โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูดวง

“มนสาเทวี” เทวีงูของชาวฮินดู

Ticy City

เผยแพร่ 09 ก.พ. 2568 เวลา 08.59 น.

ลัทธิบูชางู

เนื่องจากสังคมสมัยโบราณเป็นสังคมเกษตรกรรม แน่นอนว่าการทำมาหากินของผู้คนย่อมพึ่งพิงธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยเกื้อหนุนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งการทำมาหากินนั้น Nai Mu บอกได้เลยว่าย่อมมีสิทธิ์เจอ “งู” อสรพิษที่เลื้อยบนผืนดินและคร่าชีวิตคนในชุมชน

ดังนั้นการสร้าง “ลัทธิบูชางู” จึงเป็นเรื่องที่มีสืบเนื่องมาแต่โบราณเช่นกัน ไหนๆ ก็ปีงู Nai Mu กรูรูสายมูผู้มีเรื่องเล่ามากมายในส่วนของ God’s City จากเว็บไซต์และเพจ Ticy City จึงขอพาสายมูพร้อมคนรักงูทั้งหลายไปฟังเรื่องเล่าลัทธิบูชางู บูชาเทวีท้องถิ่นองค์หนึ่ง ซึ่งฝ่ายจีนก็มีเทพ-เทวีบรรพกาล ที่มีท่อนล่างเป็นงูซึ่งมาสอนให้มนุษย์รู้จักดำรงชีวิต แต่ที่ Nai Mu จะพาไปทำความรู้จักเทวีท้องถิ่นองค์นั้น คือ “มนสาเทวี” เทวีงูของชาวฮินดู

มนสาเทวี
มนสาเทวี
มนสาเทวี

การบูชา “งู” ของคนอินเดียเกิดขึ้นก่อนที่ชาวอารยันจะเข้ามามีบทบาทในศาสนาในอินเดีย เทวีพระองค์นี้มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น “มนสา (อ่านว่า มานะสา) , มาริษาเทวี และ “ปัทมา” หมายถึง ดอกบัวคืออาสน์ (ที่รองนั่ง) ของพระองค์ ในแคว้นเบงกอล รัฐมหาราษฎระ และทางภาคใต้ของอินเดีย รวมถึงชาวเนปาล นับถือมนสาเทวีมาก

โดยในเทศกาล “นาคปัญจามี” จะนิยมบูชาพระนาง ด้วยการอัญเชิญต้นมนสา หรือที่คนไทยเรียก “ต้นส้มเช้า” มีลักษณะคล้ายต้นกระบองเพชร ต้นไม้สำคัญประจำตัวของพระนางเพื่อมาบูชา หรือปลูกไว้ที่ลานบ้าน

“นาคปัญจามี” ตรงวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนศารวัน หรือเดือน 9 ของปฏิทินฮินดู ซึ่งอยู่ในราวเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งมีข้อห้ามหลายอย่างในวันนี้ เช่น ห้ามไถนา ตัดหญ้า พรวนดิน อย่างเด็ดขาด ! เพราะอาจจะไปกระทบกระเทือนต่อครอบครัวของ “คุณๆ” ทั้งหลาย

นอกจากนี้ ยังมีพิธีให้ “นมสด” แก่งู เนื่องจากมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า หญิงท้องแก่นางหนึ่ง ชอบเลี้ยงงูด้วยอาหารและนมสดเป็นประจำ ทำให้มนสาเทวีโปรดปรานมาก โดยเทศกาล “นาคปัญจามี” นอกจากบูชางูแล้ว ยังถึงเหล่านาคต่างๆ เช่น อนันตะ , วาสุกี , ตาสัก , การ์โกตกา และพินคาลา ก็ได้รับการบูชาอีกด้วย

“มนสาเทวี” คือ ลูกสาวบุญธรรม บางแห่งว่า ลูกเมียน้อยของพระศิวะ บ้างว่า เป็นลูกของพระแม่คงคา ลูกเมียน้อยผู้นี้จึงไม่กินเส้นกับแม่ใหญ่อย่างพระนางปารวตี นางจึงลงมาอยู่ในโลกมนุษย์ พร้อมกับ “เนตาเทวี” ลูกสาวอีกคนหนึ่งของพระศิวะ นางต้องการให้คนบูชานางเฉกเช่นเดียวกับมหาเทพและมหาเทวี

เศรษฐีจานท์ สัทากร ยืนหนึ่งของการนับถือในตัวพระศิวะมหาเทพมาตลอด ไม่คิดเปลี่ยนใจ พร่ำภาวนาแต่ “โอม นมัส ศิวาย” ไม่คิดปันใจหรือเฉไฉไปยึดมั่นใครหรือองค์ไหนเป็นสรณะ!

นางมนสาเทวีจึงต้องการเอาชนะ โดยหวังให้เศรษฐีจานท์หันมานับถือนาง เพียรทำสารพัดวิธี ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเศรษฐีจานท์ได้ ซึ่งเมื่อบอกแล้วยังไม่ยอมรับ นางจึงให้งูมาทำลายอุทยานอันงดงามให้ย่อยยับลงกับตา ! เศรษฐีจานท์แก้เกมด้วยการเรียกเพื่อนชื่อ “ศังกร” มาร่ายเวทย์คืนชีวิตให้สวนดอกไม้งดงามเหมือนเดิม ทำให้มนสาเทวีมีบัญชาให้งูไปกัดศังกรจนตาย หมดสิทธิ์ร่ายเวทย์อีกต่อไป สวนดอกไม้ก็พังพินาศสิ้น และจากนั้นก็เริ่มเด็ดชีวิตลูกของเศรษฐีจานท์ทีละคน จนตายหมดทั้ง 6 คน ซึ่งทุกครั้งก่อนที่จะลงมือ นางจะกระซิบเตือนข้างหูเศรษฐีจานท์ว่า “จงมานับถือและสักการะข้า” !

เมื่อถึงคราวที่เศรษฐีจานท์ไปล่องเรือค้าขาย นำเงินกำไรและสินค้ากลับมาเป็นอันมาก นางมนสาเทวีก็ร่ายเวทย์ให้คลื่นลมในท้องทะลปั่นป่วน พระนางปารวตีเห็นเหตุการณ์ จึงมาช่วยเหลือเศรษฐีจานท์ นางมนสาเทวีจึงไปทูลต่อพระศิวะผู้เป็นบิดา พระศิวะจึงต้องเรียกพระนางปารวตีกลับ ! คลื่นลมแรงทำให้เรือล่ม สินค้าและของมีค่าจมหายในทะเล สิ้นเนื้อประดาตัว มนสาเทวีจึงพาเศรษฐีจานท์ขึ้นฝั่ง แต่เขาก็ยังไม่ยอมคลายศรัทธาจากพระศิวะ !

รูปนี้คือ “นาคกัลยา” คนละองค์กับมนสาเทวี

เวลาต่อมา นางมนสาเทวีจึงวางแผนใหม่ ขอให้นางฟ้าเพื่อนของนาง 2 องค์มาช่วยเหลือ คนหนึ่งให้ไปเกิดเป็นลูกชายของเศรษฐีจานท์ชื่อ “ลักษมินทร” อีกคนให้เกิดเป็นลูกสาวพ่อค้าเพื่อนเศรษฐีจานท์ชื่อ “เพลุลา” ลิขิตให้ทั้งคู่ได้ครองคู่กัน

หมอดูทายทักว่า ลูกชายเศรษฐีจานท์จะตายในวันแต่งงาน ! ซึ่งก็เป็นจริงดังนั้น เพลุลา ตัดสินใจนั่งเฝ้าศพสามีบนแพที่ล่องไปในแม่น้ำ … นางคิดว่าบางทีถ้าโชคเข้าข้างนาง คงจะพบคนมีวิชาช่วยชุบชีวิตสามี นางมนสาเทวีร่ายมนตร์ให้ร่างของลักษมินทรไม่เน่าเปื่อย นางเพลุลาใช้ชีวิตบนแพนานถึง 6 เดือน จนวันหนึ่งแพล่องมาถึงบ้านของเนตาเทวี นางเพลุลาเห็นเด็กๆ ที่เล่นซุกซนขณะที่เนตาเทวีกำลังซักผ้าอยู่ริมน้ำ ซนกันนัก นางตบเปรี้ยง ! เด็กก็ล้มนอนแน่นิ่งหมดสติไป จนนางซักผ้าเสร็จ จึงพรมน้ำร่ายเวทย์ เด็กทั้งหลายก็ฟื้นมีชีวิตปกติเหมือนเดิม

นางเพลุลาเห็นดังนั้น จึงถ่อแพเข้าฝั่ง อ้อนวอนให้นางเนตาเทวีช่วยเหลือ นางจึงพาเพลุลาขึ้นไปเอาน้ำทิพย์บนสวรรค์ ! นางว่า “ลักษมินทรจะฟื้นได้เมื่อเศรษฐีจานท์ยอมถวายการบูชาแก่นางมนสาเทวี” การพรมน้ำทิพย์ นอกจากลักษมินทรจะฟื้นแล้ว ทุกสิ่งที่เศรษฐีจานท์สูญเสียไป จะได้คืนกลับมาดังเดิมอีกด้วย!

ในที่สุด เศรษฐีจานท์ก็ยอมจำนน ถวายบูชานางมนสาเทวีแบบไม่เต็มใจด้วยการใช้มือซ้าย และหันหน้าไปอีกทางอย่างไม่เต็มใจ แค่นี้นางก็พอใจแล้ว จึงประสาทพรให้สมบัติทุกอย่างของเศรษฐีจานท์กลับคืนดังเดิม ไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้, ศังกร เพื่อนรัก, ลูกทั้ง 6 คน ทรัพย์สินทั้งหลาย และ ลักษมินทร

Nai Mu ลืมบอกไปว่า นางมนสาเทวีเป็นเทวีที่สวยงดงาม มีดวงตาที่สามที่หน้าผาก มีเป็ดสีขาวเป็นพาหนะ มือชูงูเป็นบริวาร และประทับดอกบัว …

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว Nai Mu ขอเล่าถึงตำนานเทพ-เทวีบรรพกาลฝ่ายจีน ซึ่งมีท่อนล่างเป็นงูที่ได้กล่าวถึงในช่วงต้นพอสังเขปสักนิด นั่นคือ เทพมารดา “เจ้าแม่หนี่วา” เทพปกรณัมของจีนคู่กับเทพบิดา กษัตริย์“ฝูซี”

เจ้าแม่หนี่วา เทพมารดากับก้อนศิลา (ศาลเจ้าหนึงออกวนอิม วัดชนะสงคราม)

“เจ้าแม่หนี่วา” สร้างมนุษย์จากดินเหนียว

ใครที่เคยดูซีรีส์ “ปาฏิหาริย์รักร้อยปี” ของช่องวัน31 น่าจะคุ้นเคยกับเจ้าแม่หนี่วาองค์นี้มาบ้าง เทพมารดา “เจ้าแม่หนี่วา” คือเทพปกรณัมของจีนคู่กับเทพบิดา กษัตริย์“ฝูซี” ทั้งคู่คือ เทพ-เทวีผู้ให้กำเนิดสรรพสิ่งในยุคสร้างโลก ทั้งคู่ท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่านล่างเป็นงู ฝ่ายชายคือกษัตริย์ที่สอนให้ชาวบ้านรู้จักการทำเกษตร เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ล่าสัตว์ หาปลา และทำครัว

จากซีรีส์ “ปาฏิหาริย์รักร้อยปี”
เจ้าแม่หนี่วา เทพมารดาผู้สร้างมนุษย์

ส่วนเจ้าแม่หนี่วา ได้ปั้นมนุษย์จากดินเหนียว และใช้ด้ายสะบัดดินโคลนให้เกิดเป็นมนุษย์เพื่อให้เป็นเพื่อนคลายความเหงาในช่วงที่กษัตริย์ฝูซีไปทำธุระแดนไกล ครั้งที่ท้องฟ้าเกิดรอยรั่ว เหล่าปีศาจออกอาละวาด เจ้าแม่นำหิน 5 สีมาหลอมสลายถึง 49 วันเพื่ออุดรอยรั่ว เพื่อช่วยมวลมนุษย์ให้พ้นภัย!

เจ้าแม่หนี่วา เทพมารดาผู้สร้างมนุษย์

เมื่อกษัตริย์ฝูซีสวรรคตลง เจ้าแม่หนี่วาได้สืบตำแหน่งพระมหากษัตริย์แทน นับเป็นฮ่องเต้หญิงในเทพปกรณัมของจีน เจ้าแม่องค์นี้ มีพระเมตตา และคุ้มครองสตรี และเป็นเทพแห่งความรักและสมหวังอีกด้วย และนี่เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ Nai Mu ตัด-สรุปมาเล่าคร่าวๆ เท่านั้นเอง

ส่วนใครหรือสายมูท่านใดที่ต้องการบูชา “เจ้าแม่หนี่วา” เชิญได้ที่ ศาลเจ้านาจาซาไทจื้อ อ่างศิลา และ ที่ หนึงออกวนอิม วัดชนะสงคราม บางลำพู

เรื่อง : โดย Nai Mu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...