โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

"ไทรอยด์เป็นพิษ" อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่รีบรักษา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 12.26 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 09.55 น.

ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ช่วยผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ควบคุมกระบวนการเผาผลาญ กระตุ้นการเต้นของหัวใจ รักษาสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย และการหลั่งเหงื่อ หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายทุกระบบ ได้แก่

ผลกระทบจากโรคไทรอยด์

  • โรคต่อมไทรอยด์อักเสบ โรคคอพอก
  • อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ/มีความเสี่ยงภาวะหัวใจวาย
  • อาการภาวะสมองขาดเลือด/ทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิต

“ไทรอยด์เป็นพิษ” คืออะไร ?

โรคไทรอยด์เป็นพิษ หรือภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (Hyperthyroidism) ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากเกินไป ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสูงเกินความจำเป็น ทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานมากผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ผมร่วง นอนไม่หลับ และอารมณ์แปรปรวน

สาเหตุของไทรอยด์เป็นพิษ สาเหตุของโรคไทรอยด์เป็นพิษอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  • ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากผิดปกติ
  • ต่อมไทรอยด์อักเสบ ทำให้ฮอร์โมนที่สะสมไว้ถูกปล่อยออกมาทีละมาก ๆ
  • ได้รับฮอร์โมนไทรอยด์เกิน จากการใช้ยา หรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของไทรอยด์ฮอร์โมน
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาอะมิโอดาโรน
  • ภาวะแพ้ท้องอย่างรุนแรง หรือมีเนื้องอกในรังไข่ที่สามารถผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้
  • เนื้องอกของต่อมใต้สมอง ที่สร้างฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์มากเกินไป

อาการต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เช่น

  • ต่อมไทรอยด์ บริเวณลำคอ บวมหรือโตขึ้น
  • ง่วง ซึม เครียด นอนไม่หลับ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ผมร่วง
  • เหงื่อออกมาก รู้สึกหนาวตลอดเวลา อารมณ์แปรปรวน
  • หิวบ่อย กินมากขึ้น แต่น้ำหนักลด หรือตัวบวม น้ำหนักขึ้น
  • ถ่ายเหลวบ่อย ประจำเดือนมาผิดปกติ

การตรวจวินิจฉัยโรค

การตรวจต่อมไทรอยด์สามารถทำได้หลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับอาการและความสงสัยของแพทย์ว่ามีภาวะผิดปกติหรือไม่ โดยทั่วไปมีวิธีตรวจที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ดังนี้

1. การซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น

  • แพทย์จะสอบถามอาการ เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย ผมร่วง น้ำหนักเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ
  • ตรวจลำคอเพื่อหาก้อน หรืออาการบวมบริเวณต่อมไทรอยด์

2. การเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์

เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด ประกอบด้วย

  • TSH ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์
  • Free T3 และ Free T4 วัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในกระแสเลือด

ถ้า TSH ต่ำ แต่ T3 และ T4 สูง มักบ่งชี้ว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษ

3. การอัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์

  • ตรวจดูขนาด รูปร่าง และลักษณะของก้อนในต่อมไทรอยด์

4. การกลืนแร่รังสี (RAIU) หรือสแกนไทรอยด์ (Thyroid Scan)

  • ใช้เพื่อดูการดูดซึมของต่อมไทรอยด์ ว่าทำงานมากหรือน้อยเกินไป
  • ใช้ตรวจหาสาเหตุของภาวะไทรอยด์เป็นพิษ เช่น โรคเกรฟส์ หรือก้อนร้อน (Toxic Nodule)

การตรวจที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับอาการ และข้อสงสัยของแพทย์ หากคุณมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ไทรอยด์ ถ้าไม่รีบรักษาอันตรายแค่ไหน ?

หากปล่อยให้โรคไทรอยด์โดยเฉพาะภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) หรือไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ดำเนินไปโดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายและชีวิตได้ ดังนี้

  • ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • ผลต่อสมองและระบบประสาท
  • ผลต่อระบบเผาผลาญ
  • ผลต่อระบบฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์
  • เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาทิ วิกฤตไทรอยด์เป็นพิษ

แนวทางการรักษา “โรคไทรอยด์เป็นพิษ”

การรับประทานยาต้านฮอร์โมนไทรอยด์ (ยาต้านไทรอยด์) ช่วยออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ขึ้นมาใหม่ ช่วยให้อาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกายที่สูงเกินหายไป เช่น อาการใจสั่น เหนื่อย น้ำหนักลด

การกินไอโอดีน-131 หรือที่เรียกกันว่า การกลืนแร่รังสีไอโอดีน เป็นวิธีการรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่ได้ผลดี และได้รับการยอมรับทางการแพทย์

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกบางส่วนหรือการผ่าตัดออกทั้งหมด ทำให้ต่อมไทรอยด์ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้ แต่อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เสียงแหบ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นช่วยให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดเล็กลง ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาน้อยลง วิธีนี้ช่วยให้อาการต่าง ๆ หายไป

เทคโนโลยีการรักษาโรคไทรอยด์ “การผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องทางช่องปาก”
เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ทำได้ใกล้กับตำแหน่งของต่อมไทรอยด์มากที่สุด ทำให้มีความเสี่ยงน้อย เสียเลือดน้อย ลดการบาดเจ็บทั้งการที่เส้นประสาทถูกตัดขาดและเส้นประสาทช้ำหลังผ่าตัดได้ดี ใช้เวลาน้อย ผู้ป่วยฟื้นตัวไว สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

การตรวจคัดกรองความเสี่ยงไทรอยด์ จึงมีความสำคัญในการช่วยรักษาและดูแลผู้ป่วยในระยะยาว หากตรวจพบว่า “ไทรอยด์เป็นพิษ” ผู้ป่วยควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ เพื่อการรักษาอย่างเหมาะสม กับสภาวะของแต่ละบุคคล เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาแข็งแรง ปลอดภัย และมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

บทความโดย : แพทย์หญิงวลัยพร เลาหวินิจ เฉพาะทางอายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิซึม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไทรอยด์เป็นพิษ” อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่รีบรักษา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...