โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินบาทวันนี้ 10 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.38 บาท แข็งค่าเล็กน้อย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อน หลังความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายชั่วคราว กดราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงสู่ระดับ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนบรรยากาศลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางดอกเบี้ยเฟดและค่าเงินบาทระยะถัดไป

ตะวันออกกลางคลายกังวล ดันเงินบาทแข็งค่ากลับ-ราคาน้ำมันร่วง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ในกรอบ 33.36-33.48 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

แรงหนุนสำคัญมาจากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังยังไม่มีสัญญาณความขัดแย้งบานปลายเพิ่มเติม และนักลงทุนยังมีความหวังต่อการกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลงจากบริเวณ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่แถว 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่ราคาทองคำสามารถรีบาวด์กลับมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง

หุ้นโลกฟื้นรับแรงซื้อเทคโนโลยี บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลด

บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาเป็นบวก โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI นำโดย Meta ปรับขึ้น 4.7% และ AMD พุ่ง 5.7% แม้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones ปิดบวก 0.27% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.81% และ Nasdaq ปรับขึ้น 1.30%

ฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้น 0.78% จากแรงซื้อที่กระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม หลังตลาดลดความกังวลต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 4.55% ตามการปรับลดของราคาพลังงานและความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดย Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงแนะนำทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% พร้อมประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ก่อนเริ่มลดดอกเบี้ยในปี 2570

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ทิศเงินบาท กรอบวันนี้ 33.25-33.50 บาท

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของเยอรมนีและฝรั่งเศส เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของยูโรโซนและทิศทางนโยบายการเงินของ ECB รวมถึงรายงานตลาดน้ำมันรายเดือนของ IEA ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดยังคงเป็น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อมุมมองการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด และทิศทางค่าเงินดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้น ยังคงมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่รุนแรงเพิ่มเติม เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 33.20-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงและกระแสเงินทุนต่างชาติที่อาจทยอยไหลเข้าสินทรัพย์ไทย

แต่หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงจนดันราคาน้ำมันทะยานสู่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสูงกว่า จะกระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าทดสอบระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้ม อ่อนค่าหรือแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ตามสัญญาณทางเทคนิค โดยกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...