โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SGC เดินหน้าขับเคลื่อนแผนธุรกิจปี 68 ชูธุรกิจ Locked Phone ทะยานโต

Wealthy Thai

อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 09.33 น.

บมจ. เอสจี แคปปิตอล (SGC) เร่งเครื่องธุรกิจสินเชื่อมือถือ “Lock Phone” ภายใต้โครงการ SG Finance+เผยปัจจุบันยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 5,000 ล้านบาทภายใต้ NPL ในระดับต่ำ โดย SGC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มีประกันชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย [7.00% - 7.25%]ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 6-8พ.ค.นี้ หนุนธุรกิจแข็งแกร่งต่อเนื่อง
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชรกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC กล่าวว่า SGC พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน อายุ 2ปี อัตราดอกเบี้ย [7.00% - 7.25%]ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3เดือน โดยคาดว่าจะเปิดเสนอขาย ระหว่างวันที่ 6 - 8พฤษภาคม พ.ศ. 2568 และออกหุ้นกู้ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ผ่าน 8สถาบันการเงินชั้นนำ โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “BB+” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19มีนาคม 2568
การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ โดดเด่นด้วยหลักประกันคุณภาพสูง โดยมีหลักประกันเป็นสิทธิเรียกร้องที่บริษัทมีอยู่กับลูกหนี้สินเชื่อ stage 1แบบไม่ระบุชื่อรายบุคคล ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2.0เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขายได้ ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน พร้อมสะท้อนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทอย่างรอบคอบ โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการขยายพอร์ตสินเชื่อ
อย่างไรก็ดี SGC สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง โดยรายงานผลการดำเนินงานปี 2567 มีกำไร 162.68 ล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์ปล่อยสินเชื่อให้เข้มงวดมากขึ้น ควบคู่กับการติดตามหนี้เชิงรุก ทำให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมด้วยการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Locked Phone) และการควบคุมต้นทุนทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง และมีรายได้รวมจำนวน 1,954.8 ล้านบาท ลดลง 214.7 ล้านบาท หรือ 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวน 544.6 ล้านบาท หรือ 76.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะเดียวกันบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรถทำเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 32.9 ล้านบาท หรือ 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชรกล่าวอีกว่า ในปี 2568 SGC พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ Locked Phone ภายใต้โครงการ SG Finance+ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในปีนี้มีการขยายตัวโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อ Locked Phone ฉลองยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ (New Loan) ตั้งแต่เริ่มทำโครงการถึงปัจจุบัน ทำยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทะลุ 5,000 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เป้าหมายยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ของปี 2568 ยังคงเป้าอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์มือถือชั้นนำ 6 แบรนด์ ได้แก่ OPPO, VIVO, XIAOMI, Realme, Infinix และล่าสุดคว้าแบรนด์ HONOR เสริมทัพ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันกว่า 62% พร้อมเครือข่ายดีลเลอร์ร้านค้ากว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ
โดยในปี 2567 บริษัทเริ่มปล่อยสินเชื่อใหม่ (New Loan) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน และสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้สูงถึง 3,246 ล้านบาท หรือคิดเป็น 63% ของเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อในปี 2568 ที่ 8,000 ล้านบาท เติบโต 150% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยธุรกิจ Locked Phone มีรายได้จากค่าบริการแพลตฟอร์ม 300 บาทต่อครั้ง และยังได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด (Marketing Support) จากค่ายโทรศัพท์มือถือชั้นนำด้วย ซึ่งบริษัทคาดว่าในปี 2568 รายได้จากธุรกิจนี้จะเติบโตเป็น 2 เท่าของปี 2567
นอกจากนี้ บริษัทมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ SG Shield ซึ่งเป็นประกันสำหรับคุ้มครองจอโทรศัทพ์มือถือจากอุบัติเหตุ โดย Bundle ควบคู่กับสินเชื่อ Locked Phone เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมในปี 2568โดยมีเป้าหมายการขยายร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจาก 5,950 ร้านค้า เป็น 7,000 ร้านค้า เป้าหมายหลักของการเติบโตของ SG Capital ในปีนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การขยายเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของ SG Finance+ หรือธุรกิจ Locked Phone ให้มีสัดส่วนอยู่ที่ 40 - 50% พร้อมทั้งปรับลดสัดส่วนของพอร์ต Car For Cash ลงเหลือสัดส่วนน้อยกว่า 40 - 50% จากเดิมที่อยู่ที่ 63% ในปี 2567
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นกู้ สามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤษภาคม 2568 ผ่านสถาบันการเงินทั้ง 8แห่ง ดังต่อไปนี้

  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004

  • บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร. 02-249-2999

  • บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-351-1800 กด 1

  • บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-205-7000ต่อ 7387

  • บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด โทร. 02-687-7543

  • บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050

  • บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-820-0100

  • บริษัท หลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-660-6688

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th
หมายเหตุ: การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...