โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th ด้วยเลขบัตรประชาชน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th/ ด้วยเลขบัตรประชาชน วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลัง จะเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าที่มีอยู่จำนวน 13.18 ล้านราย และ กลุ่มตกหล่น

ล่าสุดนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน รอบใหม่ ปี 2569 ภายในวันที่ 14 ก.ค. นี้ เพื่อหน้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมและตรงจุดมากที่สุด

สำหรับการปรับเกณฑ์ในรอบนี้จะมีการงดเว้นการใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ไม่นำเรื่องการหักค่าลดหย่อนภาษีของบิดามารดามาพิจารณา แต่ยังคงเกณฑ์ลดหย่อนภาษีของคู่สมรสและบุตรมาพิจารณาตามเดิม
  • ไม่นำหนี้สินของภาคเกษตรมาคำนวณรวม เนื่องจากหนี้ภาคเกษตรมีลักษณะพิเศษที่บางครั้งอาจมียอดหนี้เกิน 100,000 บาท เป็นผลพวงมาจากการให้ความช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ด้วยเลขบัตรประชาชน

ไปที่เว็บเซ็ตหลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น หากเป็นบุคคลดังกล่าว ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดย สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน

ประกาศผลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

หลังจากที่ประกาศผลผู้มีสิทธิแล้วผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) สามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย แต่หากเป็นผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เปิดใช้ G-Wallet) เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน

2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ (17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ไอแบงก์ (17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569) (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)

ผู้ลงทะเบียนที่ลงทะเบียนไม่ผ่านตามคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องดำเนินการอย่างไร

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

3. ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

4. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง

1) เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)

2) แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)

3) ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ไอแบงค์ (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”.

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...