โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกมแล้ว “จ่าแจ๊ค ตร.พญาไท” แก๊งอุ้มรีดนักธุรกิจจีน หนีมาเกือบปี ซุกตัวเงียบที่ปราณบุรี

Khaosod

อัพเดต 15 เม.ย. 2568 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2568 เวลา 08.37 น.
เกมแล้ว “จ่าแจ๊ค ตร.พญาไท” แก๊งอุ้มรีดนักธุรกิจจีน หนีมาเกือบปี ซุกตัวเงียบที่ปราณบุรี

รวบ “จ่าแจ๊ค ตร.พญาไท” แก๊งอุ้มรีดนักธุรกิจจีน หนีมาเกือบปี ซุกตัวเงียบที่ปราณบุรี ควบคุมตัวโดยไม่ขัดขืน สารภาพเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 15 เม.ย.2568พ.ต.ท.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกับ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษพร้อมเกราะกันกระสุน เข้าจับกุม จ.ส.ต.วีรยุทธ (สงวนนามสกุล) หรือ “จ่าแจ๊ค” อายุ 34 ปี ผบ.หมู่ จราจร สน.พญาไท ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.57/2567 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2567 ข้อหาที่ถูกแจ้งประกอบด้วย ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานโดยมิชอบ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นโดยมิชอบ

การจับกุมเกิดขึ้นภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จ่าแจ๊คหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เมื่อไปถึงพบว่าประตูบ้านล็อกแน่น เจ้าหน้าที่จึงประสานช่างกุญแจไขประตูเข้าไป พบผู้ต้องหาแอบอยู่ในห้องโถงกลางของบ้าน ก่อนเข้าควบคุมตัวโดยไม่ขัดขืน และรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีต่อไป

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2567 เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนแจ้งความต่อ สน.ดินแดง ว่าถูกกลุ่มชายอ้างตัวเป็นตำรวจ บุกเข้าห้องพักในโรงแรมย่านซอยประชาสงเคราะห์ 2 และบังคับพาตัวออกไป ก่อนเรียกค่าไถ่เป็นสกุลเงินดิจิทัลมูลค่า 4 ล้านบาท ผู้เสียหายต่อรองเหลือ 3 ล้านบาท และโอนเงินจำนวน 65,000 USDT (ประมาณ 2.5 ล้านบาท) ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ ก่อนจะถูกปล่อยตัว

ต่อมา วันที่ 3 พ.ค. 2567พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. (ในขณะนั้น) มอบหมาย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ให้เร่งคลี่คลายคดี โดยตรวจสอบภาพวงจรปิดจากโรงแรมและเส้นทางโดยรอบ พบว่าผู้ก่อเหตุรวม 3 ราย อ้างตัวเป็นตำรวจ พร้อมแสดงบัตร ก่อนพาผู้เสียหายทั้งหมดลงมาจากชั้น 14 และใช้รถ 4 คันพาตัวออกไปจากโรงแรม

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 3 รายแรก ได้แก่นายอรรถวุฒิ (สงวนนามสกุล) หรือ “บอส” หรือ “ดาบวุฒิ” อดีตตำรวจสน.คันนายาว นายธีรชัย (สงวนนามสกุล)
และ นายนภสินธุ์ (สงวนนามสกุล)

ดาบวุฒิ ถูกจับได้ในบ้านพักย่านคู้บอน 33 เขตคันนายาว ซึ่งให้การยอมรับว่าร่วมก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีบุคคลอื่นสั่งการอีกทอดหนึ่ง

วันที่ 1 พ.ค. 2567 ผู้เสียหายชาวจีนได้เดินทางมาชี้จุดเกิดเหตุ ตั้งแต่โรงแรมจนถึงสนามยิงปืน บช.ศ. หลังจากนั้นตำรวจได้ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 ราย โดยเฉพาะอดีต ด.ต.ดาบวุฒิ ผู้ที่ลาออกจากราชการเมื่อต้นปี 2566 และเคยถูกจับในคดีพยายามลักทรัพย์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณาคดี

คดีนี้พบว่ามีผู้ต้องหารวม 11 คน เป็นตำรวจที่ยังรับราชการใน บช.น. 2 ราย ได้แก่ ส.ต.อ.ภูวเดช (สงวนนามสกุล)จากศูนย์วิทยุ 191 (ถูกจับกุมแล้ว) จ.ส.ต.วีรยุทธ หรือจ่าแจ๊ค (ผู้ต้องหาที่เพิ่งถูกจับได้)

นอกจากนี้ วันที่ 5 พ.ค. 2567 เจ้าหน้าที่จับกุมน.ส.จารุเนรต (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี หญิงชาวลาว ซึ่งเป็น “นางนกต่อ” ทำทีว่าเป็นผู้ถูกจับไปด้วยเพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อสนิทใจ โดยขึ้นรถคันเดียวกับที่ ส.ต.อ.ภูวเดช ขับ เมื่อได้เงินแล้ว จ่าแจ๊คสั่งให้เธอไปรอที่โรงแรมในซอยวิภาวดี 60 เธอได้รับเงินค่าจ้าง 350,000 บาท และโอนต่อให้นายนภสินธุ์อีก 40,000 บาท

น.ส.จารุเนตรให้การว่าเป็น “ลูกน้องของจ่าแจ๊ค” และมีหน้าที่เตรียมอุปกรณ์ รวมถึงประสานงานกับกลุ่มผู้เสียหาย ก่อนแจ้งให้จ่าแจ๊ครับรู้แผนการทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่าคดีนี้มีผู้ร่วมกระทำผิดอย่างน้อย 10 ราย ขณะนี้ออกหมายจับแล้ว 7 ราย จับกุมได้แล้ว 5 ราย โดยผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ที่เป็นตำรวจมีเพียง 3 คนเท่านั้น ซึ่ง 1 ในนั้นคือจ่าแจ๊ค ที่เพิ่งถูกจับกุมตัวได้สำเร็จ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกมแล้ว “จ่าแจ๊ค ตร.พญาไท” แก๊งอุ้มรีดนักธุรกิจจีน หนีมาเกือบปี ซุกตัวเงียบที่ปราณบุรี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...