โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป Opp Day: SCGD ตั้งเป้ารายได้-EBITDA ปีนี้โต 5% อัดงบ 4 พันลบ.ขยายไลน์ผลิต-M&A

efinanceThai

เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 04.32 น.

สรุป Opp Day: SCGD ตั้งเป้ารายได้-EBITDA ปีนี้โต 5% อัดงบ 4 พันลบ.ขยายไลน์ผลิต-M&A

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ก.พ. 68 11:31 น.

SCGD ตั้งเป้าปี 68 รายได้ และ EBITDA เติบโต 5% รับการเติบโตทั้งจากตลาดในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามเติบโตโดดเด่น พร้อมใช้งบลงทุน 4 พันล้านบาท ขยายไลน์การผลิต พร้อมดีล M&A

นายสมิทธิ โกสีย์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า ปี 68 รายได้คาดว่าเติบโต 5% มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตมากกว่า 5% มาจากการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยประเทศไทยคาดว่าจะฟื้นตัวจากการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการซื้อ การตกแต่ง และการซ่อมแซม กระเป๋าเงินดิจิทัลต่อเนื่องระยะที่ 2 และการกลับมาของตลาดการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าภาพรวมการฟื้นตัวจะชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 68

ด้านประเทศเวียดซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับ 2 ของกลุ่ม SCGD คาดว่าหลัง ส.ค.68 จากการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกำกับวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินในภูมิภาคจะฟื้นตัวเต็มที่ โดยที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 8% ซึ่งความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของ SCGD โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาเจรจาขยายโรงงานเพิ่มเติมในภาคใต้ จากเดิมที่เคยมีเพียงภาคกลางและเหนือ คาดว่ามีควาาชัดเจนในช่วงหลังปี 68

ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ จากเงินเฟ้อต่ำลง การใช้จ่ายคาดว่าเพิ่มมากขึ้น และการเติบโตของที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ในเมืองรอง รวมถึงในประเทศอินโดนีเซียหลังมีประธานาธิบดีคนใหม่ เริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวก

" ปี 68 คิดว่าไทยจะเติบโตต่อเนื่อง ด้านเวียดนามเราคิดว่าจะฟื้นตัว เนื่องจากตัวกฎหมายที่ดินมีผลบังคับใช้คาดจะเกิดการฟื้นฟูขึ้นมาในช่วงครึ่งหลังของปี 68 ประกอบกับจีดีพีที่แข็งแกร่งของประเทศเขา คือเวียดนามมีกำลังซื้อ ดังนั้นเมื่อแก้ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ มีการขายออกมา ตลาดคงฟื้นตัวกลับมา ส่วนตัวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียคิดว่าน่าจะฟื้นตัวตามๆ กัน เพราะฉะนั้นเป้ารายได้ปีนี้ของเรา 5% ส่วน EBITDA คิดว่าจะมากกว่า 5%" นายสมิทธิกล่าว

บริษัทวางงบลงทุนปีนี้ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายกำลังผลิตและปรับปรุงโรงงานเดิม และอีก 2,000 ล้านบาท เป็นงบสำหรับซื้อกิจการ (M&A) หรือการร่วมทุนกับโรงงานต่างประเทศ

ส่วนแผนเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนปีละประมาณ 280 ล้านบาท จากการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการชีวะมวล(การกำเนิดลมร้อนที่โรงงาน NKIE) ซึ่งบริษัทฯ ยังคงดำเนินการติดตั้งและขยายการใช้งานต่อเนื่อง คาดว่ามีโอกาสลดต้นทุนได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงบริษัทฯ ยังมีกลยุทธ์การเพิ่มสินค้าราคาพรีเมี่ยมมาร์จิ้นสูง และการนำระบบ AI มาใช้ในกระบวนผลิต ลดความซ้ำซ้อนของงาน

รายงาน โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...