โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ยกให้ปี 69 เป็น “ปีทองผ้าไทย” เปรียบเสมือน “ทูตทางวัฒนธรรม” สู่สายตาโลก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นายกฯ ชูปี 2569 “ปีทองผ้าไทย” ดันผ้าไหมไทยสู่เวทีโลก ต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์–วัฒนธรรมไทย ย้ำ ผ้าไหมไทยเปรียบเสมือน “ทูตทางวัฒนธรรม” ที่ช่วยเผยแพร่เสน่ห์และภูมิปัญญาของไทยสู่สายตาชาวโลก

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 18.20 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569

โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายราชสักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงาน โดยยกให้ปี 2569 เป็น “ปีทองผ้าไทย” หลังกระแสนิยมการสวมใส่ผ้าไทยกลับมาได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จากแนวพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พร้อมชื่นชมความสำเร็จของผ้าไทยและชุดไทยที่สร้างชื่อเสียงบนเวทีนานาชาติ ผ่านนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับคำกล่าวขานชื่นชมจากนานาชาติเป็นอันมาก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดงานมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 และพิธีมอบรางวัลโครงการประกวด The 7th Next Big Silk Designer Contest 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 48 พรรษา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าผ้าไหมไทย ตลอดจนส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนางานออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่ระดับสากล

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ผ้าไหมไทยเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของประเทศ สะท้อนถึงความประณีต วิจิตร และทักษะเชิงช่างที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังเป็นสื่อบอกเล่าเรื่องราว วิถีชีวิต ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านลวดลาย สีสัน และเทคนิคการทออันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ผ้าไหมไทยเปรียบเสมือน “ทูตทางวัฒนธรรม” ที่ช่วยเผยแพร่เสน่ห์และภูมิปัญญาของไทยสู่สายตาชาวโลก ควบคู่กับการเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยในทุกมิติ และเชื่อว่าความสำเร็จในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไหมไทยเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันผลักดันให้ผ้าไหมไทยเป็นทั้งมรดกของชาติ พลังทางเศรษฐกิจ และสื่อกลางแห่งมิตรภาพระหว่างประเทศ

“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลในโครงการประกวด และขอขอบคุณคณะทำงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 ในครั้งนี้ และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยได้ร่วมกันสืบสานผ้าไหมไทย เพื่อคุณค่าทางวัฒนธรรมเศรษฐกิจ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของประเทศชาติต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมอบรางวัลโครงการประกวด The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมร่วมสมัย และ รางวัลชนะเลิศการประกวดชุดไทยพระราชนิยม ก่อนจะถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้จัดงาน และผู้ได้รับรางวัล จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับชมวีดิทัศน์ความเป็นมาของโครงการฯ และชมแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไหม

สำหรับโครงการมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา โดยมีสถานเอกอัครราชทูตเข้าร่วม 72 แห่ง สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ 18 แห่ง และเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจาก 36 ประเทศร่วมเดินแบบบนเวที รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานจากทั่วประเทศกว่า 79 ทีม รวมอาจารย์และนิสิตนักศึกษาด้านแฟชั่นและสิ่งทอกว่า 1,000 คน สะท้อนพลังความร่วมมือในการสืบสานและยกระดับผ้าไหมไทยสู่เวทีโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อนุทิน” ยกให้ปี 69 เป็น “ปีทองผ้าไทย” เปรียบเสมือน “ทูตทางวัฒนธรรม” สู่สายตาโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...