ที่แรกในโลก! ตะลุย 6 สถานี MRKREME The FURRYWAYS ก่อนทัวร์เอเชีย
นี่ไม่ใช่เพียงนิทรรศการ Art Toy ทั่วไป แต่คือการเปิดประตูสู่ Kooky World โลกคู่ขนานที่สร้างขึ้นจากหัวใจและจิตวิญญาณของ แอนดี้ - วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ หรือที่รู้จักในนาม MRKREME (มิสเตอร์ครีม)
ศิลปินหนุ่มไทย-ฮ่องกง อายุ 33 ปี ดีกรี Industrial Design จากนิวยอร์ก ผู้พลิกวิกฤตช่วงโควิดที่ทำให้เขาต้องทิ้งโอกาสงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อเมริกา กลับบ้านเกิดประเทศไทยมาสร้างสรรค์ผลงานคาแรคเตอร์จนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก
MRKREME หรือ แอนดี้ - วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ กับคาแรคเตอร์ Mushkin ขนาดยักษ์ในนิทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour
ล่าสุด แอนดี้จับมือกับ ARTXP (อาร์ตเอ็กซ์พี) คอมมูนิตี้ศิลปะผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านแนวคิด Art + Experience ร่วมกันสร้างสรรค์ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour นิทรรศการศิลปะในรูปแบบ Multi-Sensory Art Experience เป็นที่แรกในโลก ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน
ภายใต้การสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และความร่วมมือจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ก่อนออกเดินทางสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย
Kooky World ผลงานสร้างสรรค์ของ MRKREME
ย้อนรอยจุดเริ่มต้น MRKREME
แอนดี้เริ่มสนใจงาน Street Art และ Graffiti ตั้งแต่อายุ 13 ปี และเป็นที่มาของชื่อ MRKREME ที่เขาตั้งขึ้นเพราะอยากได้ชื่อที่ฟังดูตลกเหมือนไอศกรีมละลาย มากกว่าชื่อที่ดูเท่
“ตอนนั้นผมยังแยกไม่ออก Graffiti กับ Street Art คือยังไง เราแค่รู้คร่าวๆ ว่ามันต้องมีชื่อที่เป็นนามปากกา ก็เลยคิดชื่อนี้มา เพราะรู้สึกว่าทำไมคนส่วนใหญ่ที่พ่น(สี)ชอบเลือกชื่อเท่ๆ แต่ผมอยากจะพ่นอะไรที่ตลกๆ ก็ เลยนึกถึงคาแรคเตอร์ที่เป็นครีม แล้วพ่นให้มันละลายด้วย เหมือนไอศครีมที่อยู่ข้างนอก” แอนดี้ กล่าว
ประวัติการศึกษาและการทำงานของแอนดี้มีเส้นทางที่น่าสนใจจากการผสมผสานระหว่างงานดีไซน์และศิลปะร่วมสมัย
หลังจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ แอนดี้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาเดียวกันที่ Pratt Institute นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ช่วงรอยต่อระหว่างปริญญาตรีและโท เขาเคยทำงานในบริษัทผลิตของเล่นเด็กในประเทศไทยประมาณ 1 ปี
แอนดี้เริ่มสร้างสรรค์คาแรคเตอร์และทำ Art Toy ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีชั้นปีที่ 3-4 และเริ่มจริงจังในปี 2561 ซึ่งในตอนแรกเขามองว่าเป็นเพียงงานอดิเรก
คาแรคเตอร์โรซาโด
จนกระทั่งได้ลองนำ Rosado (โรซาโด) สัตว์ประหลาดขนฟูคาแรคเตอร์แรก ที่เขาออกแบบไปออกงานอาร์ตทอยที่ Fortune ก็ได้รับการติดต่อเซ็นสัญญากับบริษัทในไต้หวันทันที และทำให้เขาเริ่มเข้าใจกลไกของอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น
ขณะศึกษาที่อเมริกา เขาได้รับข้อเสนอเข้าทำงาน (Job Offer) จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกถึง 2 แห่ง คือ Apple (ในทีม Vision Pro) และ Dyson
แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาต้องตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ และเมื่อเรียนจบ วีซ่านักเรียนของเขาก็หมดอายุลง ทำให้ไม่ได้กลับไปรับตำแหน่งที่ได้รับข้อเสนอไว้
แอนดี้ตัดสินใจสานต่อความฝันขอทำงานศิลปะเต็มตัว โดยนำพื้นฐานด้าน Industrial Design มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์โครงสร้างคาแรคเตอร์ตัวต่อๆ มา
ความหมายและแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ใต้ขนปุกปุย
คาแรคเตอร์ โรซาโด เป็นสัตว์ประหลาดขนฟูสีชมพู-ม่วง ปลูก ‘เห็ดเวทมนตร์’ เพื่อประทังชีวิต แอนดี้กล่าวว่าเขาตั้งใจให้คาแรคเตอร์นี้เป็นตัวแทน ความไร้เดียงสาของเด็ก ที่อาจทำอะไรไปเพราะความไม่รู้หรือไม่เข้าใจโลก มักใช้คาแรคเตอร์นี้เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของเด็กที่อาจจะแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมาเพียงเพราะ “ความไม่เข้าใจ” หรือ “ความสดใสตามวัย”
หลังให้กำเนิด ‘โรซาโด’ แอนดี้ออกแบบสัตว์ประหลาดขนฟูอีกหลายคาแรคเตอร์จนกลายเป็นอาณาจักรที่เขาให้ชื่อว่า Kooky World ทุกตัวล้วนขนฟูปุกปุย อาทิ Mushkin (มัชกิน) ไดโนเสาร์มังสวิรัติผู้ตามหาขนสีขาว
มัชกินหนีหนาวมาจากเทือกเขาแอลป์ ด้วยความหิวจะเผลอกินเห็ดเวทมนตร์ของโรซาโด ส่งผลให้ขนเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ
แม้ไม่ชอบรสชาติเห็ด แต่ Mushkin ก็พยายามกินต่อไป หวังว่าสักวันขนจะกลับมาเป็นสีขาวบริสุทธิ์เหมือนเดิม ขนสีขาวของมัชกินคือการสะท้อน ตัวตนในวัยเด็ก ของศิลปินอีกเช่นกัน
คาแรคเตอร์คอร์กิน
อีกหนึ่งคาแรคเตอร์หลักคือ Corkin (คอร์กิน) มอนสเตอร์ขนฟูรูปร่างลึกลับที่มีนิสัย “ร้ายๆ หน่อย” ฉายา ‘ยมทูตล่าวิญญาณเห็ด’ คอยตามเก็บดวงวิญญาณเห็ดเวทมนตร์ที่ถูก ‘มัชกิน’ กินเข้าไป
ความร้ายนี้ไม่ได้หมายถึงความชั่วร้ายสุดขั้ว แต่เป็นตัวละครที่เขาเลือกหยิบมาใช้เมื่อต้องการเล่าเรื่องราวที่มี “สองมุมมอง” หรือมีแง่มุมที่ซับซ้อนมากกว่าด้านเดียว
จุดกำเนิดของ ‘คอร์กิน’ เกิดขึ้นในช่วงที่ศิลปินเริ่มเข้าสู่โลกของศิลปะอย่างเต็มตัวมากขึ้น ได้สัมผัสกับสังคมและคอมมูนิตี้ที่มีการแข่งขันหรือการ “Keep up” (การพยายามตามคนอื่นให้ทันหรือแข่งขันกัน) เขาจึงถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นคาแรคเตอร์คอร์กิน เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความจริงอีกด้านหนึ่งที่เขาได้เจอ
กล่าวได้ว่า ‘คอร์กิน’ ทำหน้าที่เป็นเหมือนคู่ปรับหรือขั้วตรงข้ามของ ‘โรซาโด’ เพราะเป็นตัวละครที่สะท้อนถึงด้านที่โตกว่า มีความซับซ้อนและมีความเป็น “สายแข่งขัน” มากกว่า เป็นแรงบันดาลใจที่มาจากโลกแห่งความจริงนั่นเอง
คาแรคเตอร์โอเดย์
นอกจากนี้ยังมี Odey (โอเดย์) มอนสเตอร์ตัวกลมป้อมขนฟูฟ่อง ตัวแทนความอบอุ่น ความปลอดภัยและจินตนาการไร้ขีดจำกัด Gally (แกลลี) หนอนยักษ์สีสันสดใส มีขาจำนวนมาก ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งมวลชนและพาหนะหลักของ Kooky World
“ผมมองว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวในโลกของผมคือการสะท้อน ความรู้สึกภายใน (Inside out) ของตัวผมเอง แต่ละตัวจะทำหน้าที่บอกเล่าอารมณ์หรือแง่มุมที่แตกต่างกันไปตามเนื้อหาที่ผมอยากจะสื่อสารในขณะนั้น”
แอนดี้ หรือ MRKREME กล่าวว่า ไม่ได้วางโครงเรื่องหรือ Setting ให้ตัวละครอย่างเคร่งครัด แต่เลือกให้เป็นแบบ “Freeform” สัตว์ประหลาดเหล่านี้เหมือนเป็น “นักแสดงในสังกัด” ที่จะเลือกหยิบตัวที่มีจุดเด่นเหมาะสมมาเล่า Content ที่ต้องการ
“MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour
วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ หรือ MRKREME ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและรายละเอียดของนิทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour ว่า The Furryways เป็นชื่อสายของรถไฟที่จะนำพามนุษย์ไปพบกับเหล่าสัตว์ประหลาด (Monsters) ขณะเดียวกันเหล่าสัตว์ประหลาดก็เดินทางมาหาเราด้วย
Night Mode ทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour
นิทรรศการออกแบบให้มี 2 บรรยากาศหลักคือ Day Mode เปรียบเสมือนช่วงเวลาที่เรากำลังขึ้นรถไฟเพื่อออกเดินทางไปหาเหล่าสัตว์ประหลาด และ Night Mode เป็นช่วงเวลาที่สื่อว่าเราได้เดินทางมาถึง Kooky World ซึ่งเป็นโลกของเหล่าสัตว์ประหลาด
“ผมต้องการให้ผู้ชมสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานที่ผ่านการใช้ Lighting (แสงไฟ) และความเป็น Immersive เพื่อให้ Setting ของงานเปลี่ยนไปแม้จะอยู่ที่เดิม ซึ่งน่าสนใจกว่าการเดินทางทั่วไป” วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ กล่าว
บ้านบอลของโอเดย์
กิติยาภัสร์ สงวนเกียรติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ARTXP กล่าวว่า หลังจากพูดคุยกับแอนดี้ ตัวนิทรรศการได้รับการออกแบบมาในรูปแบบ Multi-Sensory Art Experience ที่เปิดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับผลงานได้มากกว่าการยืนดูเพียงอย่างเดียว “กฎห้ามจับ” ไม่มีอยู่ในนิทรรศการนี้ แต่เชิญชวนให้ผู้เข้าชมลูบไล้แผงขน สวมกอดประติมากรรม และเปิดรับทุกประสาทสัมผัสอย่างเต็มที่ นิทรรศการประกอบด้วย 6 สถานีไฮไลต์
1.TOKEN TERMINAL: สถานีเกมอินเทอร์แอ็คทีฟที่จำลองบรรยากาศความวุ่นวายของระบบขนส่งใต้ดิน ความพิเศษคือมีระบบ AR ให้ผู้ชมได้ใช้ Digital Passport ในสมาร์ทโฟนสแกนสะสมสแตมป์ตามจุดต่าง ๆ และมีตัวละครปรากฏออกมาในรูปแบบ AR
2.TUMBLING TERMINAL: พื้นที่เล่นสำหรับเด็กและครอบครัวที่มี “บ้านบอล” ขนาดใหญ่ ให้ทุกคนปลดปล่อยจินตนาการและเคลื่อนไหวอย่างอิสระ โดยมีมอนสเตอร์ Odey คอยให้การต้อนรับ
สเตชั่น The Munchie Metro
เบเกอรี่ MRKREME Cafe
3.THE MUNCHIE METRO: จุดพักเติมพลังที่มีแลนด์มาร์คเป็นประติมากรรมมัชกินยักษ์ตั้งอยู่กลางโซน ไฮไลต์ของที่นี่คือ MRKREME Cafe เป็นความร่วมมือพิเศษระหว่างศิลปินและร้าน Bread Bar เพื่อสร้างสรรค์เมนูที่ “แมตช์กับคาแรคเตอร์” ของเหล่าสัตว์ประหลาดขนฟู ทั้งในเรื่องของสีสันและรสชาติ มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
อภิสรา พิทักษ์สิทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายการตลาด Bread Bar กล่าวว่า ‘มิสเตอร์ครีม คาเฟ่’ มีเบเกอรี่และเค้ก 5 รายการหลักที่ออกแบบร่วมกับ ‘มิสเตอร์ครีม’
- Crunchy Chocolate Cake เดิมเป็นเมนูแนะนำของร้าน ความพิเศษคือการเพิ่มชั้นท็อปปิ้ง รสชาเขียว สีสันสดใสเพื่อให้เข้ากับโทนสีของคาแรคเตอร์
- Blue Velvet (Twin Velvet) ปกติทางร้านมี Red Velvet แต่สำหรับงานนี้ได้ทำ Blue Velvet ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้ตรงกับสีของคาแรคเตอร์
- Coconut & Green Tea เค้กชาเขียวที่ไม่ธรรมดาเพราะผสมผสานรสชาติของ มะพร้าว เข้าไปด้วย
- Wormie Cake ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์หนอน Gally โดยทำออกมาในสไตล์บานนอฟฟี่ เพิ่มสีสันและท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตกรุบกรอบสไตล์วอฟเฟิล
- Signature Stick Cake เค้กซิกเนเจอร์ของร้านที่เป็นเค้กปักรูปตัวคาแรคเตอร์ต่างๆ ของ MRKREME เพื่อสร้างความน่ารักและเป็นเอกลักษณ์
สถานี WORMIE BOGIE ตู้รถไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ใช้คาแรคเตอร์ Gally เป็นรูปลักษณ์ภายนอก
MRKREME ภายใน WORMIE BOGIE
4.TIME BUBBLE TRANSIT: แกลเลอรีรวบรวมผลงานระดับ Masterpiece ของ ‘มิสเตอร์ครีม’ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ชมเห็นวิวัฒนาการของโลก THE FURRYWAYS
5.WORMIE BOGIE: ตู้รถไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ซึ่งศิลปินเคยมีประสบการณ์จากการใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในนิวยอร์ก ภายในตู้รถไฟมีการใช้มัลติมีเดีย (VTR) จำลองการเดินทางผ่านมิติไปยัง “Kooky World” หรือโลกคู่ขนานของเหล่ามอนสเตอร์ โดยมีภาพจำลองสถานที่สำคัญในประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย ญี่ปุ่น และจีน ในเวอร์ชันโลกคุกกี้
6.SOUVENIRS VAULT: สถานีสุดท้ายที่เป็นแหล่งรวมสินค้าคอลเลคชันพิเศษและของสะสมจาก MRKREME โดย Anta สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อของที่ระลึกกลับบ้าน
สถานีรวมสินค้าคอลเลคชันพิเศษ
นิทรรศการ “MRKREME: The FURRYWAYS” Asia Tour จัดขึ้น ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 4 – 19 กรกฎาคม 2569 เปิดให้เข้าชมฟรี