

“ผมต้องการให้ผู้ชมสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานที่ผ่านการใช้ Lighting (แสงไฟ) และความเป็น Immersive เพื่อให้ Setting ของงานเปลี่ยนไปแม้จะอยู่ที่เดิม ซึ่งน่าสนใจกว่าการเดินทางทั่วไป” วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ กล่าว

บ้านบอลของโอเดย์

กิติยาภัสร์ สงวนเกียรติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ARTXP กล่าวว่า หลังจากพูดคุยกับแอนดี้ ตัวนิทรรศการได้รับการออกแบบมาในรูปแบบ Multi-Sensory Art Experience ที่เปิดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับผลงานได้มากกว่าการยืนดูเพียงอย่างเดียว “กฎห้ามจับ” ไม่มีอยู่ในนิทรรศการนี้ แต่เชิญชวนให้ผู้เข้าชมลูบไล้แผงขน สวมกอดประติมากรรม และเปิดรับทุกประสาทสัมผัสอย่างเต็มที่ นิทรรศการประกอบด้วย 6 สถานีไฮไลต์

1.TOKEN TERMINAL: สถานีเกมอินเทอร์แอ็คทีฟที่จำลองบรรยากาศความวุ่นวายของระบบขนส่งใต้ดิน ความพิเศษคือมีระบบ AR ให้ผู้ชมได้ใช้ Digital Passport ในสมาร์ทโฟนสแกนสะสมสแตมป์ตามจุดต่าง ๆ และมีตัวละครปรากฏออกมาในรูปแบบ AR

2.TUMBLING TERMINAL: พื้นที่เล่นสำหรับเด็กและครอบครัวที่มี “บ้านบอล” ขนาดใหญ่ ให้ทุกคนปลดปล่อยจินตนาการและเคลื่อนไหวอย่างอิสระ โดยมีมอนสเตอร์ Odey คอยให้การต้อนรับ

สเตชั่น The Munchie Metro

เบเกอรี่ MRKREME Cafe

3.THE MUNCHIE METRO: จุดพักเติมพลังที่มีแลนด์มาร์คเป็นประติมากรรมมัชกินยักษ์ตั้งอยู่กลางโซน ไฮไลต์ของที่นี่คือ MRKREME Cafe เป็นความร่วมมือพิเศษระหว่างศิลปินและร้าน Bread Bar เพื่อสร้างสรรค์เมนูที่ “แมตช์กับคาแรคเตอร์” ของเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟู ทั้งในเรื่องของสีสันและรสชาติ มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

อภิสรา พิทักษ์สิทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายการตลาด Bread Bar กล่าวว่า ‘มิสเตอร์ครีม คาเฟ่’ มีเบเกอรี่และเค้ก 5 รายการหลักที่ออกแบบร่วมกับ ‘มิสเตอร์ครีม’

  • Crunchy Chocolate Cake เดิมเป็นเมนูแนะนำของร้าน ความพิเศษคือการเพิ่มชั้นท็อปปิ้ง รสชาเขียว สีสันสดใสเพื่อให้เข้ากับโทนสีของคาแรคเตอร์
  • Blue Velvet (Twin Velvet) ปกติทางร้านมี Red Velvet แต่สำหรับงานนี้ได้ทำ Blue Velvet ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้ตรงกับสีของคาแรคเตอร์
  • Coconut & Green Tea เค้กชาเขียวที่ไม่ธรรมดาเพราะผสมผสานรสชาติของ มะพร้าว เข้าไปด้วย
  • Wormie Cake ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์หนอน Gally โดยทำออกมาในสไตล์บานนอฟฟี่ เพิ่มสีสันและท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตกรุบกรอบสไตล์วอฟเฟิล
  • Signature Stick Cake เค้กซิกเนเจอร์ของร้านที่เป็นเค้กปักรูปตัวคาแรคเตอร์ต่างๆ ของ MRKREME เพื่อสร้างความน่ารักและเป็นเอกลักษณ์

สถานี WORMIE BOGIE ตู้รถไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ใช้คาแรคเตอร์ Gally เป็นรูปลักษณ์ภายนอก

MRKREME ภายใน WORMIE BOGIE

4.TIME BUBBLE TRANSIT: แกลเลอรีรวบรวมผลงานระดับ Masterpiece ของ ‘มิสเตอร์ครีม’ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ชมเห็นวิวัฒนาการของโลก THE FURRYWAYS

5.WORMIE BOGIE: ตู้รถไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ซึ่งศิลปินเคยมีประสบการณ์จากการใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในนิวยอร์ก ภายในตู้รถไฟมีการใช้มัลติมีเดีย (VTR) จำลองการเดินทางผ่านมิติไปยัง “Kooky World” หรือโลกคู่ขนานของเหล่ามอนสเตอร์ โดยมีภาพจำลองสถานที่สำคัญในประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย ญี่ปุ่น และจีน ในเวอร์ชันโลกคุกกี้

6.SOUVENIRS VAULT: สถานีสุดท้ายที่เป็นแหล่งรวมสินค้าคอลเลคชันพิเศษและของสะสมจาก MRKREME โดย Anta สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อของที่ระลึกกลับบ้าน

สถานีรวมสินค้าคอลเลคชันพิเศษ

นิทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour จัดขึ้น ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 4 – 19 กรกฎาคม 2569 เปิดให้เข้าชมฟรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...