โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ว่าด้วย “การเขียน” และ “อัตลักษณ์” (จบ)

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถาพร ศรีสัจจัง

วงเสวนาเรื่อง “ว่าด้วยการเขียนและอัตลักษณ์” ที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่งทางจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง แม้จะไม่มีข้อสรุปว่าประสบผลตามความมุ่งหวังของคณะผู้จัดสักแค่ไหน หรือจะส่งผลต่อกลุ่มผู้สนใจที่จะพัฒนา ‘การเขียนเรื่องเล่าเชิงสร้างสรรค์’ (Creative writing) ที่สมัครเข้ามาร่วมเป็นจำนวนไม่น้อย (เมื่อเทียบกับยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่อยู่กับโลก ‘ดิจิทัล’) อย่างไรบ้างก็ตาม

แต่จากที่เห็นด้วยตาและความรู้สึก (ในฐานะผู้เข้าร่วมตลอดงานทั้ง 5 ชั่วโมงกว่าๆ) ก็น่าจะกล่าวได้ว่า มีผลเชิงบวกต่อผู้เข้าร่วมอยู่ไม่น้อย ค่าที่ได้รับแนวคิดและทัศนะใหม่ๆ ทั้งจากคณะวิทยากรและจากการนำเสนอความคิดแลกเปลี่ยนกันเองในวงเสวนา

โดยเฉพาะจากวิทยากรท่านสุดท้าย (คนที่ 4) ที่ได้นำหลักการเขียนจากคัมภีร์อลังการศาสตร์ของอินเดีย, ที่ต้องถือว่าเป็น “ภูมิปัญญา” ตะวันออกแท้ๆ - มาอธิบายอย่างกว้างขวางและ ‘ลงลึก’ อย่างเห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ นานๆ จึงจะเห็น ”ผู้รู้“ ด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ได้นำ “วิธีวิทยา” ของตะวันออกเราเองที่มีมานานแล้ว มานำเสนออย่างมั่นใจในคุณค่าสักครั้ง

ส่วนใหญ่มักจะสรุปลงไปเลยว่า สิ่งที่เรียกว่า ”การเขียนเชิงสร้างสรรค์“ นั้น เรารับมาจากภูมิปัญญาของนักคิดนักเขียนชาวตะวันตกล้วนๆ ซึ่งวิทยากรท่านนี้ก็ได้นำเสนอความคิด ชี้ให้เห็นถึงเหตุที่นักวิชาการส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเช่นนั้นไว้ด้วยว่า คงเป็นเพราะ บรรดาครูบาอาจารย์หรือ ”ท่านผู้รู้“ เหล่านั้น “หลงประเด็น” ในเรื่องที่เกี่ยวกับ ”ชนิดของงานเขียน“ กับ ”หลักการในการเขียน“

เพราะพวกท่านอาจเห็นว่า ‘ชนิดของงานเขียน’ หรือ ‘ประเภทของงานเขียน’ ที่เรียกว่า ”กวีนิพนธ์“ (Poetry) / “เรื่องแต่ง” (Fiction) และ “สารคดี” (Non-fiction) ที่ล้วนเป็น “เรื่องเล่า” (Storytelling) หรือ “งานเขียนเชิงสร้างสรรค์” (Creative writing) เหล่านั้น เป็น “รูปแบบ“ ที่วงการเขียนไทยรับมาจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่ชัดๆ ก็เช่น “กลอนเปล่า” (Blank words) ”เรื่องสั้น“ (Short story) “นิยาย” (Novel) และ “สารคดี” (Feature articles) เป็นต้น

ซึ่งแท้ที่จริง - โดยหลักการ, ตะวันออกเรา - โดยเฉพาะชาติเก่าแก่อย่างอินเดีย, จีน, เปอร์เซีย… และแม้แต่ไทยเราเอง ก็ล้วนมีงานเขียน “ประเภท” หรือ “ชนิด” เหล่านั้นมาแต่โบราณกาลแล้วเช่นกัน ส่วนการพัฒนาเทคนิค เช่น จากร้อยกรองเป็นร้อยแก้วและเทคนิควิธีสร้างเรื่อง สร้างฉาก หรือสร้างตัวละคร ก็มีพัฒนาการเรื่อยมาเช่นเดียวกับตะวันตก

ในรายละเอียดเกี่ยวกับ “อิทธิพล” ที่เกิดจากความสัมพันธ์กัน - แน่ละ, หลังจากที่ชาติตะวันตกได้พัฒนาตัวเองจนกลายเป็น “จักรวรรดินิยม” หรือ ”Imperialist“ (ทั้งเก่าและใหม่ - จักรวรรดินิยมเก่าคือหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ได้แก่ชาติในยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส / และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ “จักรวรรดินิยมอเมริกา”!)

อำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจ - การเมืองที่เหนือกว่า เข้มแข็งกว่า ก้าวหน้ากว่า ย่อมทำให้รูปแบบและแนวคิดในงานเขียน (ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง) ของพวกเขา ย่อมต้องมีอิทธิพลเหนือชาติในเอเชียเราที่ส่วนใหญ่อ่อนแอกว่า - ทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อม, เป็นธรรมดา

กล่าวโดยสรุปแล้ว การมีกิจกรรมเสวนาที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “การเขียนเชิงสร้างสรรค์” และความสำคัญของการมี “อัตลักษณ์ในงานเขียน” (เชิงสร้างสรรค์) ในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและน่าโมทนาสาธุเป็นอย่างยิ่ง ควรที่สถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องจะเอาเป็นแบบเป็นอย่าง ส่งเสริมจัดการให้เกิดขึ้นมีขึ้นในมหาวิทยาลัยของตัวเองบ้าง ไม่ใช่ส่งเสริมกันแต่ “วิชาที่มีมูลค่า” แต่ไม่สนใจ “วิชาที่เป็นคุณค่า” เอาเสียเลย

อย่างมหาวิทยาลัยในยุค “ออกนอกระบบ” (ที่บริหารกันเหมือนระบบห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด - แต่มักขาดระบบคุณธรรมหรือ “ธรรมาภิบาล”) ในปัจจุบัน ที่มักมีเป้ามุ่งอยู่ที่ “การแข่งขันกันทำเงิน” (แต่ก็ยังรับงบสนับสนุนจากรัฐที่มาจากภาษีของประชาชน)

ที่ว่าสถานศึกษาหรือ “มหาวิทยาลัย” ควรส่งเสริมในเรื่องกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เช่นนี้บ้างก็เพราะ สถานศึกษาชั้นสูงอย่างมหาวิทยาลัยในโลกนั้น แต่เดิมเกิดขึ้นเพื่อการสร้าง “นักคิดนักสร้างสรรค์” เพื่อให้เป็นผู้ที่เข้าใจและบรรลุถึง “ความจริง (วิทยาศาสตร์) ความดี (จริยธรรม) และ ความงาม (สุนทรียธรรม)”

และแน่นอน, งานด้าน “วรรณศิลป์” หรือ “การเขียนเชิงสร้างสรรค์” ก็ล้วนมีเป้ามุ่งอยู่ที่การณ์ดังกล่าวโดยตรง - ก็พูดไปงั้นๆ แหละ, เผื่อจะเข้าหูบรรดา ‘ท่านนักวิชาการ’ ที่มีหน้าที่บริหารมหาวิทยาลัยซึ่งรู้ประสีประสา, ในยุคนี้บ้าง - ก็เท่านั้น!!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...