โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เป็นนักเรียนทุนรัฐ ต้องวางแผนชีวิตยังไง? เมื่อทุนการศึกษาที่ได้อาจกลายเป็นหนี้สินก้อนใหญ่…

Thairath Money

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ช่วงที่ผ่านมามีเหล่า “นักเรียนติดทุน” ออกมาแชร์ประสบการณ์ว่ารับทุนรัฐบาลไปเรียนต่อแล้ว ต้องเจอความท้าทายหลายเรื่อง ทั้งกลับมาไทยแต่หน่วยงานไม่มีตำแหน่งที่ตรงสาย บางคนมีตำแหน่งให้เข้าทำงานแต่เงินเดือน สวัสดิการไม่ตรงกับสัญญาที่เซ็นไป บางกรณีเจอปัญหาชีวิตไม่สามารถทำงานใช้ทุนได้ สุดท้ายกลายเป็นหนี้หลักสิบล้านบาท

สรุปแล้ว “ชีวิตนักเรียนทุนรัฐ” ต้องแบกรับความเสี่ยงและเจออุปสรรคอะไรบ้าง? มาเจาะลึกรากของปัญหาที่เกิดขึ้นและวิธีวางแผนก่อนจะตัดสินใจรับทุน

เปิดชีวิตนักเรียน “ติดทุน-ติดหนี้”

คำว่า “นักเรียนติดทุน” ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ได้เป็นกระแสแค่ในปี 2569 เท่านั้นแต่ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มี YouTube ช่อง “ห้องทดลองตึ๋งหนืด” ของ ดร.วิศรุต ปิ่นรอด นักเรียนที่รับทุนจากกระทรวงวิทย์ฯ ปี 2551 (ปัจจุบันเรียกว่า ทุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ซึ่งพอเรียนจบปริญญาเอกจากสหรัฐฯ ก็กลับมาทำงานที่ศูนย์นาโนเทคโนโลยี (NANOTEC)

ดร.วิศรุต แชร์ประสบการณ์ที่สะท้อนปัญหา “ทุนไม่ตรงปก” ไว้ว่า ตอน ม. 6 ตัดสินใจรับทุนนี้เพราะต้นสังกัดโฆษณาว่า มีสวัสดิการให้พ่อแม่เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริง เงินเดือนดี แต่พอเรียนจบกลับมาบรรจุทำงานจริงนั้น ชื่อตำแหน่งเหมือนเดิมแต่เงินเดือนน้อยกว่าเดิม 2 เท่า สวัสดิการเปลี่ยนไปมาก เช่น พ่อแม่อายุเกิน 65 ปี เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ไม่เกิน 1,000 บาท/ครั้ง เป็นต้น ซึ่งในสัญญาทุนมีการระบุเงื่อนไขไว้ว่า คนรับทุนต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขได้ด้วย…

การรับทุนทั้ง ปริญญาตรี โท จนถึงปริญญาเอก ทำให้เขาติดใช้ทุนรวม 22 ปี แม้จะทำงานใช้ไปแล้ว 3 ปี แต่ถ้าตัดสินใจจ่ายค่าปรับแทนการทำงานยังต้องจ่ายถึง 45 ล้านบาท ดังนั้นทางที่เขาเลือกคือ ทำงานไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะใช้ทุนหมดที่อายุ 52 ปี ภายใต้เงื่อนไขว่าเงินเดือนน้อยลงก็ต้องใช้ชีวิตแบบประหยัด ทั้งทำอาหารกินเอง ตัดผมด้วยตัวเอง ไปจนถึงไม่ใช้แอร์หรือเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า

อีกเคสคือดร.เค็ง-ประภากร วินัยสถาพร อดีตนักเรียนทุนปริญญาเอก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตอนนี้อายุราว 50 ปี เคยให้สัมภาษณ์กับ Thairath Plus ไว้ว่า ในช่วงที่เรียน ป.เอก เริ่มเกิดความผิดปกติขึ้น จนทางมหาวิทยาลัยที่อังกฤษได้ส่งตัวเข้ารักษากับจิตแพทย์ในโรงพยาบาล

กระทั่งหลังจากเรียนจบกลับมาทำงานใช้ทุนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในไทยได้ระยะหนึ่ง แต่ด้วยอาการป่วยทางจิตที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่องทำให้เธอเขียนอีเมลลาออกส่งไปถึงอธิการบดี ซึ่งไม่ใช่จดหมายหรือใบลาออกอย่างเป็นทางการตามระเบียบ จนท้ายที่สุดทางมหาวิทยาลัยหันมาฟ้องว่า ดร.เค็ง ผิดสัญญาทุนและเรียกเงินชดเชยถึง 16 ล้านบาท

เคสของ ดร.เค็ง ไปถึงชั้นศาลโดยเธอยื่นเรื่องอุทธรณ์ไปถึงศาลปกครองสูงสุด แต่หลังจากเป็นข่าวบนโลกโซเชียลในช่วงปี 2565 ท้ายที่สุดเธอออกมาเล่าว่า “สรุปในที่ประชุมที่รัฐมนตรี อว. ประกาศออกมาคือจะไม่ต้องให้เราใช้หนี้ ไม่ต้องรอคำสั่งศาล แต่กระทรวง อว. จะไปดำเนินการต่อเองว่าจะไปทำอย่างไรให้ยุติการทวงหนี้ แล้วก็ให้สำนักปลัดกระทรวง อว. หาตำแหน่งราชการให้เรากลับมาทำงาน”

ในปี 2567 ที่ ดร.เค็ง ให้สัมภาษณ์นั้นเธอทำงานเป็นนักวิจัยให้มูลนิธิภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง

แม้ทั้ง 2 เคสนี้อาจไม่ได้สะท้อนปัญหาทั้งหมดที่นักเรียนทุนรัฐต้องเจอ แต่ก็เป็นข้อเตือนใจให้นักเรียนที่ตัดสินใจจะเซ็นสัญญา สร้างข้อผูกมัดในระยะยาว ต้องกลับมาคิดให้ดี

ทุนรัฐบาลได้อะไร

ต้องแลกด้วยอะไร…

ทุนรัฐบาลมีหลายรูปแบบทำให้ “สัญญาทุน” อาจมีเงื่อนไขและรูปแบบที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน แต่ถ้าพูดถึงทุนที่ต้องชดใช้ไปอีกยาวๆ มักเป็นทุนที่นักเรียนมัธยมปลายได้รับ โดยรัฐบาลจะส่งให้เรียนตั้งแต่ระดับ Prep School เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย เรียนต่อในระดับปริญญาตรี โท บางรายไปถึงปริญญาเอก

ทุนการศึกษาของรัฐบาลจะออกค่าใช้จ่ายให้หลายอย่าง เช่น ค่าเทอม, ค่าใช้จ่ายรายเดือน, ค่าที่พัก, ค่าประกันสุขภาพ, ค่าหนังสือ-อุปกรณ์การศึกษา เป็นต้น ซึ่งจะได้เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศไหน หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญา

(ตัวอย่างค่าใช้จ่ายของนักเรียนทุนในแต่ละประเทศของ สำนักงาน ก.พ. อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

เงื่อนไขหลักๆ ที่เด็กทุนอาจไม่ได้อ่านละเอียดคือ ต้องใช้ทุนนานแค่ไหน บางหน่วยงานจะให้ทำงานใช้ทุน 2 เท่าของระยะเวลาที่เรียน กรณีที่เรียนไม่จบหรืออื่นๆ ต้องจ่ายทั้ง “ทุนที่ได้ไป” พร้อม “ค่าปรับอีก 2 เท่า” (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสัญญา)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวเลขประมาณการเบื้องต้นจากการคำนวณของระบบความรับผิดทางละเมิดและแพ่ง กรมบัญชีกลาง ภายใต้เงื่อนไข: สัญญารับทุนนาน 3 ปี และไม่กลับมาทำงานชดใช้ ข้อมูลเบี้ยปรับอยู่ที่ 2 เท่า ในเงื่อนไขกลับมาทำงานชดใช้, เงินเดือนมีเบี้ยปรับ, เงินทุน/ค่าใช้จ่ายมีเบี้ยปรับ

  • ทุนที่ได้รับ 500,000 บาท: จำนวนวันที่ต้องปฏิบัติราชการ 1,827 วัน หากผิดสัญญา เงินที่ต้องชดใช้คือ 1.50 ล้านบาท
  • ทุนที่ได้รับ 1,000,000 บาท: จำนวนวันที่ต้องปฏิบัติราชการ 2,192 วัน หากผิดสัญญา เงินที่ต้องชดใช้คือ 3.00 ล้านบาท
  • ทุนที่ได้รับ 3,000,000 บาท: จำนวนวันที่ต้องปฏิบัติราชการ 2,192 วัน หากผิดสัญญา เงินที่ต้องชดใช้คือ 9.00 ล้านบาท

(ข้อมูลการประมาณการดังกล่าว สืบค้นจาก https://tcls.cgd.go.th/civil-web/education-calculate รวมถึงสอบถามจากกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 10 และ 11 มิ.ย. 2569)

ก่อนเซ็นสัญญาต้องรู้อะไรบ้าง?

ทุนการศึกษาเป็นโอกาสสำหรับคนที่ต้องการเสมอ แต่ก่อนจะเลือกเซ็นสัญญาทุน ไม่ว่าจะภาครัฐหรือเอกชน เราต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง Thairath Money รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว

  • ระยะเวลาใช้ทุน
    ต้องทำงานกี่ปีถึงจะชดใช้ทุนได้ทั้งหมด
  • ตำแหน่งงานและเงินเดือน
    เมื่อกลับมาทำงานจะได้ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ และสอดคล้องกับค่าครองชีพในอนาคตแค่ไหน
  • การชดใช้กรณีเรียนไม่จบ
    ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยจนเรียนไม่จบ จะมีเงื่อนไขการชดใช้เงินยังไง ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหรัฐอเมริกา มีกรณีว่า หากนักเรียนทุนรัฐบาลสละสิทธิ์การรับทุน หรือหลีกเลี่ยง ละเลย ทอดทิ้ง ยุติการศึกษา หรือเลิกการศึกษา ก่อนสำเร็จการศึกษาตามโครงการศึกษา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบของ ก.พ.หรือผู้รับสัญญา จะต้องชดใช้ทุนที่ทางราชการได้จ่ายไป พร้อมเบี้ยปรับอีก 2 เท่าคืนแก่ทางราชการ
    ยกเว้นกรณีที่นักเรียนเกิดมีอาการเจ็บป่วยทางสภาพจิตใจ ซึ่งแพทย์ได้ตรวจอาการแล้ว และมีความเห็นแพทย์เห็นควรให้ยุติการศึกษากลางคัน เนื่องจากไม่ปกติพอที่จะศึกษาหรือทำงานได้ หากฝืนให้ศึกษาหรือทำงานต่อไป ก็จะไม่มีประสิทธิภาพ กรณีเช่นนี้ถือว่า นักเรียนทุนรัฐบาลมิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามสัญญา และถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
  • เข้าใจค่าชดใช้และเบี้ยปรับ
    กรณีลาออกก่อนกำหนด หรือมีเป้าหมายชีวิตเปลี่ยนไป ต้องเตรียมเงินไว้ชดใช้กี่เท่า?
  • เงื่อนไขการค้ำประกัน
    สัญญาทุนอาจต้องมีบุคคลค้ำประกัน ดังนั้นต้องคุยเรื่องนี้กับผู้ที่มาช่วยค้ำประกันให้ชัดเจนเพื่อลดความขัดแย้งในอนาคต

สุดท้ายแล้ว “ทุนการศึกษาภาครัฐ” เป็นโอกาสของชีวิตแต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เราต้องทำความเข้าใจสัญญาหรือเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจนก่อนเซ็นตกลงไป ส่วนภาครัฐอาจต้องสร้างความเข้าใจกับนักเรียนที่สมัครเข้ามาขอทุนให้ชัดเจนและโปร่งใส หรือปรึกษาได้เสมอเมื่อนักเรียนทุนเกิดปัญหา แม้ว่าค่าปรับการผิดสัญญาทุนจะมีไว้เพื่อป้องกันให้คนที่ได้ทุนรัฐต้องกลับมาทำงาน ลดค่าเสียโอกาสของประเทศไทย แต่เงื่อนไขต่างๆ ก็ควรจะเปิดเผยและอธิบายให้เคลียร์ตั้งแต่ก่อนเซ็นเสมอ

อ้างอิงที่มา สำนักงาน ก.พ., oeadc, กรมบัญชีกลาง, นักวิทย์ติดทุน, ThairathPlus, 9arm, ห้องทดลองตึ๋งหนืด

หมายเหตุ ณ วันที่ 13 มิ.ย. 2569 ระบบคำนวณการปฏิบัติราชการชดใช้ของทางกรมบัญชีกลางแจ้งว่าอยู่ระหว่างการปรับปรุง

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เป็นนักเรียนทุนรัฐ ต้องวางแผนชีวิตยังไง? เมื่อทุนการศึกษาที่ได้อาจกลายเป็นหนี้สินก้อนใหญ่…

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...