โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ค่าเงินไต้หวัน” แข็งค่าขึ้นกว่า 8% ภายในสองวัน ท่ามกลางแรงกดดันสงครามการค้า-การเทขายดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 03.52 น.

"ค่าเงินไต้หวัน" แข็งค่าขึ้นกว่า 8% ภายในสองวัน ท่ามกลางแรงกดดันสงครามการค้า-การเทขายดอลลาร์ ขณะที่ตลาดจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางไต้หวัน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การพุ่งขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของค่าเงินไต้หวันในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เป็นสัญญาณล่าสุดของการเร่งขายเงินดอลลาร์สหรัฐ และความไม่สงบในตลาดการเงิน เนื่องจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำลายความสัมพันธ์ทางการค้า

ไต้หวันถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีทั้งมูลค่าสูงและความเปราะบางในเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ระดับสูงรายสำคัญที่ส่งออกทั้งไปยังสหรัฐและจีน โดยปกติค่าเงินของไต้หวันจะถูกควบคุมให้มีเสถียรภาพโดยธนาคารกลาง แต่ในครั้งนี้กลับพุ่งขึ้นถึง 8% ภายในสองวัน ขณะที่นักลงทุนร้องเรียนว่าไม่มีผู้ซื้อดอลลาร์เลย แม้บริษัทประกัน ผู้ส่งออก และนักลงทุนพากันเทขายดอลลาร์อย่างกะทันหัน

แม้สาเหตุที่แท้จริงของการแข็งค่าจะไม่ชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและไต้หวันในกรุงวอชิงตันสิ้นสุดลง ซึ่งกระตุ้นกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีข้อตกลงในการปล่อยให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อแลกกับสัมปทานทางการค้า

แม้ธนาคารกลางไต้หวันจะปฏิเสธว่ามีข้อตกลงดังกล่าว แต่ตลาดกลับไม่ปักใจเชื่อ โดยมองว่าการแข็งค่าของเงินไต้หวันน่าจะได้รับการไฟเขียวโดยปริยาย และอาจเป็นที่พึงพอใจของสหรัฐด้วยซ้ำ

ขนาดของการแข็งค่านี้บ่งชี้ถึงการคลี่คลายสถานะขนานใหญ่ และสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่มีดุลการค้าเกินดุลมายาวนาน จนทำให้ภาคผู้ส่งออกและบริษัทประกันมีสถานะถือเงินดอลลาร์จำนวนมาก ซึ่งขณะนี้กำลังถูกตั้งคำถามและเผชิญแรงกดดัน โดยผู้บริหารอาวุโสในแวดวงการเงินของไต้หวันรายหนึ่งกล่าวว่าค่าเงินไต้หวันกำลังแข็งค่าด้วยความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเงินร้อนกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ไต้หวัน และธนาคารกลางก็ยอมให้เกิดขึ้น หลายคนบอกว่าเป็นเพราะแรงกดดันจากสหรัฐ ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้น”

ธนาคารกลางไต้หวันชี้แจงเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐไม่ได้ร้องขอให้เงินไต้หวันแข็งค่า และกล่าวว่าความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นผลจากกระแสเงินทุนไหลเข้าและความคาดหวังของภาคธุรกิจที่คิดว่าเงินไต้หวันจะแข็งค่าขึ้น

นายไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน ก็ออกมาเรียกร้องว่าอย่าเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการเจรจาค่าเงินกับสหรัฐ ขณะที่สำนักงานเจรจาการค้าของไต้หวันยืนยันว่าการเจรจาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่มีการหารือกับธนาคารกลาง และไม่ได้แตะประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด
ค่าเงินไต้หวันปิดตลาดแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 2 ปีเมื่อวันจันทร์ อยู่ที่ 30.145 ดอลลาร์ไต้หวันต่อดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ค่าเงินไต้หวันเริ่มแข็งค่ามาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน หลังจากทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ โดยไต้หวันโดนหนักถึง 32% (แม้จะถูกระงับชั่วคราวภายหลัง) แนวโน้มการแข็งค่าดูเหมือนจะเริ่มจากความหวังว่า tensions ระหว่างจีน-สหรัฐผ่อนคลาย แต่หลังจากนั้นแรงซื้อไต้หวันดอลลาร์กลับเพิ่มขึ้นเองจากโครงสร้างตลาดทุนเฉพาะตัวของไต้หวัน

ผู้ส่งออกเริ่มรีบขายเงินดอลลาร์ เพราะรายได้จากการส่งออกที่เป็นดอลลาร์มีค่าน้อยลง และบริษัทประกันเองก็ต้องเร่งป้องกันความเสี่ยงจากการถือครองทรัพย์สินต่างประเทศที่มีมูลค่าลดลงในหน่วยเงินไต้หวัน

Tareck Horchani จาก Maybank Securities ในสิงคโปร์กล่าวว่า “ความต้องการขายดอลลาร์เริ่มจากฝั่งในประเทศ” ซึ่งกระตุ้นให้ชาวต่างชาติที่ถือสถานะกู้เงินไต้หวันเพื่อเก็งกำไรต้องปิดสถานะ (short squeeze) ทำให้เกิดแรงซื้อไต้หวันดอลลาร์แบบเร่งด่วน

แม้ในวันศุกร์และวันจันทร์ ค่าเงินจะเริ่มทรงตัวหลังจากพุ่งแรงในช่วงเช้า และธนาคารกลางก็ยืนยันว่าจะพยายามรักษาเสถียรภาพ แต่ความเร็วและขนาดของการแข็งค่านี้ ซึ่งเทียบได้กับเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงระดับ 19 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานในทางสถิติ สะท้อนแรงขับเคลื่อนที่ลึกกว่าภาวะตลาดระยะสั้น

Aninda Mitra หัวหน้านักกลยุทธ์มหภาคแห่ง BNY Investment Institute กล่าวว่า“เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า ความไม่สมดุลทางการเงินที่ไม่ค่อยเป็นข่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงได้เมื่อฉากหลังทางการเมืองเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

นักลงทุนบางรายมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของระลอกใหม่ในการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในภูมิภาคเอเชีย Sunil Kalra ผู้จัดการกองทุนจาก LC Beacon Global Fund กล่าวว่า “แม้ยังไม่แน่ชัดว่าสหรัฐจะสามารถย้ายฐานการผลิตกลับประเทศได้หรือไม่ แต่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนคือหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลทรัมป์อย่างแน่นอน …และแม้ที่ผ่านมาเราจะเห็นการอ่อนค่าของดอลลาร์ในตลาดโลหะมีค่าและสกุลเงินหลัก (G10) เท่านั้น แต่ตอนนี้อาจถึงเวลาที่จะลามมาถึงตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่ยังตามไม่ทัน”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...