โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ถั่วเน่าและเต้าเจี้ยว แหล่งโปรตีนชั้นดีที่ทำจากถั่วเหลืองหมัก แต่ไม่เหมือนกัน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 07.49 น.
เต้าเจี้ยว 3 แบบ (ภาพจาก : กฤช เหลือลมัย)

ถั่วเน่าและเต้าเจี้ยว เป็นอาหารที่มีแหล่งโปรตีนสูง ทั้งสองทำจากถั่วเหลืองและใช้กรรมวิธีการหมักเหมือนกัน แต่เมื่อดูจากผลลัพธ์ จะเห็นว่ามีความต่างกัน ทั้งในแง่กลิ่น สี และรสชาติ

ถั่วเน่าจะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แรง ไม่เหมือนเต้าเจี้ยว ส่วนรสชาติและสีที่ได้จากการหมักในตอนแรกนั้นอาจมีความเหมือน แต่เมื่อนำมาแปรรูปแล้วจะเห็นแตกต่างอย่างชัดเจน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ถั่วเน่าเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวภาคเหนือตอนบน ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารของกลุ่มคนไทใหญ่ เป็นภูมิปัญญาด้านอาหารที่มีมาอย่างช้านาน ทำจากถั่วเหลืองด้วยวิธีการหมัก มีรสชาติเค็ม คล้าย ๆ กับกะปิของคนภาคกลาง และมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แรง ถั่วเน่าจัดว่าเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ ส่วนมากมักนำมาห่อใบตอง เสร็จแล้วนำมานึ่งหรือปิ้งให้พอสุก

ถั่วเน่าแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ถั่วเน่าที่เกิดจากการหมัก คงสภาพเป็นเมล็ด สีนวลคล้ายกับเต้าเจี้ยวแต่ไม่มีน้ำ เรียกถั่วเน่าซาถั่วเน่าซาที่นำไปตำละเอียด ปรุงรส นึ่งสุก เรียกถั่วเน่าเมอะและถั่วเน่าซาที่นำไปแผ่ให้เป็นแผ่นกลม บาง พอดีคำ นำไปตากแห้ง สีจึงเข้มกว่าถั่วปกติ เรียกถั่วเน่าแข็บ

ชาวภาคเหนือนิยมมีอาหารชนิดนี้ติดไว้ในครัว นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารประเภทซุป หรือแปรรูปทำกับอาหารพื้นเมืองได้หลายอย่าง เช่น ทำเป็นน้ำพริกสำหรับขนมจีนน้ำเงี้ยว น้ำพริกอ่อง แกงต่าง ๆ รวมถึงนำมาทำเป็นแอ๊บถั่วเน่า

ถึงจะได้ชื่อว่าถั่วเน่า แท้จริงแล้วไม่ได้เน่าอย่างที่คิด!

กลิ่นที่ทุกคนได้จากถั่วเน่านั้นไม่ใช่กลิ่นของเสีย แต่เป็นกลิ่นของถั่วที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปเพื่อการถนอมอาหาร ด้วยกรรมวิธีการหมัก โดยใช้แบคทีเรียที่ปลอดภัยอย่างบาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ที่มีอยู่ในธรรมชาติ จนได้รสชาติ กลิ่น และสีที่เป็นเอกลักษณ์

ด้านอาหารที่อยู่คู่ครัวชาวภาคกลางมาอย่างช้านานอย่างเต้าเจี้ยวก็ได้จากการหมักถั่วเหลือง โดยรับอิทธิพลมาจากการปรุงอาหารของจีน เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง มีรสชาติความเค็มกลมกล่อมอูมามิ จึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นหลนเต้าเจี้ยว ผัดผักบุ้ง หรือราดหน้า

เต้าเจี้ยวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ เต้าเจี้ยวแบบเม็ดและเต้าเจี้ยวแบบบดเป็นการแปรรูปถั่วเหลืองเพื่อการถนอมอาหาร ที่จัดอยู่ในกลุ่มอาหารหมักเกลือ โดยใช้เชื้อราแอสเพอร์จิลลัส ออไรซี (Aspergillus oryzae)

ตัวเชื้อราที่ใช้ในการทำเต้าเจี้ยวนั้น เป็นเชื้อราที่บริสุทธิ์ คุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้การหมักเกิดประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยย่นระยะเวลา รวมถึงป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรียจำพวกบาซิลัส ซีเรียส (Bacillus cereus) ที่เป็นโทษต่อร่างกายอีกด้วย

นอกจากนี้ สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างถั่วเน่าและเต้าเจี้ยว คือ กระบวนการผลิต เนื่องจากถั่วเน่าใช้แบคทีเรียเป็นตัวหลัก แต่เต้าเจี้ยวนั้นใช้เชื้อรา อีกทั้งระหว่างการหมัก ถั่วเน่าไม่เติมเกลือ จึงทำให้ใช้เวลาในการหมักน้อยกว่าเต้าเจี้ยวมาก

ด้วยกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันทำให้เกิดรสชาติ กลิ่น สี ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อีกทั้งปริมาณถั่วที่อยู่ในเต้าเจี้ยวก็มีมากกว่าถั่วเน่าอยู่มาก ดังนั้น หากต้องการประกอบอาหารเหนือ แต่ใส่เต้าเจี้ยวลงไปแทนถั่วเน่านั้น ก็อาจทำให้รสชาติและกลิ่นของอาหารผิดเพี้ยนไปได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

อารี ชูวิสิฐกุล., ปิติ กาลธิยานันท์. (2550). ถั่วเน่า…อาหารพื้นเมือง ภูมิปัญญาของคนเมืองเหนือ. วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ, 55 (173), 33-34. [ออนไลน์]

https://www.matichonweekly.com/column/article_87478

https://krua.co/food_story/tuanao

http://flavorseasoning.com/knowledge-detail.php?id=3531

https://www.stou.ac.th/study/sumrit/3-58(500)/page5-3-58(500).html

ถั่วเน่า vs. เต้าเจี้ยว ความเหมือนและแตกต่าง[ออนไลน์]

https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2553/2992/8/241426_ch1.pdf

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถั่วเน่าและเต้าเจี้ยว แหล่งโปรตีนชั้นดีที่ทำจากถั่วเหลืองหมัก แต่ไม่เหมือนกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...