โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รสนา” จี้ “เอกณัฏ” หยุดตั้งอนุฯ ศึกษาซ้ำซ้อน เร่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันทันที ชี้ประชาชนเสียหายวันละพันล้าน

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

อดีต สว.“รสนา” เรียกร้อง รมว.พลังงานกล้าตัดสินใจปรับโครงสร้างราคาน้ำมันตามมาตรฐานโลกทันที แทนการตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาเพิ่มเติม ระบุประชาชนกำลังแบกรับภาระวันละ 1,000 ล้าน พร้อมเสนอคุมเพดานค่าการกลั่นและค่าการตลาด เชื่อช่วยลดราคาน้ำมันได้หลายบาทต่อลิตรโดยไม่ต้องใช้งบกองทุนน้ำมันอุดหนุน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเร่งตัดสินใจปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโดยทันที โดยเห็นว่าการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมเป็นเพียงการซื้อเวลา ขณะที่ประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

น.ส.รสนาระบุว่า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานอย่ารำวงซื้อเวลา ควรใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจปรับโครงสร้างราคาน้ำมันตามมาตรฐานทันที

“ขอให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานอย่าเสียเวลาตั้งอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอีกเลย เพราะประชาชนและสื่อมวลชนเห็นว่าเป็นเพียงการซื้อเวลาให้ยาวขึ้น แต่ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้แม้แต่วันเดียว แต่ละวันที่ผ่านไป คุณโสภณ สุภาพงษ์ บอกว่าประชาชนเสียหายวันละ 800-1,000 ล้านบาท

“เรื่องที่ขอให้รัฐมนตรีตัดสินใจทำคือ การกลับมาใช้โครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นมาตราฐานโลก โดยการใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ (MOPS) 2 วันย้อนหลัง โดยตัดค่าพรีเมี่ยมที่สมมติว่านำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ออกไปทั้งหมด แล้วลบด้วยน้ำดิบดูไบเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 2 วันย้อนหลัง ณ.ท่าเรือต้นทางเท่านั้น ส่วนต่างที่ได้จากการเอาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ ลบกับ น้ำมันดิบดูไบคือค่าการกลั่น และในสถานการณ์ปกติ ค่าการกลั่นจะอยู่ระหว่าง 4-7 เหรียญต่อบาร์เรล หรือ ประมาณ 0.80-1.40 บาทต่อลิตร

“แต่ในสถานการณ์วิกฤตอย่างปัจจุบัน มีการโก่งราคาน้ำมันสูงมาก เห็นได้จากค่าการกลั่นที่สูงกว่า 7 เหรียญ หรือ 1.40 บาท/ลิตร ไปมาก ถึง 17.50 บาท/ลิตรก็เกิดขึ้นมาแล้ว จึงขอให้รัฐมนตรีกำหนดเพดานค่าการกลั่นที่ 7 เหรียญต่อบาร์เรลหรือประมาณ 1.42 บาทต่อลิตร เพราะโรงกลั่นไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ได้รับลาภลอยสูงมาก เพื่อไม่ให้มีการโก่งราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสถานการณ์สงคราม จึงขอให้คุมเพดานค่าการกลั่น และให้คุมค่าการตลาด เบนซินที่ 1.85 บาท/ลิตร และดีเซล 1.50 บาท/ลิตร เพื่อไม่ให้โรงกลั่นโยกเงินส่วนลดเนื้อน้ำมันไปไว้ในค่าการตลาด จะได้ไม่ต้องลดราคาเนื้อน้ำมัน

“การกำหนดราคาตามมาตรฐานโครงสร้างราคาสิงคโปร์ตัดค่าพรีเมี่ยมน้ำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป และลบด้วยน้ำมันดิบดูไบ และไม่เอากองทุนน้ำมันไปอุดหนุนน้ำมันผสมเอทานอล และไบโอดีเซล ก็จะทำให้สามารถลดราคาเบนซิน95 ได้ 18.22 บาท/ลิตร และสามารถลดราคาดีเซล 4-5 บาทโดยไม่ต้องเอากองทุนน้ำมันมาชดเชย ปัจจุบันชดเชย ดีเซล B7 และ B20 ด้วยกองทุนน้ำมัน 2.74-7.88 บาท/ลิตร

“สิ่งที่เครือข่ายประชาชนเรียกร้องคือการกลับไปหาโครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นมาตรฐานโลก และตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นจริงออกไปเท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปศึกษาอะไรอีก สิ่งที่จำเป็นคือความกล้าหาญในการตัดสินใจของรัฐมนตรี ในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

“รัฐมนตรีจะเป็นฮีโร่ของประชาชนถ้าทำได้จริงตามที่ประชาชนได้ประชุมร่วมกับข้าราชการในกระทรวงพลังงานมาแล้ว มตินี้ควรเอาเข้าประชุมในกบง. เลย แทนที่จะไปรำวงตั้งอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาให้ซ้ำซ้อนอีกหนึ่งคณะ” น.ส.รสนาระบุ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...