โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักเคลื่อนไหวทิเบตเผาตัวเองหน้ายูเอ็น ประท้วงปมกฎหมายชาติพันธุ์จีน

เดลินิวส์

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.52 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชายชาวทิเบตเสียชีวิตจากการจุดไฟเผาตัวเองใกล้สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก หลังประท้วงเพื่อเรียกร้องเอกราช ขณะที่สหรัฐและอียูแสดงความกังวลต่อกฎหมายชาติพันธุ์ฉบับใหม่ของจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สำนักงานตำรวจนครนิวยอร์ก (เอ็นวายพีดี) ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินใกล้กับสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อช่วงเย็นของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น จึงส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสบ พบชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้อย่างรุนแรง

แม้เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ประกาศว่า เสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านเอ็นวายพีดียืนยันว่า การสืบสวนสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เสียชีวิต หรือระบุแรงจูงใจที่เป็นไปได้ของการกระทำดังกล่าว

ด้าน "วอยซ์ ออฟ ทิเบต" ซึ่งเป็นสื่อของชาวทิเบตในต่างแดน ระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายลอบกา รังเซน นักเคลื่อนไหวชาวทิเบต ซึ่งจุดไฟเผาตัวเองบริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ยูเอ็น หลังจัดการปราศรัยเรียกร้องเอกราชและความเป็นเอกภาพของทิเบต โดยมีการถ่ายทอดสดออนไลน์ด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) แสดงความกังวลต่อ "กฎหมายเอกภาพชาติพันธุ์" ฉบับใหม่ของจีน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจีนยืนยันว่า กฎหมายมีเป้าหมายสร้างอัตลักษณ์ร่วมของชาติในหมู่ชนกลุ่มน้อยทั้ง 55 กลุ่มชาติพันธุ์ แต่การที่กฎหมายให้อำนาจแก่รัฐบาลปักกิ่งในการดำเนินคดีกับบุคคลแม้อาศัยอยู่นอกพรมแดนของจีน สร้างความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่าย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...