โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก “สินเชื่อรวมหนี้” ฮีโร่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา

Wealthy Thai

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 02.00 น.

ขึ้นชื่อว่า “หนี้” คงไม่มีใครอยากเป็น เพราะแน่นอนว่าคำ ๆ นี้มักจะนำมาซึ่งภาระอันหนักอึ้ง ซึ่งในบางครั้งก็สร้างผลกระทบต่อชีวิตของใครหลาย ๆ คนมากกว่าที่คิด โดยมีผู้คนไม่น้อยที่มีภาระหนี้สินมากกว่าหนึ่งอย่าง และมักจะเป็นภาระหนี้สินที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ทำให้การเงินฝืดเคืองจนถึงขั้นกระทบกับค่าครองชีพ เนื่องจากต้องชำระหนี้ต่อเดือนในจำนวนที่ค่อนข้างสูง
แต่จะเป็นอย่างไรหากปัญหานี้สามารถจัดการได้ด้วยการ “รวมหนี้” ไว้กับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนลง ให้สามารถบริหารจัดการด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้ Wealthy Thai จึงจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “สินเชื่อรวมหนี้” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนที่มีภาระหนี้สินค่อนข้างมาก ให้สามารถหายใจได้สะดวกอีกครั้ง

สินเชื่อรวมหนี้คืออะไร?

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับสินเชื่อประเภทนี้กันก่อน ซึ่งชื่อก็บอกความหมายอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าเป็นรูปแบบสินเชื่อที่รวบรวมเอาสินเชื่อหรือหนี้ประเภทต่าง ๆ จากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้แต่สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ มาไว้กับสถาบันทางการเงินหรือธนาคารเพียงหนึ่งแห่ง โดยเป็นการขอสินเชื่อใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าหนี้เก่า และระยะเวลาผ่อนชำระคืนที่สามารถจ่ายไหว แล้วนำเงินที่ได้จากการกู้สินเชื่อรวมหนี้นั้นไปชำระปิดหนี้เก่าที่มีทั้งหมด ซึ่งทำให้ภาระการผ่อนจ่ายต่อเดือนลดลง และมีสภาพคล่องมากขึ้น

ข้อดี-ข้อเสียของการรวมหนี้

แน่นอนว่าในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางการเงินย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่นเดียวกับสินเชื่อรวมหนี้ที่แม้จะช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายลดลง แต่ก็ยังคงมีสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจทำสัญญา โดยได้หยิบยกเอาข้อดีข้อเสียของสินเชื่อประเภทนี้จากข้อมูลธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งระบุไว้ดังนี้
ข้อดี

  • เหลือภาระจ่ายหนี้ที่สถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว ทำให้ไม่วุ่นวาย สับสน

  • มีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง

  • จํานวนเงินที่ต้องผ่อนชําระต่อเดือนต่ำลง ทำให้ภาระรายจ่ายต่อเดือนลดลง

  • รู้ระยะเวลาการผ่อนหนี้ที่แน่นอน ทำให้สามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น

ข้อเสีย

  • อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลส่วนมากจะสูงกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต จากเดิมที่เคยเสียเฉลี่ยที่ 20% ต่อปี อาจต้องเสียเฉลี่ยเพิ่มเป็น 25% ต่อปี

  • เมื่อต้องการรวมหนี้มาจากบัตรเครดิต ยอดหนี้จะรวมทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับต่าง ๆ และเงินก้อนนี้ก็จะเป็นยอดหนี้ใหม่ที่ต้องเสียดอกเบี้ยซ้ำอีกที เท่ากับว่าต้องจ่ายดอกเบี้ย 2 ต่อ

ตัวอย่างสินเชื่อรวมหนี้จาก 3 สถาบันหลัก

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  • วงเงินสูงสุด 5 เท่า ของรายได้แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท

  • อัตราดอกเบี้ย 21% - 25% ต่อปี

  • ระยะเวลาการผ่อนชำระ 12-60 เดือน

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร

  • อายุ 20 - 59 ปี

  • พนักงานที่มีรายได้ประจำรวมต่อเดือน ตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป

  • เจ้าของกิจการมีรายได้รับหรือยอดขายต่อเดือนเฉลี่ยขั้นต่ำ 200,000 บาทขึ้นไป

ธนาคารยูโอบี

  • วงเงิน 5 เท่าของรายได้ สูงสุด 2 ล้านบาท

  • อัตราดอกเบี้ย 9.99% - 25% ต่อปี

  • แบ่งชำระเบื้องต้น 12 เดือน และนานสูงสุด 60 เดือน

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร

  • อายุ 20 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 60 ปี

  • พนักงานประจำ มีรายได้รวมต่อเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป

  • เจ้าของกิจการ ต้องมีการจดทะเบียนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกันไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

  • วงเงิน 5 เท่าของรายได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท

  • อัตราดอกเบี้ย 9.99% - 25% ต่อปี

  • ผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน สูงสุด 72 เดือน

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร

  • อายุ 21 - 59 ปี

  • พนักงานประจำ / ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีรายได้ประจำต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...