โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ฝ่าวิกฤติสงครามการค้าในยุค Trump 2.0 ด้วย Options

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 01.01 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 01.01 น. • The Bangkok Insight

ส่องวิธีการประยุกต์ใช้ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนในยุควิกฤติสงครามการค้า Trump 2.0

ในสภาวะที่การคาดการณ์ทิศทางตลาดทำได้ยากขึ้น Options จึงกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยง สร้างผลตอบแทน และวางแผนกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น บทความนี้จะนำเสนอวิธีการประยุกต์ใช้ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนในยุคสงครามการค้า พร้อมตัวอย่างกลยุทธ์ที่นักลงทุนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

สงครามการค้า

ภาวะตลาดหุ้นโลกช่วงมีนาคม-เมษายน 2568

ตลาดหุ้นโลกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2568 มีความปั่นป่วนเป็นอย่างมากจากประเด็นสงครามการค้า ที่นำโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เริ่มจากที่ประเมินว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โลก (โดยเฉพาะจีน) ได้ปฏิบัติกับสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรมในด้านการค้า โดยหลายประเทศได้มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก ทำให้สหรัฐอเมริกาถูกเอาเปรียบ จึงต้องมีการจัดระเบียบโลกใหม่

โดยทรัมป์ ได้เริ่มขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนก่อน 10% ในทุกสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นช่วงแรก ๆ หลังจากสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ซึ่งการขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนดังกล่าวเป็นการขึ้นเพิ่มจากที่ได้เคยขึ้นภาษีไปแล้วในยุค Trump 1.0 (ปี 2560 – 2564)

หลังจากนั้นตลอดเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2568 ก็มีการโต้ตอบขึ้นภาษีไปมาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน จนมาถึงวันช็อกโลกที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ประกาศภาษีตอบโต้ต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในวันที่ท่านเรียกว่าวันปลดแอก (Liberation Day) ซึ่งรวมถึงไทยที่โดนภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) สูงถึง 35% หรือแม้แต่หมู่เกาะเฮิร์ดและแมคโดนัลด์ (Heard and McDonald Islands) ซึ่งเป็นดินแดนของออสเตรเลียและไม่มีคนอาศัยอยู่ถาวร โดยเป็นที่อยู่อาศัยของเพนกวินและแมวน้ำ รวมถึงไม่มีการค้ากับสหรัฐอเมริกา ก็ยังถูกจัดเก็บภาษี 10% เช่นกัน

การประกาศนโยบายภาษีตอบโต้ดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง โดยเฉพาะดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ( DJIA) ปรับลดลง 4,579.73 จุด (8 เมษายน 2568) มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่แล้วในวันที่ 9 เมษายน 2568 ทรัมป์ก็ได้ประกาศช็อกโลกอีกครั้งด้วยการเลื่อนการเก็บภาษีตอบโต้สำหรับประเทศที่ไม่ได้โต้ตอบสหรัฐอเมริกา ออกไปก่อน 90 วัน ยกเว้นจีนเพราะเป็นประเทศเดียวในโลกที่กล้าตอบโต้อย่างซึ่งหน้า ให้ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นกลับมาประมาณครึ่งหนึ่งของที่ปรับลดลง

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความผันผวนรุนแรงต่อตลาดหุ้นโลก แม้แต่ตลาดหุ้นไทยก็ผันผวนสูงเช่นกัน หมายความว่า การซื้อขายหุ้นในช่วงเวลาที่ผันผวนสูงจะมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย และผลลัพธ์อาจทำให้การคาดการณ์และตัดสินใจผิดพลาด ดังนั้น ทางเลือกที่น่าสนใจ คือ การใช้เครื่องมือการเงินอย่าง Options เข้ามาช่วยเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน

โดนัลด์ ทรัมป์

ตัวอย่างการใช้ Options ในภาวะตลาดผันผวน

หากนักลงทุนลงทุนหุ้นไทยและไม่ต้องการขายออก เพราะประเมินว่าตลาดหุ้นจะเกิดความผันผวนจากปัจจัยลบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงซื้อ (Long) Put SET50 Index Options โดยเสียแค่ค่า Premium เพื่อประกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

วันที่ 2 เมษายน 2568 ตลาดหุ้นทั่วโลก (รวมตลาดหุ้นไทย) ปรับลดลงและผันผวนสูงจากการที่ทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ต่อทั่วโลก ดังนั้น หากซื้อ Put Options ไว้ นักลงทุนก็สามารถใช้สิทธิ Put Options เพื่อปิดสถานะทำกำไรในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงได้ เป็นการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนจากความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น คล้ายกับการซื้อประกัน

อีกกลยุทธ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันนิยม คือ การขาย (Short) Call Options พร้อมไปกับการลงทุนในหุ้น โดยนักลงทุนทั่วไปสามารถนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน กล่าวคือ เป็นการขายสิทธิในการซื้อดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงตามราคาที่กำหนดไว้ ทำให้ได้รับ Premium จากผู้ซื้อ Call Options เพื่อสร้างโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ดังกล่าวจะมีความเสี่ยงมากกว่าวิธีซื้อ Put Options เนื่องจากการซื้อ Put Options หากคาดการณ์ผิด นั่นคือ ตลาดหุ้นปรับขึ้นอย่างรวดเร็วและแรง นักลงทุนจะขาดทุนจำกัดแค่ค่า Premium ของ Put Options แต่หากเป็นการขาย Call Options อาจขาดทุนจาก Options ได้ไม่จำกัด แต่อาจได้กำไรจากพอร์ตหุ้นมาชดเชย ทำให้พอร์ตหุ้นโดยรวมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาหุ้นที่จำกัด

จากตัวอย่าง พบว่า Options เป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ หากนักลงทุนเลือกใช้ให้ถูกสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้บริหารความเสี่ยงและวางสถานะ (Position) ให้เหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนของตัวเอง อย่างไรก็ตาม หากเป็นการใช้ Options เก็งกำไรเพียงอย่างเดียว ต้องกำหนดจุด Stop Loss ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการขาย (Short) Options เพราะนักลงทุนอาจขาดทุนได้ไม่จำกัด

สงครามการค้า

ในยุคที่สงครามการค้าส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนรุนแรง Options เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังสำหรับนักลงทุนในการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน กลยุทธ์การซื้อ Put Options ช่วยประกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนด้วยการกำหนดขาดทุนสูงสุดเพียงค่า Premium ในขณะที่การขาย Call Options สร้างรายได้เพิ่มเติมจาก Premium

ข้อควรระวังเรื่องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การเลือกใช้ Options ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และพอร์ตการลงทุนของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ โดยนักลงทุนควรศึกษาและเรียนรู้การใช้ Options ในแต่ละสภาวะตลาด ทั้งในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน ตลาดแกว่งตัว หรือตลาดผันผวน เพื่อให้สามารถฝ่าวิกฤตสงครามการค้าและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...