พิษร้ายแรง! เตือนเล่นน้ำทะเล แมงกะพรุนหัวขวด ระบาดภาคใต้ตอนล่าง
พิษร้ายแรง! เตือนเล่นน้ำทะเล แมงกะพรุนหัวขวด ระบาดภาคใต้ตอนล่าง มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ปวดแสบปวดร้อน แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น
วันที่ 21 ก.ค. 2566 สำนักงานป้องกันควบคุมโรค(สคร.) ที่ 12 จ.สงขลา ออกประกาศแจ้งเตือนว่าในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ขอเตือนประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างที่ลงเล่นน้ำทะเลระมัดระวังแมงกะพรุนหัวขวด เนื่องจากพิษของแมงกะพรุนหัวขวด มีผลต่อระบบประสาท หัวใจ และผิวหนัง ส่วนใหญ่ผู้ที่สัมผัสพิษจะมีอาการคัน และปวดแสบปวดร้อน
การแสดงอาการของพิษในผู้ป่วยแต่ละบุคคลความรุนแรงจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย ความต้านทาน และปริมาณพิษที่ได้รับ ห้ามขัดถูหรือขยี้ในบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุน เพราะจะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้นจากการกระจายของพิษแมงกะพรุน
สำหรับแมงกะพรุนหัวขวด มีลักษณะส่วนบนลอยโผล่พ้นน้ำคล้ายลูกโป่งรูปร่างรี ยาว คล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกส มีหนวดยาวสีฟ้าหรือสีม่วง มีเข็มพิษ ที่ใช้ป้องกันตัวและจับเหยื่อ กระจายอยู่ทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหนวด
นพ.เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการ สคร.ที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่า สถานการณ์การบาดเจ็บจากแมงกะพรุน ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 18 ก.ค. 2566 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุน 2 ราย อายุ 7 ปี และ 19 ปี เมื่อเดือน มี.ค. 2566 ตำแหน่งที่สัมผัสพิษแมงกะพรุนส่วนใหญ่ คือบริเวณมือเนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บลงไปเล่นน้ำทะเลบริเวณชายหาดสมิหลาและชายหาดชลาทัศน์
ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำบุตรหลาน ไม่ควรลงเล่นน้ำหากพบป้ายแจ้งเตือนระวังแมงกะพรุน หากลงเล่นน้ำทะเล ขอให้สวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวแนบตัว
หากได้รับบาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุน ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุนอย่างน้อย 30 วินาที และให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามใช้น้ำแข็ง น้ำเปล่า เหล้า โซดา ไปเทราดเป็นอันขาด เนื่องจากจะกระตุ้นพิษให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงห้ามถูหรือขยี้ เพราะจะทำให้พิษยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น
“ที่สำคัญให้เลี่ยงการใช้เทคนิคพันรัดแน่นด้วยผ้ายืด และอย่าเก็บแมงกะพรุนที่ตายแล้วด้วยมือเปล่าหรือนำมาเล่น เพราะต่อมพิษยังสามารถปล่อยพิษได้” นพ.เฉลิมพล กล่าว