โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กวาดล้างเครือข่าย แลกคริปโตฯเถื่อน ต้นตอฟอกเงิน เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 05.54 น.

CIB เปิดปฏิบัติการ “Operation Crypto Phantom” กวาดล้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลผิดกฎหมาย เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท

วันที่ 24 เมษายน 2568 ที่อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการปฏิบัติ “Crypto Phantom เปิดหน้ากากร้านแลกเหรียญเถื่อน” ต้นตออาชญากรรมอุ้ม, ปล้น,เรียกค่าไถ่ และฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ในปัจจุบันอาชญากรรมรูปแบบใหม่กำลังทวีความรุนแรงและ มีลักษณะซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนแผนประทุษกรรมให้ทันสมัยขึ้น ตามพัฒนาการของเทคโนโลยี หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่อาชญากรใช้ในการอำพรางเส้นทางการเงิน

คือ “คริปโทเคอร์เรนซี” ซึ่งมักถูกนำมาใช้ในการฟอกเงิน โดยกระบวนการฟอกเงินในปัจจุบัน มีหลายวิธี ซึ่งหนึ่ง ในวิธีการที่คนร้ายมักใช้ คือการทำธุรกรรมผ่านร้านแลกเปลี่ยนคริปโตที่ไม่ได้รับอนุญาตในไทย หลังจากนั้น สินทรัพย์ต่างๆ จะถูกถอนออกมาเป็นเงินสด คนร้ายนิยมฟอกเงินที่ได้ผ่านระบบคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะการรับแลกเงินตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ทั้งภูเก็ต สมุย พัทยา รวมกระทั่งกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาทางภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ในการควบคุมผู้ประกอบกิจการ ทั้ง บริษัทผู้ประกอบการ ดีลเลอร์ ฯลฯ การออกพ.ร.ก.นี้ทำให้สามารถต้นทราบต้นทางและปลายทางของผู้ขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยนเงินตราจากก.ล.ต.มีเพียง 33 บริษัทเท่านั้น

พ.ต.อ.ธีรภาส ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ. กล่าวว่า กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศษฐกิจ (กก.3 บก.ปอศ.) ได้สืบสวนพบว่า ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร,ชลบุรี และภูเก็ต มีร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราแอบแฝงการให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท USD Tether (USDT) แบบ "ชน มือ"

ซึ่งก็คือการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งไม่ได้ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยการให้บริการลักษณะดังกล่าว มีเป้าหมายชัดเจนในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและหลบเลี่ยงภาษี

รวมถึงมีการนำเงินที่ได้ไปหมุนเวียนในธุรกิจผิดกฎหมายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเครือข่าย ค้ายาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า มีธุรกรรมมากกว่า 1,000 รายการ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม และมีเงินหมุนเวียนรวมสูงถึง 425,104,595 USDT หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปอศ. จึงได้เปิดปฏิบัติการภายใต้ชื่อ Operation Crypto Phantom ตรวจค้น 8 จุดเป้าหมาย ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร,ชลบุรี และภูเก็ต ดังนี้

  • อาคารพานิชย์ ในพื้นที่ ม.10 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ตามหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต
  • บริษัท รับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล แห่งหนึ่งในพื้นที่ ถ.ป่าสัก-โคกโตนด ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
  • บริษัท รับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล แห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.5 เชิงทะเล ถลาง ภูเก็ต
  • อาคารพานิชย์แห่งหนึ่ง ห้องเลขที่ 5,7 ถนนผังเมืองสาย ก. ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
  • บริษัท รับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล แห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
  • บ้านในพื้นที่ ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
  • บ้านในพื้นที่ ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
  • บ้านในพื้นที่ ซอยพระราม 2 ซอย 62 แยก 1-1-2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

โดยพบว่าเป้าหมายลูกค้ารับแลกสินทรัพย์ดิจิตอล คือบรรดาชาวต่างชาติทั้งชาวรัสเซียหรือชาวจีนรวมทั้งชาวต่างชาติอื่น ๆ ที่นำเงินมาแลกเปลี่ยนผ่านร้านดังกล่าว ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้พบผู้กระทำผิดที่ให้บริการแลกเปลี่ยนผิดกฎหมายและอยู่ระหว่างการดำเนินคดี 5 ราย

ซึ่งเป็นทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เข้าข่ายมีความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมตรวจ ยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ อาทิ คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง,โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง,สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม,Hardware Wallet 1 เครื่อง, เหรียญที่ระลึก 149 เหรียญ และเอกสารธุรกรรมจำนวนมาก

โดยพฤติกรรมของเครือข่ายนี้มีลักษณะเป็นการเปิด "โต๊ะแลกคริปโท" ให้ลูกค้าชาวต่างชาติใช้เงินบาทแลกเหรียญดิจิทัล หรือแลก USDT กลับเป็นเงินบาท แบบไม่ผ่านระบบ Exchange ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งนำไปสู่การฟอกเงินในต่างประเทศผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลและ Exchange ต่างชาติ ก่อนกระจายเงินเข้าสู่กลุ่มมิจฉาชีพ

โดยการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลใน ลักษณะ "ชนมือ" หรือการนัดพบเพื่อแลกเปลี่ยน เหรียญดิจิทัลกับเงินสด นอกสถานที่และนอกระบบที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งในด้านความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และการมีส่วนร่วมใน ธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ

โดยหากพบว่ามีการดำเนินการดังกล่าวโดย บุคคลทั่วไป หรือแม้แต่ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบ กิจการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่มีการแอบให้บริการแลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน

ดังนั้น จึงขอฝากแจ้งเตือนประชาชนให้เลือกใช้บริการผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาต อย่าง ถูกต้องตามนโยบายของรัฐบาล และผู้ประกอบการธุรกิจแลกเปลี่ยนสินค้าดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. นั้น ถือเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากธุรกิจการแลกเปลี่ยนเงินตราและสินทรัพย์ดิจิตอลนั้น ล้วนแต่เป็นธุรกิจที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ

ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล จะมีความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ซึ่งถือเป็นกฎหมายใหม่ที่มากำกับดูแลการดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ มีโทษจำคุกสูงตั้งแต่ 2-5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 500,000 บาท และยังปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท รวมทั้งยังจะมีความผิดตามกฎหมายอื่น ๆ เช่น กฎหมายฟอกเงินและกฎหมายฉ้อโกงอีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กวาดล้างเครือข่าย แลกคริปโตฯเถื่อน ต้นตอฟอกเงิน เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...