โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บัตรทองเพิ่มสิทธิรักษาด้วยการสวนหลอดเลือดสมอง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ค. 2566 เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2566 เวลา 04.43 น.

สปสช. เพิ่มการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือดด้วยวิธี EVT เป็นชุดสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2566 สปสช.เพิ่มการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือดด้วยวิธี EVT เป็นชุดสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลันที่เข้าเกณฑ์การรักษา ไม่ว่าจะมีข้อห้ามในการใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือไม่ก็ตาม

หลังการศึกษาเรื่อง “การประเมินต้นทุนอรรถประโยชน์ของการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลันผ่านสายสวนหลอดเลือดด้วยวิธี endovascular treatment ในประชากรไทย” ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า การนำวิธีการรักษาแบบสายสวนหลอดเลือดด้วยวิธี EVT เข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง รัฐจะต้องสนับสนุนงบประมาณเพิ่มสำหรับผู้ป่วย 2,000 รายต่อปี รวมทั้งสิ้น 887 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ซึ่งอยู่ภายใต้ศักยภาพระบบบริการของประเทศไทยที่สามารถทำได้

ส่วนความพร้อมของการให้บริการและทำหัตถการด้วย EVT ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ให้บริการ EVT ได้ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 52 แห่ง แบ่งเป็นภาคกลาง 40 แห่ง ภาคเหนือ 6 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง

ขณะที่แพทย์ที่สามารถทำหัตถการดังกล่าวได้มีทั้งหมด 50 คน ประกอบด้วย รังสีแพทย์จำนวน 22 คน ประสาทศัลยแพทย์ 21 คน และอายุรแพทย์ สาขาประสาทวิทยา 7 คน (ข้อมูลเมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565) โดยอนาคตคาดว่าจะสามารถอบรมแพทย์หลักสูตรอนุสาขารังสีร่วมรักษาระบบประสาทได้จำนวน 8 ตำแหน่งต่อปี และหลักสูตรศัลยแพทย์หลอดเลือดสมองและไขสันหลัง 2-3 ตำแหน่งต่อปี

ทั้งนี้ ราคาเบิกจ่ายที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับ Thrombectomy และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ร่วมด้วยอยู่ที่ 73,800 บาทต่ออุปกรณ์ 1 ชุด ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่บริษัทผู้ผลิตหรือจำหน่ายเสนอให้ภาครัฐ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอให้เรื่องดังกล่าวอยู่ในแผนการให้บริการ (Service plan) ของกระทรวง โดยกำหนดให้ทุกเขตสุขภาพต้องมี Thrombectomy อย่างน้อย 1 แห่ง

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า การลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดอุดตันระยะเฉียบพลันเป็นหนึ่งในสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป็นตัวชี้วัดหลัก โดยได้กำหนดแนวทางในการรักษาผู้ป่วยแบบเร่งด่วน (Fast track) ไว้ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...