โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนต่างด้าวซุกสถานีรถไฟร้าง ชาวบ้านหวั่นแพร่เชื้อโควิด 19 แจ้ง จนท.รวบ

77kaoded

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 05.50 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - ขนต่างด้าวซุกสถานีรถไฟร้าง ชาวบ้านคลองแขวงกลั่นหวั่นเป็นแหล่งรวมโรคแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 แจ้ง จนท.รวบ ได้กว่า 20 คน เผยมีมามากนับร้อยแต่ถูกทยอยลำเลียงเข้ากรุงไปก่อนหน้าฟ้าสางแล้วเป็นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวส่งกองกำกับการสืบสวน สภ.จว.ฉฉะเชิงเทรา ดำเนินคดี ตามกฎหมาย

วันที่ 8 ม.ค.65 เวลา 09.30 น. นายเชี่ยวชาญ เทพประดิษฐ์ ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสืบสวนภูธร จ.ฉะเชิงเทรา จนท.ตม. ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บริเวณอาคารร้าง ซึ่งเป็นบ้านพักพนักงานภายในสถานีรถไฟคลองแขวงกลั่น พื้นที่ ม.7 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า

สถานีร้าง

ได้มีขบวนการขนแรงงานเถื่อน แอบลักลอบนำแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองมาซุกซ่อนไว้เป็นจำนวนมาก หลังชาวบ้านผ่านมาพบเห็น ขณะกำลังเดินทางไปตลาดนัดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

พามาซุกสถานีร้าง

โดยนายเชี่ยวชาญ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ผ่านเข้ามาพบเห็นความผิดปกติ ที่มีคนจำนวนมากเข้ามาพักอาศัยอยู่ภายในบริเวณสถานีรถไฟร้างแห่งนี้ ทั้งที่ปกติจะเป็นสถานีร้างและไม่มีเจ้าหน้าที่หรือคนงานเข้ามาพักอยู่อาศัย จึงได้เข้ามาดูและพบเห็นว่าเป็นคนต่างด้าว จึงได้แจ้งให้แก่ทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทราบ จากนั้นทางผู้ใหญ่บ้านได้นำกำลังฝ่ายปกครองเข้ามาทำการควบคุมพื้นที่เอาไว้

นายเชี่ยวชาญ เทพประดิษฐ์

และแจ้งให้ทางกำนัน รวมถึงทางอำเภอเมืองฉะเชิงเทราทราบ ก่อนที่จะประสานไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสามารถควบคุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาเอาไว้ได้จำนวน 20 คน เป็นชาย 15 คนหญิง 5 คน และคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นคนไทย 1 คน ที่กำลังเดินทางเข้ามารับช่วงส่งต่อกลุ่มแรงงานเถื่อนเหล่านี้ เพื่อนำไปส่งยังในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อไป

ฝ่ายปกครองพร้อมชาวบ้านรวบได้

จากการสอบถาม ทราบว่าเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้มีรถแท็กซี่ทยอยเข้ามารับ ขนแรงงานต่างด้าวเข้ากรุงเทพฯ ไปก่อนหน้าแล้วเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นจึงเชื่อว่า น่าจะมีการทำกันอย่างเป็นขบวนการ จึงสามารถขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาได้มากถึงกว่า 100 คน

พามาซุก สถานีรถไฟร้าง

หลังทำการควบคุมตัวไว้ได้ จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุข อสม. เข้ามาทำการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยชุดตรวจ ATK ทั้งหมดทุกคนแล้ว ซึ่งผลการตรวจออกมาในเบื้องต้นนั้นยังไม่พบเชื้อ โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา จะได้นำตัวแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทั้งหมดไปดำเนินคดีและส่งไปยัง ตม. ตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป นายเชี่ยวชาญ กล่าว

ตรวจ ATK แรงงานหนีเข้าเมือง

ขณะที่ นายจิม ชวด อายุ 42 ปี ชาว อ.กะแรง จ.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า เมื่อหลายปีก่อนตนเคยเข้ามาทำงานก่อสร้างอยู่ในกรุงเทพฯ มาก่อนแล้ว และได้เดินทางกลับบ้านไปเมื่อช่วงโควิด 19 ระบาดครั้งแรกเมื่อปี 2563 หลังจากพาสปอร์ตหมดอายุ ส่วนการเดินทางมาในครั้งนี้ ที่ต้องมาอย่างผิดกฎหมายนั้น เนื่องจากไม่สามารถติดต่อกับคนเดินเรื่องในการทำพาสปอร์ตใหม่ให้ได้

หวั่นเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค

เพื่อจะเข้ามาทำเอกสารให้ถูกต้องยังภายในประเทศไทย ที่กำลังเปิดให้นายจ้างดำเนินการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง โดยได้ยอมจ่ายเงินให้แก่ทางขบวนการผู้นำพาที่ฝั่งด้านประเทศกัมพูชาไปแล้วคนละ 6,500 บาท โดยคาดหวังว่าจะได้กลับไปทำงานกับทางนายจ้างที่เดิม จึงได้ตัดสินใจเดินทางเข้ามาในลักษณะนี้ ซึ่งหากสามารถทำเอกสารเดินทางอย่างถูกต้องได้พวกตนก็คงจะไม่เสี่ยงเดินทางมาอย่างผิดกฎหมายของไทยแบบนี้ นายจิม กล่าว

คนขับแท็กซี่อ้างแค่รับจ้างตามปกติ

ขณะที่ นายชัยพัฒน์ พลสิงห์ อายุ 40 ปี ชาว จ.สกลนคร คนขับรถแท็กซี่ กล่าวว่า ตนเป็นเพียงคนขับรถแท็กซี่รับจ้างทั่วไป หลังได้รับการติดต่อว่าจ้างให้มารับคนผ่านทางโทรศัพท์ จึงได้เดินทางมาตามที่เขาบอกเส้นทางจากในกรุงเทพฯ เพื่อเข้ามารับคนตามเส้นทางที่เขาบอกมา โดยที่ตนไม่ทราบมาก่อนว่าจะมารับคนงานต่างด้าวยังที่นี่ นายชัยพัฒน์ กล่าว

ใช้แท็กซี่ขน ลำเลียงเข้ากรุง
กลายเป็นจุดพักคอยส่งต่อ
กลายเป็นจุดพักคอยส่งต่อ แรงงานเถื่อน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...