โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บันทึกประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์อังกฤษ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ค. 2566 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2566 เวลา 14.26 น.
Gareth Cattermole/Pool via REUTERS

บันทึกประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร

การประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันเป็นการเปลี่ยนสถานะเป็นพระมหากษัตริย์อย่างเป็นทางการของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2023 แล้วเสร็จไปแล้วโดยสมบูรณ์

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ แม้ว่าจะปรับลดรายละเอียดต่าง ๆ ลงจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 1953 คงเหลือไว้แต่ส่วนที่สำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานก็ลดลงเหลือเพียง 1 ใน 4 คือจาก 8,000 คน เหลือประมาณ 2,000 คน แต่ภาพพระราชพิธีที่ปรากฏก็ยังคงศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งใหญ่ และหาชมได้ยากอย่างยิ่ง

“ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ในขั้นตอนต่าง ๆ ของพระราชพิธีนี้

เริ่มจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลาเสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังบักกิงแฮมไปยังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โดยประทับรถม้าพระที่นั่ง Diamond Jubilee State Coach ซึ่งประกอบขึ้นเมื่อครั้งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี (Diamond Jubilee) เมื่อปี 2012 และจะใช้ม้าฝึกพิเศษสีเทาซึ่งเป็นม้ามีบรรดาศักดิ์สูงสุดเรียกว่า Windsor Grey จำนวน 6 ตัวในการลากรถ

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เริ่มขึ้นในเวลา 11 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น ประกอบด้วยขั้นตอนพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ 6 ขั้นตอน ได้แก่

1.ขั้นตอนรับรองฐานะความเป็นกษัตริย์ (recognition)

เมื่อกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จพระราชดำเนินถึงมณฑลพิธีในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนพิธีรับรองฐานะความเป็นกษัตริย์ เยาวชนตัวแทนคณะนักร้องประสานเสียงของมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์กล่าวต้อนรับว่า “ฝ่าบาท ในฐานะบุตรแห่งอาณาจักรของพระเจ้า พวกเราขอต้อนรับพระองค์ในนามของราชาแห่งราชาทั้งปวง”

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสตอบว่า “ในนามของเขา (ราชา) และตามแบบอย่างของเขา (ราชา) ข้าพเจ้าไม่ได้มาเพื่อรับการรับใช้ แต่มาเพื่อเป็นผู้รับใช้”

จากนั้น อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่กล่าวประกาศแนะนำพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ แล้วคนในพิธีกล่าวตอบว่า “God save King Charles”

2.ขั้นตอนการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ (oath)

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงวางพระหัตถ์บนพระคัมภีร์กล่าวคำสัตย์ปฏิญญาณตอบรับคำถามที่อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่กล่าวถามเกี่ยวกับหน้าที่ในด้านต่าง ๆ และทรงกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณว่า “จะพิทักษ์รักษากฎหมายของแผ่นดินและศาสนจักรอังกฤษด้วยความยุติธรรม” แล้วทรงลงพระปรมาภิไธยรับรองคำสัตย์ปฏิญญาณเป็นลายลักษณ์อักษร

3.ขั้นตอนการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (anointing)

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดในขั้นตอนทั้งหมด ซึ่งประกอบพิธีอยู่เบื้องหลังฉากกั้น ไม่เปิดเผยให้เห็นภาพ

4.ขั้นตอนการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และทรงสวมมหามงกุฎ (investiture)

การถวายข้าวของเครื่องใช้ประจำตำแหน่งของพระมหากษัตริย์ อันเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของพระมหากษัตริย์ หนึ่งในนั้นคือ พระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด (St. Edward’s Crown) ซึ่งตลอดพระชนม์ชีพกษัตริย์จะได้ทรงพระมหามงกุฎนี้เพียงครั้งเดียวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเท่านั้น โดยอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่เป็นผู้ถวายการสวมมหามงกุฎบนพระเศียรของพระมหากษัตริย์

5.ขั้นตอนการประทับบนพระราชบัลลังก์ (enthronement)

กษัตริย์พระองค์ใหม่เสด็จขึ้นประทับบนพระราชอาสน์อันเป็นสัญลักษณ์ของการขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ

6.ขั้นตอนการรับการถวายความเคารพ (homage)

ตามประเพณีดั้งเดิมขั้นตอนการรับการถวายความเคารพ พระมหากษัตริย์จะได้รับการถวายความเคารพจากสมาชิกราชวงศ์ และขุนนางชั้นสูง แต่ในครั้งนี้ได้ปรับลดลงให้เจ้าชายแห่งเวลส์เป็นตัวแทนสมาชิกราชวงศ์ถวายความเคารพเพียงพระองค์เดียว

หลังจากพิธีการของกษัตริย์แล้วเสร็จ เป็นการประกอบพระราชพิธีอภิเษก หรือการสถาปนาแต่งตั้งสมเด็จพระราชินี โดยนักบวชจะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำหรับพระอัครมเหสี และถวายการสวมพระมหามงกุฎควีนแมรี โดยดำเนินพิธีการขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเรียบง่ายกว่า และราชีนีไม่ต้องกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตามแบบของกษัตริย์

เมื่อเสร็จพิธีแล้ว กษัตริย์กับพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคอันยิ่งใหญ่กลับพระราชวังบักกิงแฮม โดยมีประชาชนเฝ้าชมขบวนเต็มสองข้างทาง

พระมหากษัตริย์กับพระราชินีประทับบนรถม้าพระที่นั่ง Golden State Coach ซึ่งถูกใช้งานครั้งแรกตั้งแต่สมัยพระเจ้าจอร์จที่ 3 เพื่อเดินทางไปยังพิธีเปิดรัฐสภาใน ค.ศ. 1762 และเป็นรถพระที่นั่งที่ถูกใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกครั้ง นับตั้งแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ใน ค.ศ. 1831 ซึ่งรถม้าพระที่นั่งมีน้ำหนักมากถึง 4 ตันนี้ถูกลากโดยม้า Windsor Grey จำนวน 8 ตัว

เมื่อถึงพระราชวังบักกิงแฮม กษัตริย์ พระราชินี และสมาชิกราชวงศ์เสด็จออกประทับสีหบัญชร (ระเบียง) หน้าพระราชวังบักกิงแฮมเพื่อทักทายประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...