โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคารถกำลังถูกลงอีก...เมื่อรถยนต์ล้นโลก!

Amarin TV

เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 06.25 น.
รถยนต์ล้นตลาดจริงหรือ? ทำไมราคารถถึงลด? SPOTLIGHT ชวนมาเจาะลึกกันว่าเกิดอะไรขึ้น ในอุตสาหกรรมรถยนต์กันแน่

ช่วงนี้ใครที่กำลังมองหารถใหม่ อาจสังเกตได้ว่าราคารถยนต์เริ่มปรับตัวลดลงในหลายประเทศ ซึ่งนั่นก็เป็นผลมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก "ทำไมราคารถถึงลด?" หรือ "รถยนต์ล้นตลาดจริงหรือ?" SPOTLIGHT ชวนมาเจาะลึกกันว่าเกิดอะไรขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์กันแน่

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคารถยนต์ลดลงมาจาก ภาวะอุปทานล้นตลาด นั่นก็คือมีการผลิตรถยนต์ออกมามากเกินกว่าความต้องการซื้อ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกได้เร่งผลิตเพื่อชดเชยการขาดแคลนชิ้นส่วนในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ใหม่ในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ความต้องการซื้อไม่ได้โตตามไปด้วย ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย

ยอดผลิตล้นเกินความต้องการ-ราคารถร่วงลง

ปี 2022 การผลิตรถยนต์ในโลกอยู่ที่ 85 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายหรือความต้องการซื้ออยู่ที่ 72 ล้านคัน ปี 2023 การผลิตรถยนต์ในโลกอยู่ที่ 94 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายหรือความต้องการซื้ออยู่ที่ 81 ล้านคัน และปี 2024 การผลิตรถยนต์ในโลกอยู่ที่ 95 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายหรือความต้องการซื้ออยู่ที่ 82 ล้านคัน

เมื่อดูจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานรถยนต์ในประเทศต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าหลายแห่งเริ่มผลิตเกินกำลังที่ตลาดต้องการ เช่นประเทศจีน ซึ่งมีอัตราการใช้กำลังผลิตลดลงจาก 77% ในปี 2019 เหลือ 72% ในปี 2024 หรือแม้แต่ญี่ปุ่นและเยอรมนีที่เป็นผู้ผลิตรถรายใหญ่ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดยกำลังการผลิตรถของญี่ปุ่นลดลงจาก 72% ในปี 2019 เหลือ 64% ในปี 2024 ขณะที่ค่ายรถเยอรมนีลดกำลังการผลิตลงจาก 84% ใน2019 เหลือเพียง 69% ในปี 2024 นี่สะท้อนว่ามีรถยนต์ผลิตออกมาเกินกว่าที่ขายได้จริง

ผลกระทบที่ตามมาคือ ราคาขายรถยนต์ต้องลดลงเพื่อล้างสต็อก จากข้อมูลพบว่าค่ายรถยนต์จีนปรับลดราคาในปี 2024 ลงถึง -12.4% เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งเป็นอัตราการลดที่สูงที่สุดในตลาดโลก ค่ายรถสหรัฐฯ ลดราคาลง -2.3% ค่ายรถญี่ปุ่น ลดราคาลง -1.6%ส่วนค่ายรถยุโรป และ เกาหลีใต้ มีการลดราคาที่ใกล้เคียงกัน อยู่ที่ -0.8%

เมื่อค่ายรถยอดหั่นราคาลง ทำให้ราคาขายรถยนต์ในประเทศต่างๆก็ลดลงตามไปด้วยโดยรถในจีนเฉลี่ยราคาปรับลดลงถึง 6.8% ในปี 2024 ขณะที่ยุโรปลดลง 6.1% และไทยลดลง 5.1% โดยมีเพียงสหรัฐฯ ที่ราคารถยนต์ยังทรงตัวอยู่เล็กน้อย นั่นหมายความว่าผู้ซื้อในปีนี้จะสามารถซื้อรถได้ในราคาที่ถูกกว่าปีที่แล้ว

สงครามการค้าตัวเร่งให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น-อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยสะเทือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าผลกระทบจากสงครามการค้าต่อตลาดรถยนต์โลกจะทำให้ตลาดรถยนต์โลกเกิดการแข่งขันสูงขึ้นภาวะอุปทานรถยนต์ล้นเกินของโลกรุนแรงขึ้น และราคารถยนต์ในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง โดยประเทศผู้ผลิตรายหลักในตลาดโลก เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลีใต้ จะกระจายตลาดส่งออกรถยนต์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาเพื่อผลิตรถยนต์ป้อนตลาดสหรัฐฯ ลดผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ การแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวส่งผลต่อการส่งออกรถของไทยและต่อเนื่องไปยังภาคการผลิตรถ ของไทยด้วย ซึ่งปัจจุบันพึ่งพาตลาดส่งออกสูงถึง 67% ของยอดการผลิตรถทั้งหมดของไทย

นอกจากนี้การแข่งขันที่รุนแรงจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EV ค่ายจีนเข้ามาทำตลาดอย่างหนัก ด้วยราคาที่ถูกกว่ารถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่น ส่งผลให้ค่ายรถต้องปรับราคาลงเพื่อดึงดูดลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ของไทยอาจได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อที่ลดลง เนื่องจากหลายโรงงานต้องปรับลดการผลิต

แม้ว่าแนวโน้มราคารถยนต์จะลดลง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมรถยนต์อาจต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น การแข่งขันของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การปรับตัวของผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเชนในไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

สรุปแล้ว ถ้าใครกำลังมองหารถใหม่ อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเลือกซื้อ เพราะราคารถมีแนวโน้มถูกลงจากการแข่งขันที่รุนแรง แต่อุตสาหกรรมรถยนต์เองก็ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในยุคที่ "รถยนต์ล้นโลก" อย่างแท้จริง!

ที่มาข้อมูล : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...