โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ล่าสุดยังไม่พบ! เร่งค้นหาคนงานสูญหาย เหตุโป๊ะระเบิดสมุทรปราการ

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อัปเดตโป๊ะระเบิดปากน้ำ! เจ้าหน้าที่มาร์กจุดเรือจม 1,500 ตันได้แล้ว แต่ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย

อัปเดตโป๊ะระเบิดปากน้ำ! เจ้าหน้าที่มาร์กจุดเรือจม 1,500 ตันได้แล้ว แต่ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้าเหตุระเบิดบริเวณโป๊ะขุดลอกร่องน้ำหน้าท่าเรือของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว

จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้สูญหายคือ นายสามารถ พันธุวงศ์ อายุ 55 ปี ซึ่งขณะเกิดเหตุปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเรือบรรทุกดินเลน โดยหลังเกิดแรงระเบิด เรือได้รับความเสียหายและจมลงใต้น้ำ ส่งผลให้นายสามารถสูญหายไปพร้อมกับเรือ

เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญูได้ระดมกำลังค้นหาต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากกระแสน้ำใต้แม่น้ำมีความเชี่ยวกราก ส่งผลให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงต้องประเมินสถานการณ์และวางแผนค้นหาอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของทีมปฏิบัติการ

ด้านนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นโป๊ะของบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างดำเนินโครงการขุดลอกร่องน้ำ โดยยืนยันว่าขณะนี้มีผู้สูญหาย 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลและมีอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนภารกิจค้นหายังคงดำเนินต่อเนื่อง

สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดขึ้นระหว่างรถแบ็กโฮกำลังขุดตักดินจากร่องน้ำตามโครงการขุดลอก ซึ่งกรมเจ้าท่าอนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน และมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการขออนุญาตถูกต้องตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้น พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท. ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และยืนยันว่า บริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีท่อส่งก๊าซหรือท่อก๊าซของบริษัท จึงตัดประเด็นการรั่วไหลของก๊าซที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ออกไปในเบื้องต้น

ด้านมาตรการความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าระงับการปฏิบัติงานทั้งหมดในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนอนุญาตให้กลับมาดำเนินงานอีกครั้ง รวมทั้งขอความร่วมมือท่าเรือและสถานประกอบการใกล้เคียงตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อประเมินผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ประสานกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำและคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าพื้นที่โดยรอบยังคงมีความปลอดภัย

สำหรับภารกิจค้นหาผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งหัวเรือและท้ายเรือที่จมอยู่ใต้น้ำได้แล้ว โดยเรือลำดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกดินที่ใช้รองรับดินจากรถแบ็กโฮ มีน้ำหนักบรรทุกประมาณ 1,500 ตัน การค้นหาจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ ทั้งนี้ทุกหน่วยงานยังคงเร่งปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุระเบิด ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...