เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th ด้วยเลขบัตรประชาชน
เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th/ ด้วยเลขบัตรประชาชน วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลัง จะเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าที่มีอยู่จำนวน 13.18 ล้านราย และ กลุ่มตกหล่น
ล่าสุดนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน รอบใหม่ ปี 2569 ภายในวันที่ 14 ก.ค. นี้ เพื่อหน้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมและตรงจุดมากที่สุด
สำหรับการปรับเกณฑ์ในรอบนี้จะมีการงดเว้นการใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้
- ไม่นำเรื่องการหักค่าลดหย่อนภาษีของบิดามารดามาพิจารณา แต่ยังคงเกณฑ์ลดหย่อนภาษีของคู่สมรสและบุตรมาพิจารณาตามเดิม
- ไม่นำหนี้สินของภาคเกษตรมาคำนวณรวม เนื่องจากหนี้ภาคเกษตรมีลักษณะพิเศษที่บางครั้งอาจมียอดหนี้เกิน 100,000 บาท เป็นผลพวงมาจากการให้ความช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ด้วยเลขบัตรประชาชน
ไปที่เว็บเซ็ตหลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน
ทั้งนี้ หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น หากเป็นบุคคลดังกล่าว ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดย สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน
หลังจากที่ประกาศผลผู้มีสิทธิแล้วผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) สามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย แต่หากเป็นผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
1. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เปิดใช้ G-Wallet) เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน
2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ (17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ไอแบงก์ (17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569) (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)
ผู้ลงทะเบียนที่ลงทะเบียนไม่ผ่านตามคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องดำเนินการอย่างไร
ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่
1. ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ
2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ
3. ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
4. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง
1) เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
2) แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
3) ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ไอแบงค์ (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”.
อ้างอิง: