คุก 13 ปี! ผู้จัดการ-3 พนักงานธนาคารดังพัทยา สมคบแก๊งจีนเปิด "บัญชีม้า" คอลเซ็นเตอร์
(30 มิ.ย. 69) ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษา คดีดำที่ อ.968/2568 และคดีแดงที่ อ.726/2569 สั่งจำคุกจำเลย 8 ราย ฐานความผิดหลายข้อหา อาทิ ร่วมกันจัดหาบัญชี, เปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชี, สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ร่วมกันฟอกเงิน และปลอมเอกสารสิทธิ โดยจำเลยทั้งหมดมีพฤติการณ์ร่วมกันจัดหาบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษกลุ่มจำเลยซึ่งเป็นถึงผู้จัดการสาขาและพนักงานธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ประกอบด้วย
นายสุรสิทธิ์ (ผู้จัดการสาขา)
นางสาวสิริลักษณ์ (เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด)
นางสาวชุติมา (พนักงานหน้าเคาน์เตอร์)
นายทรงพล (พนักงานหน้าเคาน์เตอร์)
ศาลสั่งจำคุกคนละ 13 ปี (แม้ทั้งหมดจะให้การปฏิเสธในชั้นศาล) จากพฤติการณ์เอื้ออำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีธนาคารให้กับกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้เป็น "บัญชีม้า" ให้กับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ส่วนจำเลยรายอื่น ศาลมีคำพิพากษาดังนี้
นายตัน เกาบิน และ นายชิ ชุน สง (สัญชาติจีน) ทำหน้าที่จัดหาบัญชี จำคุกคนละ 5 ปี
นางสาวมลธิดา ทำหน้าที่เอเยนต์จัดหาบัญชี จำคุก 6 ปี
นายณรงค์ฤทธิ์ ทำหน้าที่ยืมบัญชีธนาคาร จำคุก 1 ปี
คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 พล.ต.ต. ธีระชัย ชำนาญหมอ อดีต ผบก.สส.ภ.2 ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ร่วมกับตำรวจ สภ.บางละมุง เข้าตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานภายในธนาคารแห่งหนึ่งริมถนนสุขุมวิทพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมควบคุมตัวระดับผู้จัดการสาขาและพนักงานรวม 4 คนไปสอบสวนขยายผล
หลังตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัยในการอนุมัติเปิดบัญชีธนาคารให้กับกลุ่มชาวจีนที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว (Tourist Visa) ผลการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ธนาคารสาขาดังกล่าวมีการลักลอบเปิดบัญชีในลักษณะนี้มากกว่า 100 บัญชี เพื่อใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง รวมมูลค่าความเสียหายทะลุ 100 ล้านบาท
ผลการปฏิบัติการของตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ในครั้งนั้น ถือเป็นการขุดรากถอนโคนเครือข่ายบัญชีม้าที่เชื่อมโยงระหว่างนายหน้าต่างชาติและพนักงานสถาบันการเงิน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจไทยอย่างร้ายแรง คำพิพากษาลงโทษในคดีนี้จึงถือเป็นกรณีตัวอย่างและบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินในประเทศไทย