โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัย Reuters ชี้คนไทย เสพข่าวจาก Tiktok มากที่สุดในโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มิ.ย. 2566 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2566 เวลา 04.14 น.

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Tiktok เป็นที่นิยม และมีผู้ใช้มากถึง 35.8 ล้านคน หรือเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทยก็สูงถึง 50%

ล่าสุด รอยเตอร์ส (Reuters) รายงานผลการวิจัย Digital News Report 2023 ระบุ เทรนด์รับข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนไป จากเดิมรับข้อมูลจากสำนักข่าวมืออาชีพโดยตรงจากเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น เปลี่ยนมารับข่าวจากสื่อโซเชียลมีเดีย

โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Tiktok ที่พบว่าผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-24% หันมาบริโภคข่าวผ่านแพลตฟอร์มนี้มาถึง 20%

ปัจจัยหลักที่หนุนการบริโภคของคนทั่วโลกเสพข่าวจากโซเชียลมีเดียมากขึ้น มาจากอัลกอริทึมที่แนะนำข่าวสารให้เลือกอ่านตามความสนใจ และความชอบของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลยังพบอีกว่า ประเทศที่รับข่าวสารจาก Tiktok มากที่สุดคือคนไทย โดย 30% ของผู้ใช้งานในไทย ใช้ Tiktok เพื่อเสพข่าวโดยเฉพาะ

สัดส่วนดังกล่าวใกล้เคียงกับประเทศเคนย่า และเปรู ที่อยู่ในระดับ 29% และ 30% ตามลำดับ

เจาะลึกประเทศในแถบเอเชียก็มีการเสพข่าวจาก Tiktok สูงเช่นกัน แต่ไม่เท่าประเทศไทย เช่น

  • ฟิลิปปินส์ 21%
  • มาเลเซีย 24%
  • อินโดนีเซีย 22%

ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่มีการบริโภคข่าว ผ่านทาง TikTok น้อยที่สุด ได้แก่

  • เดนมาร์ก สัดส่วน 2%
  • ญี่ปุ่น สัดส่วน 3%
  • เยอรมนี สัดส่วน 3%

สาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยชอบรับข่าวสารจาก Tiktok มากที่สุดในโลกมาจากอินไซด์การชอบดูข่าวจากคลิปวีดิโอ ทว่าผลวิจัยดังกล่าวขัดแย้งกับสถิติการอ่านของคนไทย ที่รอยเตอร์สพบว่า คนไทยใช้เวลาไปกับการอ่านค่อนข้างมาก

ขณะเดียวกันยังวิเคราะห์ด้วยว่าสาเหตุที่ประเทศแถบเอเชียรับข่าวจาก Tiktok มาก มาจากจำนวนประชากรที่มีอายุน้อย ค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตไม่สูง และเสรีภาพการแสดงออกบนโลกออนไลน์ นำไปสู่การสร้างสรรค์รายการที่มีความอิสระมากกว่า

ที่มา

https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/digital-news-report/2023/dnr-executive-summary

https://www.reuters.com/business/media-telecom/fewer-people-trust-traditional-media-more-turn-tiktok-news-report-says-2023-06-13/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...